ผ่าต้นทุนน้ำมัน 2569 เมื่อน้ำมันแพง กระทบค่าครองชีพ-เงินเฟ้อแค่ไหน?

efinAI
เจาะลึกโครงสร้างราคาน้ำมันไทยปี 2569 วิเคราะห์ผลกระทบโดมิโนทางเศรษฐกิจ เมื่อน้ำมันแพงเป็นต้นทุนขนส่ง สู่ราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ส่องสัญญาณเงินเฟ้อ อาจทำให้ค่าครองชีพพุ่งสูงเกินคาด
การขยับขึ้นของราคาน้ำมัน ไม่ใช่แค่เรื่องของคนใช้รถ แต่คือผลกระทบต่อต้นทุนที่จะส่งผ่านไปยังราคาสินค้าในตะกร้าเงินเฟ้อที่ประชาชนต้องแบกรับ “สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย” จะพาไป “ชำแหละ” โครงสร้างราคาที่ซับซ้อน และ “ผ่า” ลึกถึงผลกระทบที่เป็นลูกโซ่ เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่า เมื่อน้ำมันแพง… กระทบค่าครองชีพและเงินเฟ้อมากแค่ไหน?
ผ่าโครงสร้างและผลกระทบราคาน้ำมัน
ราคาน้ำมันที่หน้าปั๊ม 1 ลิตร ประกอบด้วย 4 ส่วนหลัก
1.ราคา ณ โรงกลั่น คิดเป็นประมาณ 40-60% ของราคาขายปลีก อ้างอิงราคาตลาดโลก เช่น ตลาดสิงคโปร์
2.ภาษี ประกอบด้วย 3 ส่วนคือ
- ภาษีสรรพสามิต: จัดเก็บเข้าคลัง
- ภาษีเทศบาล: จัดเก็บให้ท้องถิ่น
- ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT): เก็บ 2 ต่อ คือจากราคาขายส่งและจากค่าการตลาด
3.เงินเข้ากองทุน
- กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง: ใช้สำหรับ “ชดเชย” หรือ “ตรึงราคา” ในยามวิกฤต (ปัจจุบันกองทุนติดลบหนักจากการตรึงราคาดีเซล)
- กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน: เพื่อใช้พัฒนาพลังงานทางเลือก
4.ค่าการตลาด คือกำไรและต้นทุนการบริหารจัดการของผู้ค้าน้ำมัน เช่น ปั๊มน้ำมัน
ผลกระทบต่อกลุ่มต่างๆ เป็นโดมิโน
การขึ้นราคาน้ำมันเปรียบเสมือน “โดมิโนทางเศรษฐกิจ” โดยมีผลกระทบต่อกลุ่มต่างๆ ดังนี้
1.กลุ่มขนส่งและโลจิสติกส์
- ผลกระทบ รุนแรงที่สุด เพราะน้ำมันคือ 30-40% ของต้นทุนทั้งหมด
- ตามสูตรขนส่ง ถ้าน้ำมันขึ้น 1 บาทต่อลิตร ต้นทุนขนส่งจะเพิ่มขึ้นประมาณ 3%
- สิ่งที่เกิดขึ้น: ค่าตั๋วเครื่องบิน (Jet Fuel พุ่งสูง), ค่าระวางเรือ, และค่าขนส่งพัสดุ/E-commerce จะเริ่มปรับราคาขึ้นตาม
2.กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค
- สินค้าเกษตรและอาหารสด: ราคาผัก ผลไม้ และเนื้อสัตว์พุ่งขึ้นทันทีจาก “ค่าขนส่ง” จากฟาร์มสู่ตลาด รวมถึงต้นทุนปุ๋ยและยาฆ่าแมลงที่เป็นผลพลอยได้จากปิโตรเลียม
- สินค้าอุปโภค สบู่, แชมพู, ผงซักฟอก: ได้รับผลกระทบจาก “ต้นทุนบรรจุภัณฑ์” (เม็ดพลาสติก) และเคมีภัณฑ์ที่มีน้ำมันเป็นส่วนประกอบ
- อาหารสำเร็จรูป บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป, นม: แม้ภาครัฐจะขอความร่วมมือตรึงราคา แต่ผู้ผลิตขนาดใหญ่เริ่มส่งสัญญาณรับภาระต้นทุนไม่ไหว และอาจมีการปรับราคาหลังช่วงสงกรานต์ 2569 นี้
3.กลุ่มพลังงานและค่าไฟฟ้า
- ราคาน้ำมันที่สูงมักมาคู่กับราคาก๊าซธรรมชาติ (LNG) ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้า ทำให้ ค่า FT มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นตามรอบบัญชี ส่งผลให้ค่าไฟครัวเรือนและโรงงานแพงขึ้น
น้ำมันขึ้นสูง ผลกระทบต่อเงินเฟ้ออย่างไร?
- เงินเฟ้อทั่วไป (Headline Inflation): จะพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากน้ำมันและอาหารสดคิดเป็นสัดส่วนสูงในตะกร้าเงินเฟ้อของไทย
- อำนาจการซื้อลดลง: เมื่อราคาสินค้าแพงขึ้นแต่รายได้เท่าเดิม ประชาชนจะระมัดระวังการใช้จ่าย
- ความเสี่ยง Stagflation: หากราคาน้ำมันสูงค้างไว้นาน อาจเกิดภาวะ “เศรษฐกิจชะลอตัวแต่ของแพง” ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่แก้ไขได้ยากที่สุดทางเศรษฐศาสตร์
การปรับขึ้นน้ำมันดีเซลสู่ระดับ 38 บาทต่อลิตร ส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนขนส่ง 18% ซึ่งจะทยอยสะท้อนออกมาในราคาสินค้าอุปโภคบริโภคประมาณ 5-8%
น้ำมันในตะกร้าเงินเฟ้อมีมากแค่ไหน?
ตะกร้าเงินเฟ้อของไทยประกอบด้วยสินค้าและบริการประมาณ 430 รายการ โดยน้ำมันและพลังงานถูกจัดอยู่ในหมวด “พาหนะ การขนส่ง และการสื่อสาร” ซึ่งมีน้ำหนักสูงเป็นอันดับต้นๆ
- หมวดพลังงาน: มีสัดส่วนประมาณ 10-12% ของตะกร้าเงินเฟ้อทั้งหมด
- ผลกระทบทางตรง: เมื่อราคาน้ำมันขายปลีก ปรับขึ้น 10% จะส่งผลให้เงินเฟ้อทั่วไป พุ่งสูงขึ้นทันทีประมาณ 0.5% – 0.6% โดยไม่ต้องรอการส่งผ่านต้นทุนไปยังสินค้าอื่น
สรุปเมื่อน้ำมันแพง ผลกระทบราคาสินค้าอย่างไร?
เมื่อต้นทุนน้ำมันดิบและดีเซลขยับสูงขึ้น จะเกิดการ “ส่งผ่าน” ไปยังราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในสัดส่วนที่ต่างกันตามประเภทโครงสร้างต้นทุน
- อาหารสด (ผัก, ผลไม้, เนื้อสัตว์) สัดส่วนต้นทุน 15-20% คาดราคาเพิ่มขึ้น 5-10%
- สินค้าอุปโภค (สบู่, ผงซักฟอก) สัดส่วนต้นทุน 10-15% คาดราคาเพิ่มขึ้น 3-5%
- วัสดุก่อสร้าง (เหล็ก, ปูนซีเมนต์) สัดส่วนต้นทุน 20-30% คาดราคาเพิ่มขึ้น 8-12%
- อาหารสำเร็จรูป / ข้าวแกง สัดส่วนต้นทุน 5-10% คาดราคาเพิ่มขึ้น 5-10 บาทต่อจาน

ทำไมเงินเฟ้อไทยถึง “อ่อนไหว” ต่อราคาน้ำมัน?
- ต้นทุนโลจิสติกส์ของไทยคิดเป็นประมาณ 13-14% ของจีดีพี และกว่า 80% พึ่งพาการขนส่งทางถนนด้วยรถบรรทุกที่ใช้น้ำมันดีเซล
- เมื่อราคาน้ำมันขึ้น ผู้ให้บริการ เช่น รถเมล์, วินมอเตอร์ไซค์, ร้านอาหาร จะเริ่มปรับราคาขึ้นตาม และ “ราคามักจะไม่ยอมลดลง” แม้น้ำมันจะราคาถูกลงในภายหลัง
- ราคาน้ำมันโลกที่สูง ทำให้ราคาก๊าซธรรมชาติ (LNG) ขึ้นไปด้วย ซึ่งไทยใช้ LNG ผลิตไฟฟ้าเกิน 50% ทำให้ค่าไฟพุ่งตาม ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตของโรงงานทุกประเภท
จากการวิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบัน ข้อมูลจาก SCB EIC ประเมิน 3 ฉากทัศน์ผลจากสงครามตะวันออกกลาง ทำให้ราคาน้ำมันแพง ส่งต่อไปยังเงินเฟ้อที่จะเพิ่มสูงขึ้น
1.Base Case: ระยะเวลาสงคราม น้อยกว่า 8 สัปดาห์ ประเมินกรอบราคาน้ำมันที่ 80-120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จีดีพีโต 1.4% และเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ 3.2%
2.Adverse Case: ระยะเวลาสงคราม 8-16 สัปดาห์ ราคาน้ำมันจะอยู่ที่ 100-140 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ประเมินจีดีพีจะลดลงมาอยู่ที่ 0.8-1.1% และเงินเฟ้อทั่วไปจะอยู่ที่ 4-5%
3.Severe Case: ระยะเวลาสงครามมากกว่า 16 สัปดาห์ ราคาน้ำมันดิบ 120-140 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จีดีพีจะติดลบ -0.5% ถึง 1% และเงินเฟ้อพุ่งมากกว่า 5%
อ่านข่าวต่อ : SCB EIC หั่นจีดีพีไทยปีนี้เหลือ 1.4% เงินเฟ้อทะลุกรอบ 3.2% มอง กนง.คงดอกเบี้ยที่ 1% ตลอดปี 69

จากราคาน้ำมันที่พุ่งสูง จนอาจดันเงินเฟ้อสูงตาม และกระทบกับค่าครองชีพคนไทยในที่สุด ดังนั้น เมื่อรัฐบาล ปล่อยราคาน้ำมันให้เป็นไปตามกลไกตลาด โดยยังใช้เครื่องมือจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงบางส่วนในการอุดหนุน จะมีผู้ได้รับผลกระทบโดยเฉพาะกลุ่มคนเปราะบาง และผู้มีรายได้น้อยที่ไม่อาจมีสภาพคล่องที่เป็นกันชนเมื่อเจอวิกฤติ
ล่าสุดเมื่อวันที่ 26 มี.ค.69 อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เรียกประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษเป็นการด่วน หลังจากกลางดึกของวันก่อนหน้ามีการประกาศปรับขึ้นราคาน้ำมันทีเดียว 6 บาทต่อลิตร โดยได้สรุปเป็น 7 มาตรการรับมือพลังงาน ดังนี้
1.แนวทางปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมัน
2.เติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ อีก 100 บาท นาน 1 เดือน จากเดิม 300 บาทต่อคนต่อเดือน เป็น 400 บาทต่อคนต่อเดือน
3.เยียวยาภาคขนส่ง ออกมาตรการช่วยเหลือกลุ่มขนส่ง ได้แก่ รถบรรทุก รถโดยสารสาธารณะ และผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง
4.ช่วยเหลือเกษตรกร เตรียมดำเนินโครงการ “ธงเขียว” สนับสนุนค่าปุ๋ย และส่งเสริมการใช้ปุ๋ยทางเลือก เพื่อลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกร
5.ภาคเกษตรและประมง พิจารณาใช้ น้ำมัน B20 ซึ่งต้นทุนถูกกว่าปกติ 5-6 บาทต่อลิตร
6.คู่สัญญากับภาครัฐ โดยเฉพาะกลุ่มก่อสร้าง ที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนน้ำมันและการดำเนินงานล่าช้า จะพิจารณาขยายเวลาตรวจรับงาน
7.ช่วยเอสเอ็มอี ให้ธนาคารออมสินเตรียมวงเงินปล่อยกู้ซอฟต์โลน 10,000 ล้านบาท เพื่อเสริมสภาพคล่องผู้ประกอบการรายย่อยทั้ง Supply Chain
อ่านข่าวต่อ : ครม.เคาะ 7 มาตรการสู้ค่าครองชีพ น้ำมันพุ่งกดดัน สั่งคลังลดภาษีสรรพสามิต
บทเรียนจากวิกฤตพลังงานในปี 2569 ย้ำเตือนให้เห็นว่า เศรษฐกิจไทยยังคงมีความเปราะบางสูงจากการพึ่งพาพลังงานฟอสซิล และมีต้นทุนแฝงในระบบโลจิสติกส์ที่สูงเกินควร การแก้ปัญหาด้วยการ “ตรึงราคา” ผ่านเงินอุดหนุนกองทุนน้ำมันฯ อาจเป็นเพียงการ “ยื้อ” แต่ไม่จบ สิ่งที่ทำได้ไม่ใช่แค่ “เยียวยา” หรือ “บรรเทา” แต่เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันที่ยั่งยืน จากการปรับโครงสร้างพลังงานของประเทศอย่างจริงจัง
Related Topics
Editing by

Pattraporn Kiattinant
News Editor, efinanceThai











