| สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 24 เม.ย. 69 | ชื่อโบรกเกอร์ | คำแนะนำ | | | บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) | ซื้อ | 58 | | บล.เอเซียพลัส | ทยอยซื้อ | 58 | | บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) | ซื้อ | 58 | | บล.กรุงศรี | ซื้อ | 56 | | บล.เคจีไอ | ถือ | 50.5 | | บล.ดาโอ (ประเทศไทย) | ซื้อ | 50 | | บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส | ถือ | 46 | | บล.ทรีนีตี้ | ถือ | 45 | | บล.ทิสโก้ | ถือ | 45 | | บล.ลิเบอเรเตอร์ | ถือ | 43 | สรุปปัจจัยบวก+ คาดการณ์กำไรสุทธิ 1Q26 เติบโตโดดเด่นอย่างมาก (ระดับ 1.7 - 1.9 หมื่นล้านบาท) โดยอาจเป็นจุดสูงสุดของปี (บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.เอเซียพลัส, บล.เคจีไอ, บล.ดาโอ, บล.ทรีนีตี้, บล.ทิสโก้, บล.หยวนต้า) + รับอานิสงส์กำไรจากสต็อกน้ำมัน (Stock Gain) ก้อนใหญ่ตามทิศทางราคาน้ำมันดิบที่พุ่งสูงขึ้น (บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.เอเซียพลัส, บล.เคจีไอ, บล.ดาโอ, บล.ทรีนีตี้, บล.ทิสโก้, บล.หยวนต้า) + ค่าการกลั่นตลาด (Market GRM) ปรับตัวเพิ่มขึ้นแข็งแกร่งจากส่วนต่างราคาน้ำมันเครื่องบินและดีเซลที่กว้างขึ้น (บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.เมย์แบงก์, บล.เอเซียพลัส, บล.เคจีไอ, บล.ดาโอ, บล.ทิสโก้) + มีรายการพิเศษจากการซื้อคืนหุ้นกู้/พันธบัตร ช่วยหนุนกำไรบรรทัดสุดท้าย (บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.เอเซียพลัส, บล.เคจีไอ, บล.ทรีนีตี้, บล.ทิสโก้) + ความสำเร็จในการกระจายแหล่งน้ำมันดิบ โดยลดสัดส่วนน้ำมันจากตะวันออกกลางเหลือเพียง 15% ช่วยลดความเสี่ยงจากสงคราม (บล.เมย์แบงก์) + โรงกลั่นยังเดินเครื่องในระดับสูง (110 - 113%) และคาดว่าความต้องการใช้น้ำมันยังอยู่ในระดับสูงในระยะยาวจากอุปทานโรงกลั่นที่ตึงตัว (บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.เมย์แบงก์, บล.ทรีนีตี้) + ราคาหุ้นปัจจุบันยัง Laggard และมีอัตราผลตอบแทนเงินปันผล (Dividend Yield) ในระดับสูง (บล.เอเซียพลัส, บล.หยวนต้า) + คาดรัฐบาลอาจอนุญาตให้กลับมาส่งออกผลิตภัณฑ์น้ำมันได้อีกครั้งเพื่อลดสต็อกส่วนเกินในประเทศ (บล.เมย์แบงก์, บล.ทิสโก้) สรุปปัจจัยลบ- ความเสี่ยงจากการแทรกแซงของภาครัฐ (Policy Risk) ในการสั่งปรับลดราคาหน้าโรงกลั่นน้ำมันดีเซล ซึ่งจะกระทบกำไรและกระแสเงินสดใน 2Q26 อย่างมีนัยสำคัญ (ทุกโบรกเกอร์) - ต้นทุนน้ำมันดิบ (Crude Premium) มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นมากใน 2Q26 ซึ่งจะกดดันค่าการกลั่น (บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.เมย์แบงก์, บล.เอเซียพลัส, บล.ทรีนีตี้, บล.กรุงศรี, บล.ทิสโก้) - ความเสี่ยงจากการเกิด Stock Loss ในช่วงถัดไปหากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกเริ่มอ่อนตัวลงหรือสงครามคลี่คลาย (บล.เคจีไอ, บล.ทรีนีตี้, บล.กรุงศรี, บล.หยวนต้า) - คาดการณ์ผลขาดทุนจากรายการป้องกันความเสี่ยง (Hedging Loss) ในระดับสูง (บล.ลิเบอเรเตอร์, บล.เอเซียพลัส, บล.เคจีไอ, บล.ดาโอ, บล.ทรีนีตี้, บล.ทิสโก้) - ลูกหนี้ค้างรับจากกองทุนน้ำมันสะสมสูง (หมื่นล้านบาท) กดดันกระแสเงินสดจากการดำเนินงานและมีความล่าช้าในการได้รับชำระคืน (บล.ทิสโก้) - ธุรกิจปิโตรเคมี (อะโรเมติกส์) และน้ำมันหล่อลื่น ยังถูกกดดันจากส่วนต่างราคาสินค้าที่ลดลงและต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น (บล.เอเซียพลัส, บล.ทิสโก้) |