| การระบุพิกัดที่แท้จริงของเรือในอ่าวเปอร์เซียเริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น หลังสัญญาณรบกวนทางอิเล็กทรอนิกส์ลดลงในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งช่วยลดความกังวลเกี่ยวกับการเดินเรือในภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบจากสงคราม แม้ภัยคุกคามที่เกิดขึ้นกับเรือในบริเวณทะเลและช่องแคบฮอร์มุซยังคงอยู่ในระดับสูง แต่การรบกวนสัญญาณที่ทำให้ไม่สามารถระบุตำแหน่งของเรือในอ่าวเปอร์เซียได้อย่างแม่นยำนั้นได้ลดลงตามรายงานล่าสุดของศูนย์ข้อมูลทางทะเลร่วม (Joint Maritime Information Center – JMIC) ซึ่งการรบกวนสัญญาณที่ว่านี้ทำให้เจ้าของเรือไม่สามารถทราบตำแหน่งที่แท้จริงของกองเรือได้ ซึ่งสร้างความเสี่ยงด้านกฎหมายและประกันภัยเพิ่มขึ้น เจนนิเฟอร์ พาร์กเกอร์ อาจารย์พิเศษจากสถาบันกลาโหมและความมั่นคง มหาวิทยาลัยเวสเทิร์นออสเตรเลีย ให้ความเห็นว่า สาเหตุที่ทำให้การรบกวนลดลงอาจมาจากขีดความสามารถในการรบกวนสัญญาณของอิหร่านที่ถดถอยลงจากการโจมตีของสหรัฐฯ หรืออาจมาจากการที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ลดระดับการปล่อยสัญญาณรบกวนลงหลังการโจมตีของอิหร่านลดน้อยลง อย่างไรก็ตาม เธอระบุว่า ความเสี่ยงจากการส่งข้อมูลที่ไม่แม่นยำเนื่องจากสัญญาณยังคงอยู่ในระดับสูง พาร์กเกอร์กล่าวว่า “ยังไม่ชัดเจนว่าระดับการรบกวนสัญญาณอยู่ในระดับใด” และยังคงมีความเสี่ยงสูงที่เรือจะผ่านช่องแคบฮอร์มุซ แต่หากจำเป็นต้องผ่าน ควรปิดระบบส่งสัญญาณที่ระบุตำแหน่ง และใช้การนำทางด้วยสายตาแทน ข้อมูลยังระบุว่า การรบกวนที่ลดลงทำให้เห็นภาพการกระจายตัวของเรือในอ่าวเปอร์เซียได้ชัดเจนขึ้น แทนภาพการรวมตัวหนาแน่นเป็นกลุ่มใหญ่ที่เกิดขึ้นในช่วงต้นของสงครามตามข้อมูลติดตามเรือที่สำนักข่าวบลูมเบิร์กได้ตรวจสอบ ขณะที่รายงานของ JMIC ระบุว่า ยังคงมีการรบกวนสัญญาณสูงในพื้นที่ใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ ตัวอย่างเช่น กลุ่มเรือจำนวนหลายร้อยลำที่เคยเกาะกลุ่มกันใกล้กับกรุงอาบูดาบีเมื่อวันที่ 2 มี.ค. ลดลงเหลือไม่ถึง 10 ลำเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม เรือบางลำยังคงเลือกปิดสัญญาณระบุตำแหน่ง หรือเดินเรือแบบเงียบ ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการตกเป็นเป้าหมาย เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา กองกำลังฮูตีในเยเมนที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านได้เปิดฉากโจมตีอิสราเอลเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สงครามเริ่มขึ้น ขณะเดียวกันสหรัฐฯ ได้ระดมกำลังเรือยกพลขึ้นบกเข้าสู่ภูมิภาค ที่มา Bloomberg |