| ทั่วโลกจับตาการประชุมซัมมิตระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ที่กรุงปักกิ่งในสัปดาห์นี้ ซึ่งเป็นการเยือนจีนของผู้นำสหรัฐฯ ในรอบเกือบ 10 ปี โดยคาดว่า จะมีการหารือหลายประเด็นสำคัญ ได้แก่ สงครามอิหร่าน, ไต้หวัน, ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และอาวุธนิวเคลียร์ นอกจากนี้ ยังคาดว่าทั้งสองฝ่ายกำลังพิจารณาขยายเวลาข้อตกลงแร่แร์เอิร์ธ ทั้งนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์มีกำหนดเดินทางถึงปักกิ่งในวันพุธ (13 พ.ค.) ก่อนที่จะเริ่มเจรจาในวันพฤหัสบดีและวันศุกร์ โดยมีรายละเอียดที่น่าจับตาในประเด็นต่าง ๆ ดังนี้ ดีลซื้อเครื่องบิน, สินค้าการเกษตร และการค้า คาดว่า สหรัฐฯ และจีนจะมีการบรรลุข้อตกลง เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการค้าและการลงทุนระหว่างกัน ขณะที่จีนคาดว่า จะประกาศสั่งซื้อเครื่องบิน Boeing รวมถึงผลิตภัณฑ์การเกษตรและพลังงานจากสหรัฐฯ นอกจากนี้ ยังคาดว่าจะมีการประกาศจัดตั้งคณะกรรมการการค้า (Board of Trade) และคณะกรรมการการลงทุน (Board of Investment) อย่างเป็นทางการในการประชุมครั้งนี้ แต่กลไกเหล่านี้อาจต้องดำเนินการเพิ่มเติมในภายหลังก่อนมีผลในทางปฏิบัติ รวมไปถึงการหารือเพื่อขยายเวลาพักรบสงครามการค้า ซึ่งช่วยเปิดทางให้สามารถส่งแร่แรร์เอิร์ธจากจีนไปยังสหรัฐฯ ได้ แต่ยังไม่ชัดเจนว่าข้อตกลงดังกล่าวจะได้รับการขยายเวลาในสัปดาห์นี้หรือไม่ ด้านแหล่งข่าวที่ให้ข้อมูลกับรอยเตอร์แสดงความเชื่อมั่นว่าข้อตกลงพักรบซึ่งทำขึ้นเมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว และยังมีผลบังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน จะได้รับการขยายเวลาออกไป ไต้หวัน, อาวุธนิวเคลียร์, อิหร่าน และ AI ประเด็นที่สร้างความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับจีน อย่างอิหร่าน ไต้หวัน และอาวุธนิวเคลียร์ คาดว่าจะเป็นวาระสำคัญในการหารือระหว่างสองผู้นำโลกในการพบกันรอบนี้ จีนยังคงรักษาความสัมพันธ์และเป็นลูกค้าน้ำมันรายใหญ่ของอิหร่าน ขณะที่ทรัมป์คาดว่าจะกดดันให้จีนใช้อิทธิพลที่มีหว่านล้อมให้รัฐบาลอิหร่านยอมตกลงและยุติความขัดแย้งกับสหรัฐฯ รวมไปถึงการกดดันจีนในประเด็นความสัมพันธ์กับรัสเซียด้วย แหล่งข่าววงในระบุว่า "ประธานาธิบดีทรัมป์ได้หารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิงหลายครั้งเกี่ยวกับประเด็นอิหร่านและรัสเซีย รวมถึงเรื่องรายได้จากการขายน้ำมันให้จีน ตลอดจนสินค้าที่ใช้ได้สองวัตถุประสงค์ อุปกรณ์ และชิ้นส่วนต่างๆ ซึ่งยังไม่รวมการส่งออกอาวุธ ซึ่งคาดว่า การสนทนาในประเด็นนี้จะดำเนินต่อไป" ทางด้านประธานาธิบดีสี จิ้นผิงเอง แสดงความไม่พอใจต่อท่าทีของสหรัฐฯ ในประเด็นไต้หวัน โดยสหรัฐฯ ยังคงมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนและจัดหาอาวุธให้กับไต้หวัน ซึ่งจีนอ้างว่าเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของตน ด้านที่ปรึกษาของทรัมป์ยังแสดงความกังวลเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับโมเดลปัญญาประดิษฐ์ (AI) ขั้นสูงที่จีนกำลังพัฒนา ซึ่งทั้งสองฝ่ายจำเป็นต้องมีช่องทางการสื่อสาร เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้งานเทคโนโลยีนี้ เปิดรายชื่อซีอีโอบิ๊กเทคฯ ตบเท้าร่วมทริป การเดินทางเยือนจีนครั้งนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ได้เชิญผู้บริหารระดับสูงจากบริษัทชั้นนำของสหรัฐฯ ร่วมเดินทางไปด้วยหลายแห่ง อาทิ อีลอน มัสก์ ซีอีโอ Tesla, ทิม คุก ซีอีโอ Apple, แลร์รี ฟิงก์ ซีอีโอ BlackRock และเคลลี ออร์ตเบิร์ก ซีอีโอ Boeing นอกจากนี้ ยังคาดว่า จะมีผู้บริหารจากบริษัทอีกหลายแห่งร่วมเดินทาง อาทิ สตีเฟน ชวาร์ซแมน จาก Blackstone, ไบรอัน ไซคส์ จาก Cargill, เจน เฟรเซอร์ จาก Citigroup, จิม แอนเดอร์สัน จาก Coherent, เอช. ลอว์เรนซ์ คัลป์ จูเนียร์ จาก GE Aerospace, เดวิด โซโลมอน จาก Goldman Sachs, เจคอบ เธย์เซน จาก Illumina, ไมเคิล มีบัค จาก Mastercard, ดีนา พาวเวลล์ แมคคอร์มิก ผู้บริหารจาก Meta Platforms, ซันเจย์ เมห์โรตรา จาก Micron Technology, คริสเตียโน อามอน จาก Qualcomm และ ไรอัน แมคอิเนอร์นีย์ จาก Visa เป็นที่น่าสังเกตว่า เจนเซน ฮวง ซีอีโอของ Nvidia ไม่ได้อยู่ในรายชื่อ โดยเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเขาได้ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว CNBC ว่า "เราควรให้ประธานาธิบดีเป็นผู้ประกาศสิ่งที่ท่านตัดสินใจ... หากได้รับเชิญ จะถือเป็นเป็นเกียรติอย่างยิ่งสำหรับผมที่ได้เป็นตัวแทนของสหรัฐฯ" ที่มา Reuters และ CNBC |