| เปิดตัวนายก AIMC คนใหม่ “พจน์ หะริณสุต” เปิดวิสัยทัศน์ปี 69 - 71 เดินเกมใหญ่เพิ่มการออม-ขยายฐานนักลงทุนแตะ 6 ล้านคน เร่ง ESG และระบบบำนาญ พร้อมชงรัฐคลอด “TISA” เพิ่มสิทธิภาษี และเปิดทางต่างชาติลงทุนกองทุนไทย หวังดึงเงินใหม่เข้าตลาดระดับแสนล้านบาท นายพจน์ หะริณสุต นายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC) และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) วรรณ จำกัด เปิดเผยในงาน แถลงข่าว “แถลงวิสัยทัศน์และแนะนำนายกสมาคมพร้อมคณะกรรมการบริหาร AIMC” หลังได้รับตำแหน่งนายกสมาคม AIMC แทนนางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTAM ที่ครบวาระดำรงตำแหน่ง 4 ปี เมื่อวันที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยมีแผนงานและประเด็นสำคัญดังนี้ - เปิดเผยแผนงานของสมาคมบริษัทจัดการลงทุน (2569 - 2571) ดังนี้ 1. Policy Drivers ผู้ขับเคลื่อนนโยบาย- เพิ่มการออมของประเทศ - ขยายฐานนักลงทุน 3 ล้านคน เป็น 6 ล้านคน ภายใน 5 ปี - ขยายช่องทางการขาย Digital - ส่งเสริมการลงทุนแบบ Automatic Investing - ครอบคลุมกลุ่มแรงงานนอก ระบบ Freelance & Gig Workers 2. ESG Pioneer ผู้นำการเปลี่ยนแปลง ESG- สนับสนุนเป้าหมาย NDC ของประเทศ - สินทรัพย์ ESG เป็นจุดขาย ของตลาดทุนไทย - Collective engagement ในฐานะนักลงทุนสถาบัน 3. Pension Architect ผู้วางรากฐานระบบบำนาญ- เพิ่มการออมเพื่อเกษียณ ผ่าน PVD รองรับสังคมสูงวัย - ผลักดันการออมภาคบังคับ ผ่าน พรบ.กบช. - เพิ่มประเภทสินทรัพย์ที่ PVD ลงทุนได้ตามแนวทางสากล 4. AMC Business Development ยกระดับอถตสาหกรรม- พัฒนาช่องทางและโอกาสขยายธุรกิจจัดการลงทุน - พัฒนาระบบ Infrastructure ของอุตสาหกรรม ลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการจัดการ - นอกจากนี้ในเร็วๆ นี้เตรียมเสนอมาตรการเกี่ยวกับการลงทุนกับภาครัฐบาล โดยเบื้องต้นเน้นใน 2 ส่วน ได้แก่ การผลักดันโครงการบัญชีออมหุ้นรูปแบบใหม่ (TISA) และแนวทางให้ต่างชาติลงทุนในกองทุน - โดยโครงการ TISA จะเสนอกรอบการลงทุน เบื้องต้นจะเสนอขยายวงเงินลดหย่อนภาษีสูงสุดเป็น 800,000 บาทต่อปี (รวมสิทธิประโยชน์กองทุนอื่นๆ) เป็น 1,000,000 บาท อย่างไรก็ตามหากการขอขยายวงเงินดังกลล่าวไม่สามารถทำได้ จะเสนอให้วงเงินเดิม 800,000 บาท ขอแบ่ง 300,000 บาท สามารถลงทุนในกองทุนอื่นๆ ได้ เช่น กลุ่ม ThaiESG เป็นต้น - ส่วนการสนับสนุนต่างชาติ คือแผนให้ต่างชาติเข้าลงทุนในกองทุนรวมของไทย ตามระยะเวลาที่ถือวีซ่า จากเดิมที่มีเพียงการลงทุนตรง, ลงทุนในตราสารหนี้ หรือ อสังหาริมทรัพย์ ในเมืองไทย 5 แสนดอลลาร์ ซึ่งหากทำได้จริง จะช่วยดึงเม็ดเงินเข้ามาตลาดทุนไทยในระดับแสนล้านบาทได้
|