20 May 2026 13:14บล.หยวนต้า(ประเทศไทย) : SYMC แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 6.00 บาทบล.หยวนต้า(ประเทศไทย) : SYMC แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 6.00 บาทTranslatestar_borderModal Upgrade PackageefinAI What's New : ㆍ ผู้บริหารมองว่าผลการดำเนินงานได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในปี 2025 โดยผลประกอบการ 1Q26 เริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวชัดเจน มีกำไรปกติอยู่ที่ 43 ล้านบาท (+149% QoQ, -15% YoY) หนุนจากรายได้หลักที่กลับมาเติบโต +2.5% QoQ และ +2.1% YoY หลังบริษัทสามารถขยายฐานลูกค้าใหม่ได้เพิ่มเติมทั้งในประเทศและต่างประเทศ ขณะที่รายการตั้งสำรองที่เคยกดดันผลประกอบการใน 4Q25 ไม่ได้เกิดขึ้นอีกในไตรมาสนี้ㆍ กลยุทธ์หลักของบริษัทในระยะถัดไปยังคงมุ่งเน้น 4 ด้านสำคัญ ได้แก่ 1) การขยายฐานลูกค้าองค์กร (Enterprise) 2) การเจาะตลาด OTT และกลุ่ม Hyperscalers ซึ่งเป็นกลุ่มที่มี demand การใช้งาน data traffic สูง 3) การเพิ่มสัดส่วนบริการด้าน Cybersecurity เพื่อยกระดับ recurring income และ margin profile และ 4) การลงทุนเสริมความแข็งแกร่งของโครงข่ายเชื่อมต่อระหว่างประเทศ เพื่อรองรับการเป็น regional connectivity hub สำหรับผู้ประกอบการระดับโลกในระยะยาวㆍ บริษัทคงเป้าหมายทางการเงินปี 2026 ประกอบด้วย 1) รายได้เติบโตระดับ low-to-mid double digit 2) EBITDA เติบโตระดับ single digit 3) กำไรปกติเติบโต YoY และ 4) CAPEX อยู่ที่ราว 25-30% ของรายได้รวม โดยผู้บริหารระบุว่าการลงทุนหลักเพื่อรองรับลูกค้า Hyperscalers ได้ดำเนินการไปแล้วส่วนใหญ่ในช่วงก่อนหน้า ทำให้ CAPEX ระยะถัดไปจะมีลักษณะ selective investment ตามการเพิ่มขึ้นของลูกค้าใหม่มากขึ้น Our View : ㆍ ในระยะสั้น บริษัทให้ guidance ว่ารายได้ปี 2026 จะฟื้นตัว QoQ อย่างต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของปี หนุนจาก demand ของกลุ่ม Data Center ที่ยังแข็งแกร่ง และเริ่มเห็นการ onboard ลูกค้าใหม่เข้ามาเพิ่มเติมㆍ สำหรับความเสี่ยงด้าน geopolitical tension ในตะวันออกกลาง บริษัทได้ประเมินผลกระทบไว้ 2 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านการดำเนินงาน แม้มีการปิดเส้นทาง submarine cable บางส่วนบริเวณรอบประเทศอิหร่าน แต่ผู้บริหารเชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อบริการของบริษัท เนื่องจากคู่ค้ามี multiple routes เชื่อมต่อทั่วโลก และ 2) ด้านลูกค้าองค์กรบางกลุ่มที่อาจได้รับผลกระทบทางอ้อมจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังไม่พบการขอลดราคา หรือการลดการใช้งานจากลูกค้ากลุ่มดังกล่าว และบริษัทกำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดㆍ ประเด็นชายแดนไทย-กัมพูชา หากสามารถกลับมาเปิดได้อีกครั้ง บริษัทพร้อมกลับไปดำเนินธุรกิจทันที อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย ผู้บริหารมองว่าผลกระทบได้รับการสะท้อนไปแล้วตั้งแต่เดือน มิ.ย. 2025 ดังนั้น downside ต่อแนวโน้ม QoQ ในระยะถัดไปจึงค่อนข้างจำกัด ขณะที่หากเปิดได้จะเป็น upside ต่อประมาณการ efinAIReported byPhranorm BarkerInternational News Officer, efinanceThai
What's New : ㆍ ผู้บริหารมองว่าผลการดำเนินงานได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในปี 2025 โดยผลประกอบการ 1Q26 เริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวชัดเจน มีกำไรปกติอยู่ที่ 43 ล้านบาท (+149% QoQ, -15% YoY) หนุนจากรายได้หลักที่กลับมาเติบโต +2.5% QoQ และ +2.1% YoY หลังบริษัทสามารถขยายฐานลูกค้าใหม่ได้เพิ่มเติมทั้งในประเทศและต่างประเทศ ขณะที่รายการตั้งสำรองที่เคยกดดันผลประกอบการใน 4Q25 ไม่ได้เกิดขึ้นอีกในไตรมาสนี้ㆍ กลยุทธ์หลักของบริษัทในระยะถัดไปยังคงมุ่งเน้น 4 ด้านสำคัญ ได้แก่ 1) การขยายฐานลูกค้าองค์กร (Enterprise) 2) การเจาะตลาด OTT และกลุ่ม Hyperscalers ซึ่งเป็นกลุ่มที่มี demand การใช้งาน data traffic สูง 3) การเพิ่มสัดส่วนบริการด้าน Cybersecurity เพื่อยกระดับ recurring income และ margin profile และ 4) การลงทุนเสริมความแข็งแกร่งของโครงข่ายเชื่อมต่อระหว่างประเทศ เพื่อรองรับการเป็น regional connectivity hub สำหรับผู้ประกอบการระดับโลกในระยะยาวㆍ บริษัทคงเป้าหมายทางการเงินปี 2026 ประกอบด้วย 1) รายได้เติบโตระดับ low-to-mid double digit 2) EBITDA เติบโตระดับ single digit 3) กำไรปกติเติบโต YoY และ 4) CAPEX อยู่ที่ราว 25-30% ของรายได้รวม โดยผู้บริหารระบุว่าการลงทุนหลักเพื่อรองรับลูกค้า Hyperscalers ได้ดำเนินการไปแล้วส่วนใหญ่ในช่วงก่อนหน้า ทำให้ CAPEX ระยะถัดไปจะมีลักษณะ selective investment ตามการเพิ่มขึ้นของลูกค้าใหม่มากขึ้น Our View : ㆍ ในระยะสั้น บริษัทให้ guidance ว่ารายได้ปี 2026 จะฟื้นตัว QoQ อย่างต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของปี หนุนจาก demand ของกลุ่ม Data Center ที่ยังแข็งแกร่ง และเริ่มเห็นการ onboard ลูกค้าใหม่เข้ามาเพิ่มเติมㆍ สำหรับความเสี่ยงด้าน geopolitical tension ในตะวันออกกลาง บริษัทได้ประเมินผลกระทบไว้ 2 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านการดำเนินงาน แม้มีการปิดเส้นทาง submarine cable บางส่วนบริเวณรอบประเทศอิหร่าน แต่ผู้บริหารเชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อบริการของบริษัท เนื่องจากคู่ค้ามี multiple routes เชื่อมต่อทั่วโลก และ 2) ด้านลูกค้าองค์กรบางกลุ่มที่อาจได้รับผลกระทบทางอ้อมจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังไม่พบการขอลดราคา หรือการลดการใช้งานจากลูกค้ากลุ่มดังกล่าว และบริษัทกำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดㆍ ประเด็นชายแดนไทย-กัมพูชา หากสามารถกลับมาเปิดได้อีกครั้ง บริษัทพร้อมกลับไปดำเนินธุรกิจทันที อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย ผู้บริหารมองว่าผลกระทบได้รับการสะท้อนไปแล้วตั้งแต่เดือน มิ.ย. 2025 ดังนั้น downside ต่อแนวโน้ม QoQ ในระยะถัดไปจึงค่อนข้างจำกัด ขณะที่หากเปิดได้จะเป็น upside ต่อประมาณการ