| อัตรากำไรที่ดีขึ้นช่วยบรรเทาผลจากยอดขายที่อ่อนแอEvent อัพเดตข้อมูลบริษัท ปรับประมาณการกำไร และ ราคาเป้าหมาย Impact same-store sales ยังติดลบ จากการตรวจสอบข้อมูลล่าสุดกับ GLOBAL พบว่า same-store sales growth (SSSG) ในช่วงสองเดือนแรกของปีนี้ยังคงติดลบ โดยติดลบเป็นเลขตัวเดียวระดับต่ำ ๆ ถึงกลาง ๆ ในเดือนมกราคม และ ติดลบเป็นเลขตัวเดียวระดับกลาง ๆ ในเดือนกุมภาพันธ์ ทั้งนี้ SSSG ที่อ่อนแอสะท้อนถึงแรงกดดันจากรายได้ภาคเกษตรของไทยที่ลดลง 10% YoY ในเดือนมกราคม 2569 (Figure 1) ซึ่งเป็นการลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 10 นอกจากนี้ ความเชื่อมั่นผู้บริโภคยังคงอ่อนแอในช่วงเลือกตั้ง ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่ฉุดอุปสงค์ คาดว่าอัตรากำไรที่ดีขึ้นจะช่วยหนุนให้กำไรใน 1Q69F ทรงตัว YoY แม้ว่ายอดขายจะยังอ่อนแอเพราะอุปสงค์ยังแผ่ว แต่อัตรากำไรน่าจะยังฟื้นตัวได้ดี และ ช่วยรองรับผลกระทบจากรายได้ที่อ่อนแอ ทั้งนี้ อัตรากำไรจะถูกขับเคลื่อนโดยกลยุทธ์การจำหน่ายสินค้า housebrand ของ GLOBAL ซึ่งสัดส่วนยอดขายสินค้า house-brand ที่เพิ่มขึ้นจาก ~24–25% ของยอดขายใน 1H68 เป็น ~26–27% ใน 2H68 ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก ~25% ใน 1H68 เป็น ~26% ใน 2H68 ดังนั้น เราจึงคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นใน 1Q69F จะอยู่ที่ประมาณ 25.5–26.0% ซึ่งน่าจะชดเชยยอดขายที่อ่อนแอไปได้บ้างส่วน และ ทำให้กำไรทรงตัว YoY ใน 1Q69F คาดว่าทีมงานของรัฐบาลใหม่จะสนับสนุนอุปสงค์ เราคาดว่าผลประกอบการของ GLOBAL ในภาพรวมจะทรงตัวหรือดีขึ้นเล็กน้อย YoY ในทุกไตรมาสของปี 2569F หลังจากที่มีการตั้งรัฐบาลใหม่เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ เนื่องจากรายได้ภาคเกษตรอ่อนแอเพราะราคาพืชผลตกต่ำลงอย่างต่อเนื่อง (Figures 4–6) เราจึงเชื่อว่าเมื่อรัฐบาลใหม่มาบริหารประเทศน่าจะเน้นให้ความสำคัญกับการรักษาเสถียรภาพราคาพืชผลเป็นอันดับต้น ๆ ซึ่งน่าจะช่วยหนุนรายได้ภาคเกษตร และ อุปสงค์ในภาพรวม ซึ่งจะส่งผลดีต่อ GLOBAL เพราะ 53% ของเครือข่ายสาขาอยู่ในพื้นที่ภาคเหนือ และ อีสาน ซึ่งเป็นพื้นที่เพาะปลูกหลัก เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2569F ขึ้นอีก 1% เป็น 2,220 ล้านบาท จากเดิม 2,206 ล้านบาท และ ปี 2570F ขึ้นอีก 2% เป็น 2,416 ล้านบาท จากเดิม 2,380 ล้านบาท (Figure 9) เพื่อสะท้อนถึงผลประกอบการจริงในปี 2568 รวมถึงแนวโน้มที่เป็นบวกมากขึ้นของ SSSG (ปรับเพิ่มจาก 0% เป็น 1.5% ในปี 2569F และ จาก 2% เป็น 2.5% ในปี 2570F), อัตรากำไรขั้นต้น (ปรับเพิ่มขึ้น 10-20bps ในปี 2569F-2570F) และ การขยายสาขาร้านอย่างต่อเนื่อง (ปีละ 5 ร้าน) Valuation & action เรา re-rate PER เป็น 18.0x จาก 16.0x เท่ากับค่าเฉลี่ยในอดีตของหุ้นกลุ่มนี้ในตลาดโลก +0.5 S.D. และ ใกล้เคียงกับของ Dohome PCL (DOHOME.BK/DOHOME TB)* เพื่อสะท้อนถึงพัฒนาการที่คาดว่าจะเป็นไปในเชิงบวกจากการตั้งรัฐบาลใหม่ และ ภาวะของการจับจ่ายใช้สอยที่ฟื้นตัวขึ้น ทำให้ราคาเป้าหมายสิ้นปี 2569F ของเราเพิ่มขึ้นเป็น 7.10 บาทจากเดิม 6.50 บาท เรายังคงคำแนะนำ “ถือ” GLOBAL ในขณะที่เห็นโอกาสให้เข้าเก็งกำไรได้เนื่องจากคาดว่ากำไรของบริษัทน่าจะเน้นหนักในช่วงต้นปี Risks เศรษฐกิจชะลอตัวลง, ขยายสาขาได้น้อยกว่าเป้าหมาย, ราคาพืชผลอ่อนแอ, ภัยธรรมชาติ, สินค้าค้างสต็อกเป็นจำนวนมาก Chananthorn Pichayapanupat, CFA 66.2658.8888 Ext. 8849 chananthornp@kgi.co.th |