บล.ทิสโก้ : MAGURO แนะนำ “ซื้อ” มูลค่าที่เหมาะสม 29.25 บาท

รูป บล.ทิสโก้ : MAGURO แนะนำ “ซื้อ” มูลค่าที่เหมาะสม 29.25 บาท

efinAI


MAGURO : มุมมองเชิงลบเล็กน้อยจากบทสัมภาษณ์พิเศษของ TISCO

• MAGURO มองเห็นความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่จากสงครามปัจจุบันที่อาจกดดันกำไรขั้นต้น (GPM) ได้แก่ : (1) ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น โดยเฉพาะปลาแซลมอน (ประมาณ 12% ของต้นทุนสินค้าขาย) โดยราคาอาจพุ่งสูงขึ้นถึงประมาณ 450 - 500 บาท/กก. (เพิ่มขึ้น 20% จาก 4Q25) เนื่องจากการขนส่งทางอากาศลดลง และ (2) การขาดแคลนบรรจุภัณฑ์ โดยมีสินค้าคงคลังประมาณ 2-3 เดือน

• ในกรณีเลวร้ายที่สุด หากสงครามยืดเยื้อไปตลอดปี 2026F จะมี downside ต่อ NPM ของบริษัทประมาณ 1–2% ขณะที่แผนขยายสาขาจะถูกลดลงเหลือ 15 สาขา (จากเป้าเดิม 20 สาขา) โดยเลื่อนการขยายที่วางไว้ใน 4Q26F ออกไปส่งผลให้ประมาณการ EPS ปี 2026F มี downside 12–24%

• ในปี 2026F จะมีการรีโนเวทใหญ่เพียง 1 สาขา คือ MAGURO Siam Paragon (เทียบกับ 3 สาขาในปี 2025) และจะมีการรีโนเวทเล็ก 8–10 สาขา สำหรับ MAGURO และ Hitori Shabu ในช่วง 2Q–3Q26F

• สำหรับระบบ IT ใหม่ คาดว่าจะมี ค่าใช้จ่ายตัดจำหน่าย (write-off) เล็กน้อย จากระบบเดิมจนถึงช่วง ก.ย. 2026 สำหรับระบบ POS

• ปัจจัยสำคัญสำหรับปี 2026 คือการเปิดร้าน Kaiten Sushi Ginza Onodera ในเดือนกรกฎาคม 2026 ด้วยงบลงทุน 40-45 ล้านบาท โดยมีเป้าหมายที่จะดึงดูดลูกค้าทั้งกลุ่มพรีเมียม-ทั่วไปและกลุ่มไฮเอนด์ที่ชื่นชอบซูชิสายพานลำเลียง จะมีเมนูราคาเริ่มต้น 20 รายการ (เริ่มต้นที่ประมาณ 40 บาท/จาน) โดยใช้ปลาแซลมอนแอตแลนติก ซึ่งลูกค้าชาวไทยคุ้นเคยมากกว่าปลาแซลมอนญี่ปุ่นที่คู่แข่งรายสำคัญใช้

• โดยรวมแล้ว เรามองว่าอัตรากำไรขั้นต้นมีแนวโน้มลดลง เนื่องจากราคาปลาแซลมอนที่ลดลงในระยะสั้น และการบริโภคภายในประเทศที่อาจอ่อนแอลงท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน

• คงคำแนะนำ “ซื้อ” สำหรับ MAGURO โดยมูลค่าที่เหมาะสมเท่ากับ 29.25 บาท 


Editing by

ชุติมา มุสิกะเจริญ

ชุติมา มุสิกะเจริญ