
ไม่ได้มาเล่นๆ แม้บิตคอยน์เหวี่ยงสะบัดรายย่อยทั่วโลกจนเมาหมัด แต่ในไทยกลับเกิดกระแส “ออมวันละ 108 บาท” ต่อเนื่องตั้งแต่ปลายปีก่อน โพสต์แชร์ภาพซื้อเหรียญยามเช้าว่อนโซเชียล สะท้อนวัฒนธรรม HODL แบบมีวินัยที่ยังไม่แผ่ว!
ท่ามกลางตลาดคริปโทเคอร์เรนซีที่ซบเซา บิตคอยน์เคยปรับฐานลึกจากจุดสูงสุดเดิมราว 50% ในบางช่วง รายย่อยหวาดผวา บางคนโบกมือลาจากตลาด แต่ไม่ได้ทำให้รายย่อยไทยบางกลุ่มถอดใจ หลายคนเปลี่ยนเกมจาก “เก็งกำไรระยะสั้น” มาเป็น “ออมระยะยาว” หลังพบว่าตลาดคริปโทฯ ยุคใหม่นั้นไม่หมูเหมือนเคย
การจะทำเงินในตลาดนี้ต้องศึกษาอย่างถ่องแท้ โดยเฉพาะหากใครที่หวังทำเงินจากการเป็นสายเทรด ยิ่งต้องทำการบ้านหนักขึ้น ดังที่อาจารย์พิริยะ สัมพันธา รักษ์ ผู้เชี่ยวชาญบิตคอยน์ เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า ปัจจุบันผู้เล่นเปลี่ยนเป็น “สถาบันการเงิน” และ “ระดับประเทศ” ซึ่งพวกเขามีความได้เปรียบรายย่อยทั้ง “ขนาดเงินทุน” และการมีความสามารถในการรอ
ดังนั้น ถ้าใครไม่อยากเสี่ยงสู้กับยักษ์ใหญ่อย่างพวกสถาบันการเงิน มีทางเลือกคือลองเปลี่ยนมุมมองจากการ “เก็งกำไร” มาเป็นการ “การออมเพื่อปิดประตูความเสี่ยง”
บทความที่เกี่ยวข้อง : รายย่อยเอาไง? เกมบิตคอยน์เฟสถัดไป
กระแสการออมบิตคอยน์ 108
การเข้ามามีส่วนร่วมในตลาดแห่งนี้สำหรับรายย่อยเป็นไปได้หลายแบบ ขึ้นอยู่กับความถนัดของแต่ละคน บางคนสายเทรด บางคนสายเก็บออม ซึ่งในระยะหลังไม่กี่เดือนมานี้จะเริ่มเห็นชุมชนบิตคอยน์ในไทย โพสต์รูปภาพออมบิตคอยน์วันละ 108 บาท
กระแสนี้เริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายปีที่แล้ว แต่นี่ไม่ใช่งานฉาบฉวยรายวันที่มาแล้วเดี๋ยวก็จบไป หากแต่สังเกตเห็นได้ว่า เป็นกระแสที่จุดติดมาร่วม 4 เดือนแล้ว ส่วนหนึ่งอาจเพราะการออมบิตคอยน์ในจำนวนนี้ไม่สูงมาก เปรียบได้กับมูลค่ากาแฟสัก 1 แก้ว นั่นหมายความว่ามันช่วยลดอุปสรรคสำหรับคนมีเงินน้อยแต่อยากเก็บออมในสินทรัพย์ที่หน่วยเต็มประมาณ 2 ล้านบาท ณ ราคาปัจจุบัน
ทำไมต้องออมวันละ 108 บาท
ที่มาที่ไปมาจากการที่คุณลุงโฉลก สัมพันธารักษ์ ผู้ก่อตั้งชมรม CDC Chaloke.com ซึ่งสอนเรื่องของการลงทุนควบคู่กับเรื่องของธรรมะ และให้คนในชมรมทำบุญ 108 บาท ตัวเลขนี้ก็มาจากตัณหา 108 คุณลุงให้ทำบุญ 108 บาทเท่านั้นเพื่อจะได้ลดกิเลสในการทำบุญ ไม่ว่าใครจะมีเงินมากหรือน้อยแค่ไหนก็สามารถร่วมทำบุญได้แค่ครั้งละ 108 บาทเท่านั้น เพื่อไม่ให้เกิดความรู้สึกเปรียบเทียบหรือความอับอายของผู้ที่มีเงินน้อย
จุดเชื่อมโยงมาที่การซื้อบิตคอยน์ 108 อ.พิริยะ เล่าไว้ว่า มีสมาชิกในชุมชนบิตคอยน์ประเทศไทย (คุณเอ็ม ชลทิศ) ได้นำตัวเลขนี้มาเสนอเป็นแนวคิดในการ ซื้อบิตคอยน์ทุกวัน ซึ่งเปรียบเสมือนการทำบุญให้กับตัวเอง ประยุกต์จากทำบุญ 108 เป็นเก็บออม 108 เพื่อเริ่มต้นฝึกวินัยและฝึกวิธีคิด
และต่อมาก็มีคนในทีม Right Shift (คุณพงษ์) เริ่มซื้อบิตคอยน์วันละ 108 บาท แต่ไม่ได้ซื้อเงียบๆ เพราะเขาโพสต์อัปเดตทุกวันบนเฟซบุ๊ก ทำให้คนเห็นภาพนี้บ่อยๆ กลายเป็นแรงกระตุ้นชั้นดีที่ทำให้คนที่เคยเข้าใจบิตคอยน์แต่ “ผลัดวันประกันพรุ่ง” ได้เริ่มลงมือเก็บออมและหันมาศึกษาอย่างจริงจัง จนกลายเป็นวัฒนธรรมในกลุ่ม
หลายคนอาจมีคำถามว่า แค่วันละ 108 บาทจะเปลี่ยนชีวิตได้อย่างไร ในเรื่องนี้อาจารย์พิริยะ เคยตอบไว้ว่า หากคิดเป็นปีละราว 39,000 บาท ผ่านไป 3 ปี จะมีเงินเก็บกว่า 100,000 บาท โดยที่เราไม่ต้องรอเงินก้อนใหญ่ การออมจึงไม่ใช่เรื่องจำนวน แต่คือการสร้างนิสัย
นอกจากแก๊งค์ 108 แล้ว ถ้าใครตามเฟซบุ๊ก ดร.วิชิต ซ้ายเกล้า นักธุรกิจและบิตคอยเนอร์ไทย ก็จะเห็นว่าย้ำแนวคิดเดียวกันมาตลอด “การออมคือแม่ทุกสถาบัน” และมักโพสต์ภาพซื้อบิตคอยน์อย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าราคาจะขึ้นหรือลงเพียงแต่ ดร.วิชิตไม่ได้ซื้อครั้งละ 108 บาทแต่เป็นแก๊งค์หลักพัน บางทีก็หลักหมื่นบาท
กระดานเทรดในไทย เอาใจสายออม
เมื่อการซื้อสะสมบิตคอยน์แบบประจำ เป็นอีกหนึ่งแนวทางที่คนไทยบางกลุ่มชื่นชอบ เราจึงได้เห็นผู้ให้บริการแพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลในไทย หันมาเปิดบริการดังกล่าวเพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้สนใจเก็บออมเหรียญ ด้วยฟีเจอร์ Dollar-Cost Averaging (DCA) เหมือนกับที่เราคุ้นเคยกับการออมหุ้นแบบ DCA
ผู้มาก่อนกาลเจ้าแรกในที่เปิดให้บริการฟีเจอร์ DCA คือ Maxbit แพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล โดยเริ่มเมื่อเดือนมิถุนายน 2567 และตามด้วยรายล่าสุด Bitkub Exchange ที่เพิ่งได้ฤกษ์งามยามดีเปิดให้บริการระบบ Auto DCA เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 เรียกได้ว่าเป็นการเพิ่มทางเลือกให้นักลงทุนที่อยากมีวินัย โดยใช้ระบบช่วยให้ตั้งซื้อรายวัน รายสัปดาห์ หรือรายเดือนได้แบบอัตโนมัติ
สำหรับ DCA (Dollar-Cost Averaging) คือ วิธีลงทุนแบบทยอยซื้อสินทรัพย์ในจำนวนเงินเท่าๆ กันเป็นประจำ เช่น ทุกวัน ทุกสัปดาห์ หรือทุกเดือน โดยไม่สนใจว่าราคาขณะนั้นจะขึ้นหรือลง จุดเด่นคือช่วยเฉลี่ยต้นทุน ลดความเสี่ยงจากการจับจังหวะผิด และสร้างวินัยในการออมระยะยาว
บทสรุป
ในช่วงที่ดัชนี Fear & Greed ดิ่งต่ำต่อเนื่อง ตลาดขาดความคึกคัก การมีวินัยอาจสำคัญกว่าการไล่ล่าราคา การออมวันละ 108 บาทไม่ใช่สูตรรวยเร็ว แต่เป็นตัวอย่างของการ “ปิดประตูความเสี่ยง” ด้วยนิสัยระยะยาว
ท้ายที่สุด ไม่ว่าคุณจะเลือกออมทองคำ เงิน บิตคอยน์ หรืออสังหาริมทรัพย์ สิ่งสำคัญคือเข้าใจบริบทชีวิตและความเสี่ยงของตนเอง วินัยเล็กๆ ในวันนี้ อาจเป็นความมั่นคงก้อนใหญ่ในวันหน้า

บรรณาธิการข่าว สินทรัพย์ดิจิทัล สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย