วงการคาด Fund Flow ไหลเข้าหุ้นไทยทะลุ 1 แสนล้านบาท ปัจจัยบวกเพียบ ชี้เป้าหุ้นใหญ่รับอานิสงส์

efinAI
นักวิเคราะห์คาดเม็ดเงินต่างชาติไหลเข้าหุ้นไทยเกิน 1 แสนล้านบาท หลังผ่านไปเกือบ 2 เดือนมาแล้ว 5.68 หมื่นล้านบาท ดัน SET Index บวกกว่า 18.6% ล่าสุดเริ่มทยอยปรับเป้าดัชนีฯ แล้ว พร้อมแนะนำหุ้นรับอานิสงส์เงินนอกไหลเข้า
*** หุ้นไทยต้นปีบวกแรง 18.6% ดัชนีสูงสุดรอบ 16 เดือน
ข้อมูล ณ 19 ก.พ.69 ดัชนี SET Index ปิดที่ 1,493.91 จุด เพิ่มขึ้นจากต้นปี (YTD) ถึง 234.24 จุด หรือ 18.6% โดยระดับดัชนีสูงสุดรอบ 16 เดือน (ล่าสุด ต.ค.67 ที่ 1,506.82 จุด) ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญอยู่ที่เฉลี่ย 5.41 หมื่นล้านบาทต่อวัน สูงสุด 1.02 แสนล้านบาท เป็นมูลค่าการซื้อขายสูงสุดในรอบ 3 ปี (ก่อนหน้านี้ช่วงเดียวกันปี 66 มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ย 6.66 หมื่นล้านบาทต่อวัน สูงสุด 1.14 แสนล้านบาท)
*** ต่างชาติซื้อสุทธิ 5.68 หมื่นล้านบาท สูงสุดรอบ 4 ปี
ทั้งนี้เมื่อสำรวจการซื้อขายแยกตามกลุ่มผู้ลงทุน พบว่า นักลงทุนต่างประเทศ ซื้อสุทธิหุ้นไทยมากสุดรวม 5.68 หมื่นล้านบาท สูงสุดรอบ 4 ปี (เทียบช่วงเวลาเดียวกัน สูงกว่านี้ล่าสุดคือ 6.76 หมื่นล้านบาท เมื่อปี 65) โดยมีการซื้อต่อเนื่องติดต่อกันหลายวัน 3 ช่วง ระหว่าง 14-19 ม.ค. และ 3-12 ก.พ. ขณะที่ล่าสุดซื้อต่อเนื่องมาแล้ว 4 วันติด ตั้งแต่ 16-19 ก.พ.
*** กูรูชี้ปัจจัยบวกเพียบ
“ณัฐพล คำถาเครือ” ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า แนวโน้มภาพรวมของประเทศไทยดูดีขึ้น สะท้อนจากตัวเลข GDP ที่ออกมาดีกว่าคาด ทำให้มีสัญญาณการปรับประมาณการตัวเลขทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น รวมไปถึงการปรับ Outlook ประเทศไทย จากสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือด้วย ทำให้นักลงทุนต่างชาติมั่นใจที่จะกลับเข้ามา
“มงคล พ่วงเภตรา” รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) มองว่า การกลับมาของเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ (Fund Flow) รอบนี้ บางส่วนมาจากการกระจายความเสี่ยงหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐอเมริการที่ Valuation ตึงตัวแล้ว จึงมองหาหุ้นตลาดอื่น ๆ ที่น่าสนใจ และเป็นการเข้ามาเก็งกำไรเงินปันผลก่อนจะขึ้น XD เพราะหุ้นไทยขนาดใหญ่หลายบริษัทจ่ายเงินปันผลในระดับ Dividend Yield สูง ประกอบกับมีเงินไหลออกจากตลาดหุ้นอินโดนีเซีย หลัง MSCI ลดน้ำหนักการลงทุน
“เทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม” ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัย บล. เอเซีย พลัส ประเมินว่า นอกจากแนวโน้มเสถียรภาพการเมืองที่ดีขึ้น หลังพรรคอนุรักษ์นิยมชนะเลือกตั้งแบบขาดลอย ก็เริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ รวมถึงแนวโน้มการกระตุ้นเศรษฐกิจและลงทุนของรัฐบาลในระยะถัดไปที่อยู่ในเชิงบวก เป็นสาเหตุที่เม็ดเงินลงทุนต่างชาติไหลกลับมา
*** คาดเงินไหลเข้าทะลุ 1 แสนล้านบาท
“มงคล พ่วงเภตรา” ประเมินต่อไปว่า ในวงการวิเคราะห์คาดว่า เม็ดเงินต่างประเทศจะเข้าหุ้นไทยรอบนี้กว่า 1 แสนล้านบาท เพราะ 2 – 3 ปีที่ผ่านมา ขายสุทธิออกไปมาก ดังนั้นเมื่อภาพรวมดีขึ้นเงินที่จะไหลเข้ามาก็จะเท่า ๆ กับที่ไหลออกไป
“ณัฐพล คำถาเครือ” เสริมว่า มีความเป็นไปได้ว่า Fund Flow จะยังซื้อสุทธิหุ้นไทยต่อเนื่อง เพราะช่วง 3 ปีที่ผ่านมาขายสุทธิหุ้นไทยราว 4 แสนล้านบาท โดยเฉพาะปีก่อนขายสุทธิ 7 – 8 หมื่นล้านบาท จากปัจจัยความไม่แน่นอนทางการเมืองไทยเป็นหลัก ดังนั้นเมื่อปัจจัยดังกล่าวกลับมามีเสถียรภาพ คาดจะดึงเงินไหลกลับเข้ามาใกล้เคียงหรือมากกว่าที่ขายออกไปก่อนหน้านี้
ขณะเดียวกันสัดส่วนการถือครองหุ้นไทยของต่างชาติ ปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 16 – 17% เท่านั้น ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยที่ 21% จึงทำให้ยังมีช่องว่างที่จะมีการกลับเข้ามาได้ต่อ อีกทั้งหุ้นอินโดนีเซียโดนลดน้ำหนักลง ทำให้เม็ดเงินจากอินโดนีเซียบางส่วนจะไหลเข้ามาในตลาดหุ้นไทยระยะถัดไปด้วย เพราะปีนี้หุ้นไทยเป็นตลาดที่ Outperform ภูมิภาค จึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจของกลุ่มนักลงทุน
*** เริ่มปรับเพิ่มเป้าดัชนีปี 69
“ณัฐพล คำถาเครือ” ปรับเป้าหมาย SET Index ปีนี้ขึ้นไปที่ระดับ 1,500 จุด บนสมมติฐาน EPS ที่ 90 บาท/หุ้น เทรด P/E ที่ระดับ 16 เท่า โดยมีกรอบบนของเป้าหมายที่ 1,570 จุด บนสมมติฐานที่ดีมาก ๆ คือ EPS ระดับ 95 บาท/หุ้น และเทรด P/E ที่ระดับ 16.5 เท่า
ทั้งนี้มองว่า กลุ่มหุ้นขนาดใหญ่ใน SET100 ที่ราคาหุ้นยัง Laggard เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ โดยเฉพาะกลุ่มพลังงาน อาทิ PTT, PTTGC, GPSC และ GULF ส่วนกลุ่มอื่น ๆ ที่ยัง Laggard แนวโน้มกำไรเติบโตดีที่น่าจะเป็นเป้าหมาย คือ กลุ่ม ค้าปลีก, การแพทย์ และไฟแนนซ์
“เทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม” ระบุว่า มีโอกาสที่จะปรับเป้า SET Index ขึ้นจากเดิมที่ประเมินไว้ 1,440 จุด อ้างอิงจาก EPS ปี 69 ที่ 90 บาท/หุ้น เติบโต 4% จากปีก่อน, มาร์เกตแคปยีลด์แก็ปที่ 5%, ดอกเบี้ยนโยบายไทย 1.25% ซึ่งหาก กนง.มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 1 ครั้ง จะทำให้ SET Index มีอัปไซด์เพิ่มจากเป้าหมายเดิมที่ 1,440 จุด อีก 70 จุด เช่นเดียวกับ Bloomberg Consensus เริ่มมองว่าการรายงาน EPS ปี 69 ของบริษัทจดทะเบียนเริ่มมีอัปไซด์อีก 5% จากเป้า 90 บาท/หุ้น หากเป็นจริง EPS ปี 69 จะอยู่ที่ระดับ 94.50 บาท/หุ้น ก็จะมีอัปไซด์จากเป้าหมายดัชนีอีก 72 จุด และหาก 2 ปัจจัยเกิดขึ้นพร้อมกัน ยิ่งเปิดอัปไซด์ SET Index ขึ้นถึง 142 จุด จากเป้าหมายเดิม 1,440 จุด
สำหรับหุ้นที่จะได้รับอานิสงส์เม็ดเงินลงทุนต่างประเทศไหลเข้าจากนี้ มองว่าจะเป็นหุ้นขนาดกลาง-เล็ก เพราะจะเกิดการหมุนเม็ดเงินมายังกลุ่มดังกล่าวมากขึ้น เพราะก่อนหน้านี้เป้าหมายคือกลุ่มหุ้นขนาดใหญ่ จนหลายบริษัทปรับตัวขึ้นมากจน Valuation เริ่มตึงตัวแล้ว
ด้าน “มงคล พ่วงเภตรา” แม้ตอนนี้ยังไม่ได้ปรับเป้าหมาย SET Index ขึ้น แต่ประเมินจากสถานการณ์ปัจจุบัน ที่ทะลุ 1,490 จุดไปแล้ว ทำให้อัปไซด์ด้านบนยังเปิดได้อีกราว 50 – 60 จุด ส่งผลให้เป้าหมายระยะสั้นที่ประเมินไว้ตอนนี้อยู่ช่วงดัชนีที่ 1,540 – 1,557 จุด แนะนำ หุ้นบิ๊กแคป เพราะยังเป็นเป้าหมายของนักลงทุนต่างชาติ อาทิ CPF, BDMS, CPALL, SCB และ TTB เป็นต้น
*** เปิดสถิติ 30 หุ้น NVDR ซื้อสูงสุด
นอกจากนี้เมื่อสำรวจการซื้อขายของ บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด (NVDR) ที่ให้นักลงทุนต่างชาติลงทุนผ่าน “ใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่เกิดจากหลักทรัพย์อ้างอิงไทย” เพื่อเป็นทางเลือกเข้าซื้อหุ้นไทย นอกจากการลงทุนโดยตรงที่อาจติดข้อจำกัดด้านลิมิตการถือครอง พบว่า 20 บริษัทที่ NVDR ซื้อสูงสุดประกอบด้วย
| 20 หุ้นที่ NVDR ซื้อสูงสุดตั้งแต่ต้นปี | |
| ชื่อย่อหุ้น | มูลค่า (ลบ.) |
| PTT | 14,401.31 |
| PTTEP | 8,024.76 |
| CPALL | 4,956.78 |
| TOP | 3,992.99 |
| GULF | 3,416.23 |
| BCP | 2,664.44 |
| KTB | 2,316.08 |
| KKP | 1,978.98 |
| TTB | 1,948.54 |
| BH | 1,829.02 |
| CPN | 1,731.84 |
| MINT | 1,570.61 |
| KTC | 1,428.00 |
| BDMS | 1,418.60 |
| WHA | 1,258.49 |
| AOT | 1,245.72 |
| IVL | 1,061.48 |
| THAI | 1,050.75 |
| ADVANC | 947.95 |
| PTTGC | 888.69 |










