
"สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" สรุปข้อมูลการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ไทย ประจำปี 2568 พบว่า ณ 23 ธ.ค. มีหุ้นใหม่เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และ ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) รวม 18 บริษัท มูลค่าระดมทุน 8,992 ล้านบาท มูลค่าเสนอขาย 13,293 ล้านบาท และ มูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO รวม 77,760 ล้านบาท ต่ำสุดรอบ 14 ปี (ต่ำกว่านี้คือปี 54) ทั้งจำนวนบริษัทและมูลค่าต่าง ๆ
สถิติหุ้น IPO ของตลาดหุ้นไทย (SET+mai) | ||||
ปี | จำนวนบริษัท | มูลค่าระดมทุน (ลบ.) | มูลค่าเสนอขาย (ลบ.) | มูลค่าหลักทรัพย์ (ลบ.) |
2568 | 18 | 8,992 | 13,293 | 77,760 |
2567 | 32 | 20,451 | 28,745 | 112,806 |
2566 | 40 | 38,259 | 45,306 | 173,717 |
2565 | 40 | 85,445 | 115,429 | 494,138 |
2564 | 38 | 88,660 | 127,809 | 444,551 |
2563 | 26 | 130,794 | 159,422 | 550,049 |
2562 | 27 | 73,694 | 106,587 | 362,860 |
2561 | 18 | 26,481 | 29,138 | 127,050 |
2560 | 38 | 92,394 | 104,950 | 412,463 |
2559 | 23 | 32,489 | 33,089 | 135,436 |
2558 | 33 | 39,912 | 53,068 | 198,611 |
2557 | 36 | 113,990 | 122,367 | 304,797 |
2556 | 28 | 191,600 | 197,057 | 346,506 |
2555 | 18 | 52,271 | 52,466 | 101,008 |
2554 | 10 | 18,463 | 18,767 | 40,212 |
ด้านผลตอบแทนราคาก็แย่สุดในรอบหลายปี เทียบราคาล่าสุด (23 ธ.ค.68) ของทั้ง 18 บริษัท พบว่าต่ำกว่าราคาจองซื้อ IPO เฉลี่ยถึง 19% ซึ่งมีเพียง 4 บริษัทเท่านั้นที่ราคาล่าสุดยืนเหนือราคา IPO ที่เหลือติดลบตั้งแต่ 3-56% โดยมีถึง 9 บริษัทที่ราคาลดลงมากกว่า 20% จากราคา IPO
สถิติราคาหุ้น IPO ปี 2568 | |||||||
ชื่อย่อหุ้น | ราคา IPO (บ.) | วันแรกที่เข้าซื้อขาย (First Trading Day) | 23 ธ.ค.68 | ||||
เปิด | %chg | ปิด | %chg | ปิด | %chg | ||
BKA | 1.8 | 2.4 | 33 | 2.46 | 37 | 0.8 | -56 |
ONSENS | 2.05 | 2.6 | 27 | 2.04 | -0.49 | 1.14 | -44 |
IDG | 3 | 5.4 | 80 | 3.78 | 26 | 1.67 | -44 |
NUT | 6.8 | 6.2 | -9 | 5.2 | -24 | 3.82 | -44 |
WASH | 7.5 | 6.1 | -19 | 5.35 | -29 | 4.52 | -40 |
ATLAS | 3 | 2.5 | -17 | 2.22 | -26 | 1.81 | -40 |
SMO | 5.4 | 4.5 | -17 | 4.1 | -24 | 3.4 | -37 |
MMM | 5.5 | 5.5 | 0 | 4.66 | -15 | 3.58 | -35 |
MASTEC | 1.45 | 1.78 | 23 | 1.35 | -7 | 1.03 | -29 |
88TH | 5.45 | 12 | 120 | 8.2 | 50 | 4.46 | -18 |
MOTHER | 1.4 | 2.16 | 54 | 1.61 | 15 | 1.16 | -17 |
LTMH | 5 | 5.25 | 5 | 5.05 | 1 | 4.38 | -12 |
TURBO | 1.5 | 2.3 | 53 | 1.89 | 26 | 1.42 | -5 |
MRDIYT | 8.6 | 7.05 | -18 | 8.6 | 0 | 8.35 | -3 |
NTF | 6 | 8.5 | 42 | 7 | 17 | 6.55 | 9 |
PIS | 3 | 3.9 | 30 | 3.6 | 20 | 3.38 | 13 |
SKIN | 1.2 | 3.1 | 158 | 3.62 | 202 | 1.43 | 19 |
HANN | 0.7 | 0.9 | 29 | 2.12 | 203 | 0.96 | 37 |
ขณะที่พบว่าปีนี้มีหุ้น IPO จำนวน 5 บริษัทที่เปิดการซื้อขายวันแรก (First Trading Day) ราคาลดลงต่ำจองทันทีระดับ 9-19% ขณะเดียวกันมี 7 บริษัทที่ปิดการซื้อขายวันแรกต่ำกว่าราคาจอง 0.49-29%
อย่างไรก็ตาม ด้านผลประกอบการของบริษัทส่วนใหญ่ยังมีการเติบโต โดยกำไรสุทธิงวด 9 เดือนปี 68 ของ 14 จาก 18 บริษัทเติบโตจากช่วงเดียวกันปีก่อนตั้งแต่ 0.48-314% ซึ่งมีถึง 7 บริษัทที่กำไรสุทธิเติบโตมากกว่า 100%
กำไรสุทธิงวด 9 เดือนปี 68 ของหุ้น IPO | ||||
ชื่อย่อหุ้น | 9M/68 (ลบ.) | 9M/67 (ลบ.) | %chg YoY | ปี 67 (ลบ.) |
SKIN | 8 | 2 | 314 | 11 |
TURBO | 362 | 88 | 312 | 142 |
NTF | 203 | 58 | 250 | 64 |
PIS | 233 | 68 | 243 | 103 |
MMM | 103 | 40 | 156 | 81 |
88TH | 76 | 32 | 133 | 56 |
SMO | 652 | 306 | 113 | 260 |
MRDIYT | 1781 | 1132 | 57 | 1780 |
WASH | 87 | 58 | 51 | 83 |
HANN | 24 | 16 | 49 | 21 |
NUT | 52 | 41 | 27 | 55 |
LTMH | 18 | 12 | 21 | 23 |
MOTHER | 15 | 12 | 21 | 23 |
IDG | 11 | 11 | 0.48 | 15 |
ATLAS | 228 | 230 | -1 | 285 |
MASTEC | 18 | 25 | -27 | 42 |
ONSENS | 10 | 25 | -62 | 33 |
BKA | -16 | 28 | -157 | 37 |
ด้านกลุ่มที่กำไรลดลง มี 2 บริษัทที่มีนัยสำคัญตั้งแต่ 27-62% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่มี 1 บริษัทถึงขั้นพลิกขาดทุนในปีแรกที่เข้าซื้อขาย ซึ่งล่าสุดมีประกาศเพิ่มทุนทั้ง ๆ ที่เพิ่งได้เงินระดมทุน IPO ไปราว 7 เดือนเท่านั้น
"ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล" ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) ให้ความเห็นว่า หุ้น IPO ปัจจุบันน่าเป็นห่วง เนื่องจากราคาหุ้นหลายตัวที่เข้าซื้อขายต่ำกว่าราคาจองซื้อ สร้างความกังวลให้กับนักลงทุน โดยส่วนหนึ่งมาจากการตั้งราคาขายที่สูงเกินไป ซึ่งหากกำหนดราคา IPO แพงเกินจริงจะกระทบต่อความเชื่อมั่นและทำลายโอกาสของผู้จองซื้อหุ้นได้
ที่ผ่านมาราคาจอง IPO มักมีส่วนลด (Discount) เพื่อให้นักลงทุนได้รับผลตอบแทนเบื้องต้น แต่เมื่อการตั้งราคาเกินจริง กลับทำให้ตลาด IPO ขาดความน่าสนใจ จึงควรทบทวนแนวทางการกำหนดราคาใหม่ พร้อมขอให้ที่ปรึกษาทางการเงิน (FA) จัดทำประมาณการมูลค่าหุ้นให้เหมาะสมกับศักยภาพของแต่ละบริษัท
"FETCO ยังได้รับเรื่องร้องเรียนจำนวนมากเกี่ยวกับหุ้นที่เปิดซื้อขายแล้วให้ผลตอบแทนต่ำกว่าคาด ซึ่งจะนำข้อกังวลเหล่านี้เข้าสู่การหารือภายในสมาคม เพื่อหามาตรการปรับปรุงคุณภาพของหุ้นที่เข้าจดทะเบียนในอนาคต"
สิ่งที่ควรให้ความสำคัญคือ การดึงดูดบริษัทเทคโนโลยีและธุรกิจแห่งอนาคตเข้ามาจดทะเบียนในตลาดทุนไทยมากขึ้น แทนที่บริษัททั่วไปซึ่งมีรูปแบบธุรกิจแบบเดิม ๆ เพื่อเพิ่มความหลากหลายและศักยภาพการเติบโตของตลาด
อีกหนึ่งปัญหาที่น่ากังวล คือ แนวโน้มที่หลายบริษัทเลือกไม่เสนอขาย IPO ในประเทศไทย โดยหันไปจดทะเบียนในต่างประเทศแทน เนื่องจากมองว่าตลาดทุนไทยไม่สามารถให้มูลค่าหรือราคาที่เหมาะสม ซึ่งหากสถานการณ์ยังไม่เปลี่ยนแปลง จะทำให้จำนวน IPO ในไทยลดลงต่อเนื่อง
"หากบริษัทมองว่าเข้าตลาดแล้วไม่ได้ราคา ย่อมเลือกไปตลาดอื่น หรือเลื่อนแผนออกไปก่อน ดังนั้น ถึงเวลาที่ต้องปฏิรูปตลาดทุนไทยอย่างจริงจัง เพื่อสร้างระบบที่แข็งแรงและดึงดูดผู้เล่นใหม่ ๆ เข้ามา"
"ณัฐพล คำถาเครือ" ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) หยวนต้า (ประเทศไทย) เสริมว่า หุ้นใหม่ที่ขาย IPO เข้าตลาดฯ ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจที่ไม่ได้น่าสนใจมากนัก อยู่ในอุตสาหกรรมเดิม ๆ ที่ตลาดฯ มีอยู่แล้ว รวมถึงมีการตั้งราคาขายที่ระดับ P/E ค่อนข้างสูง แรงดึงดูดนักลงทุนให้เข้าไปซื้อจึงน้อย ซึ่งเมื่อหุ้น IPO เข้าตลาดไม่ได้รับความสนใจ มักจะถูกเทขาย
เช่นเดียวกับ แหล่งข่าวจากโบรกเกอร์ มองในมุมเดียวกัน คือ ธุรกิจที่เข้าจดทะเบียนระยะหลังส่วนใหญ่ไม่ได้มีความน่าสนใจ ไม่มีลักษณะหุ้นเติบโต หลายบริษัทพิจารณาจากพื้นฐาน ยังอาจจะไม่ถึงเวลาเข้าตลาดหุ้นเลยด้วยซ้ำ แต่ยังฝืนเข้ามา ซึ่งทำให้นักลงทุนเชื่อมั่นได้ยาก
"บางบริษัทมักมีนโยบายเติบโตสวยหรู แต่ก็มีส่วนน้อยเท่านั้นที่ทำได้ตามคำมั่นสัญญา หากลองย้อนไปดูบทวิเคราะห์ที่ประเมินกำไรสุทธิอีก 1 ปีข้างหน้า ของหุ้นที่เข้ามาก่อนหน้านี้สัก 2 - 3 ปี จะพบว่าหลาย ๆ บริษัท ไม่สามารถทำได้ตามเป้าที่คาดการณ์ไว้ บางรายเป็นการสร้างภาพ บางรายมีการจ้างคาดการณ์กำไร เพื่อให้นักลงทุนสนใจหุ้นตัวเอง หรือหลาย ๆ รายก็เข้ามาเพื่อที่จะ Exit มันจึงทำให้ความเชื่อมั่นน้อย พอเห็นว่าธุรกิจไม่ดีจริง ก็ไม่มีใครเทรดกันแล้ว" แหล่งข่าวกล่าวไว้อย่างน่าสนใจ
แหล่งข่าวรายเดิม เล่าต่อไปว่า สิ่งที่น่าเศร้าใจ ณ ปัจจุบัน คือ นักลงทุนที่ได้รับสิทธิจองซื้อหุ้น IPO เจตนาหลักคือต้องการขายที่ราคาเปิดเท่านั้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะทำให้ผลตอบแทนหุ้น IPO ปีนี้ไม่ดีเลยหลังเข้าเทรดไปแล้ว
บางบริษัทเปิดมาแล้วต่ำจองเลย แรงขายก็เกิดจากคนที่ได้หุ้นจองไปทั้งนั้น เพราะต้องยอมรับว่า พฤติกรรมนักลงทุนตอนนี้ เน้นระยะสั้นมากกว่าระยะยาว เมื่อเห็นว่าราคา ATO ไม่เป็นไปดังที่คาดหวัง หลายคนจึงเลือกที่จะขายตัดขายทุนลดความเสี่ยง เพื่อนำเงินไปลงทุนในหุ้นตัวอื่นหรือสินทรัพย์อื่นดีกว่า