PTTGC ถ่ายทอดความอิน จุดประกายนวัตกรรม ผ่าน “GC StandOut Through INnovation”

รูป PTTGC ถ่ายทอดความอิน จุดประกายนวัตกรรม ผ่าน “GC StandOut Through INnovation”

efinAI


 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -24 ก.พ. 69 16:40 น.

 

PTTGC เชื่อว่า “ความอิน” ไม่ได้เกิดแค่ตอนได้ทำในสิ่งที่รัก แต่จะเกิดขึ้นเมื่อเราเชื่อในสิ่งที่ทำ และ เมื่อเราอิน สิ่งนั้นจะไม่ใช่แค่หน้าที่ แต่ คือ แรงขับเคลื่อนจากข้างในที่ผลักดันให้กล้าคิดและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ เป็นจุดเริ่มต้นของความมุ่งมั่นที่ปลดล็อกศักยภาพ และ เปลี่ยนไอเดียให้กลายเป็นคุณค่าที่จับต้องได้

 

บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC เปิดเผยผ่านเอกสารเผยแพร่ว่า ปี 2569 นี้ GC เดินหน้าสื่อสารแบรนด์ภายใต้แนวคิด “GC StandOut Through INnovation” เพื่อตอกย้ำว่า นวัตกรรมต่างๆ ไม่ได้เริ่มจากเทคโนโลยี แต่เริ่มจากคนที่อินกับสิ่งที่ทำ และ กล้าสร้างสิ่งที่แตกต่าง โดยมีรายละเอียดดังนี้

 

-แรงขับจากวัฒนธรรมองค์กรสู่ความอินในการสร้างสรรค์ INnovation ที่จับต้องได้ โดยเล่าเรื่องผ่านมุมมองพนักงาน GC ในหลากหลายบทบาททั้งวิศวกรโรงงาน นักวิจัย พนักงานออฟฟิศทั้งในไทยและต่างประเทศ ที่แม้จะมีบทบาทหน้างานที่ต่างกัน แต่ทุกคนสามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมในแบบของตนเองได้ ผ่าน Mindset กล้าคิด กล้าทดลอง ไม่หยุดพัฒนาและไม่กลัวความล้มเหลว และ พร้อมปรับใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ซึ่งสอดคล้องกับหนึ่งใน 4 Core Behaviors หรือ วัฒนธรรมองค์กรของ GC ที่เน้นเรื่องกล้าคิด กล้าทำ และ สร้างสรรค์สิ่งที่ดีกว่า พร้อมที่จะเรียนรู้จากทั้งความสำเร็จ และ ความผิดพลาดซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางการเติบโตของพนักงาน

 

-GC StandOut Through INnovation ผลลัพธ์จากการต่อยอดแนวคิด GC StandOut 3DO

 

-Do Less อินกับสิ่งที่ใช่ ลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น จัดลำดับความสำคัญใหม่ให้ชัดเจน เพื่อให้เวลากับการคิดเชิงกลยุทธ์และสร้างสรรค์นวัตกรรมมากขึ้น

 

-Do Now อินกับการลงมือสร้าง ลงมือทดลองแบบไม่ต้องรอ เรียนรู้ และ พร้อมปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว เพื่อขับเคลื่อนองค์กรได้อย่างคล่องตัวมากยิ่งขึ้น

 

-Do More อิน และ โฟกัส กับการสร้างสรรค์ผลลัพธ์ที่จับต้องได้ นำเวลาที่ได้จากการ Do Less ไป Do More ต่อยอดสิ่งใหม่ๆ ให้เกิดอิมแพกต์ในวงกว้าง

 

 

-แนวคิดนี้ซึมซับอยู่ใน DNA ของ GC และ เป็นแรงขับเคลื่อนการทำงานในทุกวัน ทุกหน่วยงาน

 

-ตัวอย่าง “ความอิน” สู่โปรเจกต์ INnovation หลากหลายมิติ

 

-Muconic Acid เทคโนโลยีผลิตเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร



-ตัวอย่างความอินของพนักงาน GC คือ การได้ทดลองและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เปลี่ยนวัตถุดิบและของเหลือใช้ทางการเกษตร ซึ่งเป็นทรัพยากรท้องถิ่นของประเทศ ให้เกิดมูลค่าสูงสุด พร้อมผสานองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ สิ่งแวดล้อม และ สังคมอย่างสมดุล ด้วยความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการหมักขั้นสูง GC สามารถแปลงน้ำตาลจากกากอ้อยและกากมันสำปะหลังให้เป็นกรดมิวโคนิกชีวภาพมูลค่าสูง ผสานเทคโนโลยีของ Toray Industries, Inc. ในการผลิตกรดอะดิปิกชีวภาพบริสุทธิ์สูง สำหรับการผลิตไนลอน-6,6 ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นวัตกรรมนี้สามารถต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์สิ่งทอ ชิ้นส่วนยานยนต์ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ โดยตั้งเป้าการผลิตเชิงพาณิชย์หลายพันตันต่อปี ภายในปี 2573

 

-Smart Mangrove Surveillance ประยุกต์ใช้โดรนและ AI วิเคราะห์การเติบโตของป่าชายเลน



-ความอินในการนำเทคโนโลยีมาต่อยอดกับงานด้านสิ่งแวดล้อม ยกระดับงานปลูกป่าแบบดั้งเดิมสู่การบริหารจัดการข้อมูลที่ผสานนวัตกรรมดิจิทัลเข้ากับงานภาคสนามอย่างเป็นรูปธรรม

 

-โครงการปลูกป่าอัจฉิรยะ หรือ Smart Mangrove Surveillance GC ได้ร่วมมือกับบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ในการออกแบบและพัฒนาระบบติดตามการเจริญเติบโตและอัตราการรอดตายของพรรณไม้ป่าชายเลน โดยใช้ Drone ร่วมกับ Real-Time Kinematic (RTK) เพื่อเก็บภาพถ่ายทางอากาศที่มีความแม่นยำสูงระดับพิกัดแบบเรียลไทม์ และ นำข้อมูลเข้าสู่กระบวนการประมวลผลภาพด้วย AI สร้างภาพมุมมองสามมิติ ในการตรวจจับพื้นที่เรือนยอด นับจำนวนต้นไม้ วิเคราะห์ขนาดทรงพุ่ม ประเมินอายุ และ คำนวณอัตราการรอดตายของต้นโกงกางในแปลงปลูก จังหวัดระยอง เทคโนโลยีดังกล่าวช่วยให้งานด้านการฟื้นฟูป่าชายเลนมีความแม่นยำ ครอบคลุมพื้นที่เข้าถึงยาก ลดเวลา และ งบประมาณการลงพื้นที่ พร้อมรองรับการขยายผลในอนาคต

 

-Biorefinery โรงกลั่นชีวภาพ เปลี่ยนน้ำมันพืชใช้แล้วสู่น้ำมันอากาศยานยั่งยืน (SAF) เคมีภัณฑ์ชีวภาพ และ พลาสติกชีวภาพ



-อีกหนึ่งตัวอย่างของความอินของพนักงานที่ไม่หยุดคิดค้นสิ่งใหม่ ต่อยอด ประยุกต์จากทรัพยากรที่มีบนพื้นฐานของความใส่ใจต่อสังคมและโลก โรงกลั่นชีวภาพ (Biorefinery) คือ โรงงานที่แปรรูปน้ำมันดิบร่วมกับน้ำมันพืชใช้แล้ว เป็นน้ำมันอากาศยานยั่งยืน (SAF) รายแรกในประเทศไทย ที่ช่วยลดการปล่อยคาร์บอนได้ถึง 85% เมื่อเทียบกับเชื้อเพลิงทั่วไป นอกจากนี้ ยังสามารถผลิตเคมีภัณฑ์ชีวภาพ และ พลาสติกชีวภาพ ที่นำไปใช้ได้หลากหลายอุตสาหกรรม อาทิ บรรจุภัณฑ์ เครื่องสำอาง ของเล่นเด็ก ยางรถยนต์ ผ่านกระบวนการร่วมผลิต (Co-processing) ซึ่งช่วยลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมลพิษทางอากาศ สนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียน และ สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ

 

-allnex Battery Solutions โซลูชันวัสดุเพื่อแบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูง



-อินกับการต่อยอดความเชี่ยวชาญด้าน Coating Resins พัฒนานวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์เทรนด์แห่งอนาคต

 

-กลุ่มวัสดุโพลิเมอร์และสารช่วยในการผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนสำหรับ EV และงาน e-Mobility ที่ช่วยให้แบตเตอรี่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นและทนทานขึ้น โดยครอบคลุมทั้งส่วนประกอบภายในเซลล์และชุดแบตเตอรี่ จุดเด่น คือ วัสดุที่ช่วยรองรับแบตเตอรี่ความจุสูงและการชาร์จเร็ว ลดการเสื่อมสภาพระหว่างการใช้งาน เพิ่มความคงทน แล ะเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิต

 

"เพราะ ความอิน คือ จุดเริ่มต้นของความแตกต่างที่ทุกคนสร้างได้ เมื่อเราเชื่อในสิ่งที่ทำ เมื่อเรากล้าลงมือจากความตั้งใจ สิ่งนั้นจะไม่ใช่แค่หน้าที่ แต่ คือ แรงขับจากข้างในที่ผลักดันให้เราทำได้ดีกว่าเดิม และ เปลี่ยนความตั้งใจให้กลายเป็นผลลัพธ์ที่แตกต่างอย่างแท้จริง"

 

 



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Editing by

กรณัช พลอยสวาท

กรณัช พลอยสวาท

ผู้สื่อข่าวอาวุโส สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย