“บางจาก” ฉายโมเดลยั่งยืนแบบไม่ฝืนความจริง เก็บกำไรฟอสซิลบนทางแยก”โลกสองขั้ว”พลังงาน 

รูป “บางจาก” ฉายโมเดลยั่งยืนแบบไม่ฝืนความจริง เก็บกำไรฟอสซิลบนทางแยก”โลกสองขั้ว”พลังงาน 

efinAI


 “บางจาก” ธุรกิจที่ยังทำกำไรจากต้นน้ำ ธุรกิจโรงกลั่น และแขนขาสถานีบริการน้ำมัน 2,200 แห่ง  ท่ามกลางโลกความจริง ที่ต้องวางสมดุล  พึ่งพิงฟอสซิล รอจังหวะถึงจุดเปลี่ยนพลังงานสะอาดเติบโตในไทย

 บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP ที่กำลังปรับโครงสร้างรองรับสู่พลังงานสะอาด โดยยังมีเครือข่ายสถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศกว่า 2,200 แห่ง  และโรงกลั่น   

หากมองโมเดลความยั่งยืนของ “บางจาก” กำลังเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจสีเขียว โดยที่สะสมเสบียงของสถานีน้ำมันและโรงกลั่นน้ำมัน จะเป็นโอกาส หรือเป็นความเสี่ยงระหว่างมุ่งสู่เส้นทางธุรกิจอนาคต 

แกะสูตร Synergy สมดุลกระแสเงินสด น้ำมันผันผวน 

ชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจาก และกรรมการผู้จัดการใหญ่  BCP เผยถึงผลการดำเนินงานในปี 2568 และการปรับโครงสร้างรองรับการเปลี่ยนผ่านให้ธุรกิจเติบโตต่อเนื่อง กำไรจากการดำเนินงานหลัก (Core Profit) อยู่ที่ 10,240 ล้านบาท  เติบโต จากกลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและการค้าปิโตรเลียม เช่น โรงกลั่นบางจากและ ESSO (ศรีราชา)เดิม ทำผลงานได้ดีด้วยค่าการกลั่นพื้นฐานที่สูงถึง ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล 

“รายได้รวมลดลงจากปีก่อน เพราะราคาน้ำมันโลกที่อ่อนตัว แต่กำไรยังเติบโต เพราะบริหารต้นทุน จากการSynergy หลังจากควบรวมกิจการมีรายได้ถึง 7,300 ล้านบาท”

ชัยวัฒน์ เล่าย้อนถึงภาพรวมธุรกิจเติบโตในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา จากพอร์ตรายได้ราวแสนล้านบาท ปัจจุบันแตะระดับเกือบ 5 แสนล้านบาท เติบโตเกือบ 4–5 เท่า ส่วนหนึ่งมาจากการลงทุนเชิงกลยุทธ์ เช่น การลงทุนและขายสินทรัพย์ต่างประเทศเมื่อกำไร  

ผลดำเนินงานที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่ารายได้หลักของธุรกิจยังมาจากกลุ่มธุรกิจฟอสซิล(Natural Resources & Refinery) สัดส่วนถึง 67%  ช่วยให้รักษากระแสเงินสด (Cash Flow) ผนึกพลังผสมผสานนธุรกิจ (Synergy) ช่วยรักษาสมดุลในช่วงที่ราคาน้ำมันผันผวน การบริหารจัดการราคา และกระแสเงินสด เป็นช่องทางช่วยขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตก่อนเปลี่ยนสู่พลังงานอนาคต ที่ปัจจุบันธุรกิจในอนาคตยังมีรายได้ต่ำ เพียงสัดส่วนราว 17% เป็นกลุ่มธุรกิจไฟฟ้าและธุรกิจใหม่

ถอดรหัส ESG ความยั่งยืน กับตันตน และโลกความจริง

แนวคิดของการเปลี่ยนผ่านธุรกิจจากฟอสซิล ให้สอดคล้องกันกับทิศทางโลก โดยที่จะยังมีอัตราการเติบโตทางธุรกิจ ใช้จุดแข็ง ที่มีโครงสร้างธุรกิจครบห่วงโซ่ (Value Chain) ตั้งแต่ ต้นน้ำ โรงกลั่น ค้าปลีก และไฟฟ้า หลังจากควบรวมกิจการระหว่างโรงกลั่นบางจาก กับ ESSO โรงกลั่นศรีราชา จึง Synergy  ภาคการผลิตและการตลาด ทำให้มีกระแสเงินสดที่แข็งแรง จากการจัดการธุรกิจต้นน้ำ โรงกลั่น และยังมีการวางโครงสร้างพื้นฐานธุรกิจไปสู่ New S-Curve รองรับอนาคต ที่รอให้พลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานลม มีเสถียรภาพและค้นพบเทคโนโลยีที่คุ้มค่า

“ความยั่งยืนบนโลกความจริง แม้รู้ว่าทิศทางโลกต้องไปพลังงานสะอาด และอยากจะเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาดมาก แต่ทำไม่ได้ทั้งหมดเพียงชั่วข้ามคืน เพราะธุรกิจยังต้องอยู่ได้แบบมีกำไร โดยเฉพาะเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ  มีหน้าที่สร้างผลตอบแทนให้ผู้ถือหุ้น สร้างสมดุลระหว่าง “ความยั่งยืน” กับ “ผลตอบแทนทางการเงิน” 

แนวโน้มธุรกิจ 5–10 ปีข้างหน้า

ต้องยอมรับว่าในช่วง 10 ปีจากนี้ EBITDA หลักยังมาจากฟอสซิล แต่จะค่อยลดลง เพื่อรอจังหวะการเติบโตของธุรกิจพลังงานสะอาด จากกลุ่มธุรกิจที่ถือหุ้นใน   BCPG ในยุคที่เทคโนโลยีใหม่เกิดขึ้นมาแล้วคุ้มค่าทำให้เกิดการเปลี่ยนผ่าน

“รายได้จากธุรกิจฟอสซิลจะค่อยลดสัดส่วนลง และเพิ่มธุรกิจที่ไม่ใช่ฟอสซิลมากขึ้น อาทิ ด้านพลังงานทางเลือก รอเทคโนโลยีใหม่ ที่จะสร้างจุดเปลี่ยน (Breakthrough) รองรับโอกาสใหม่ อาทิ ธุรกิจไฟฟ้า (BCPG), ธุรกิจน้ำมันชีวภาพ (Biofuel) เช่น และ ธุรกิจในกลุ่มต่างประเทศ เช่น ฮ่องกง

ควบรวม ฮ่องกง เสริมทัพบางจาก รุกโกลบอล 

กลุ่มบริษัทบางจากประกาศเข้าซื้อหุ้น Chevron Hong Kong Limited ( CHK) ในสัดส่วน 100% จาก Chevron Companies (Greater China) Limited เป็นการขยายการลงทุนไปยังตลาดพลังงานในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ถือเป็นก้าวสำคัญในการขยายธุรกิจต่างประเทศ และสร้างความแข็งแกร่งให้ระบบโลจิสติกส์พลังงาน โดย CHK มีธุรกิจน้ำมันค้าปลีก น้ำมันอุตสาหกรรม น้ำมันเรือเดินสมุทร คลังน้ำมัน และสถานีบริการทั่วฮ่องกง โดยสถานี Caltex ในฮ่องกงมีทั้งสิ้น 31 แห่ง 

CHK เพราะมีค่าการตลาดในระดับสูงและมีเสถียรภาพ พร้อมกระแสเงินสด เพิ่มประสิทธิภาพการไหลเวียนสินค้า การบริหารสินค้าคงคลัง และการกระจายสู่ตลาดภูมิภาค ที่สำคัญค่าเงินดอลลาร์ฮ่องกงผูกกับดอลลาร์สหรัฐฯ จึงมีเสถียภาพ รวมถึงเชื่อมั่นในระบบกฎหมายสริมมีความมั่นคง ด้านการลงทุนระยะยาว ช่วยให้ธุรกิจค้าน้ำมัน เข้าถึงตลาดข้างเคียง เพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารความเสี่ยงจากภาวะผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปส่วนเกินในประเทศ

“การไปฮ่องกงช่วยบริหารความเสี่ยงค่าเงิน กฎระเบียบมีเสถียรภาพ และมีกำไรสูง เช่น ราคาน้ำมันต่างประเทศสูงกว่า ฮ่องกงยังเป็นฐานการเติบโตสำคัญของเอเชีย เป็นเหมือนสปริงบอร์ดไปสู่ประเทศอื่น ใช้ฮ่องกง เป็นฮับเพื่อขยายต่อไปตลาดข้างเคียง เป็นตลาดที่มีศักยภาพ”

มิติความยั่งยืน ย้อนกลับสู่ ต้นกำเนิด สะท้อน ตัวตน 

บางจากถือเป็นบริษัทที่เติบโตมาจากโรงกลั่น ที่ที่ตั้งอยู่รอบชุมชน นี่คือความเป็น”ตัวตน” ของบางจาก โรงกลั่นที่เติบโตขึ้นมาควบคู่กับชุมชน จึงทำหน้าที่ดูแลสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของชุมชนรอบข้าง พร้อมกันกับรับผิดชอบต่อทั้ง สิ่งแวดล้อม ดูแลการจ้างงานคนในพื้นที่ เพื่อมีส่วนขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของชุมชนในพื้นที่ สนับสนุนการศึกษาและมหาวิทยาลัย ตลอดจน สร้างความสัมพันธ์กับสังคม
“มีแนวทางการพัฒนาธุรกิจที่สร้างผลกระทบให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อม เช่น การพัฒนาโครงการด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (Nature-based Solutions)” 

ยันบอร์ดบริหารโปร่งใส ไร้ใบสั่งเครือข่ายสแกมเมอร์ 

ด้านธรรมาภิบาล (Governance) มีการกำกับดูแลกิจการที่ดี ครอบคลุมสิทธิมนุษยชน การบริหารซัพพลายเชน และมาตรฐานบอร์ดตามข้อกำหนดตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ดังนั้น กรณี “บางจาก” กับ “เบน สมิธ” กลายเป็นประเด็นสำคัญด้านธรรมาภิบาล เมื่อสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) มีคำสั่งอายัดทรัพย์สินเครือข่ายของเบน สมิธ กับการเข้าซื้อหุ้นบางจากฯ มูลค่ากว่า 6,000 ล้านบาท เพราะถูกมองเชื่อมโยงกับเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติ ฉ้อโกงประชาชนรวมกว่า 13,000 ล้านบาท 

บางจากยืนยันว่า กระบวนการบริหารงานของคณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) มีความโปร่งใส และยึดหลักธรรมาภิบาล ในการตัดสินใจเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจอย่างยั่งยืนผ่านบอร์ด และพนักงาน โดยสุจริตใจ เพื่อสร้างผลประกอบการที่ดีทำให้ธุรกิจเติบโตอย่างยังยืน 

“บางจาก เป็นเหมือนทีมฟุตบอล ฝ่ายบริหาร คือนักฟุตบอลในสนาม มีหน้าที่เล่นให้ดีที่สุด ส่วนคนดูและคนซื้อตั๋ว เป็นสิ่งที่สามารถควบคุมไม่ได้ แต่ผลงานของทีมยังยืนทำหน้าที่เล่นในตำแหน่งอย่างเต็มที่ อยู่บนเกมที่สุจริต โปร่งใส โดยมีผลลัพธ์ผ่านผลประกอบการ” 

สิ่งที่ยืนยันถึงความเป็นตัวตนเป็นESG คือรางวัลจากสถาบันระดับโลก TIME Magazine จัดอันดับให้ บางจาก เป็นหนึ่งในบริษัทน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ (Oil & Gas) มีคะแนนด้าน ESG ที่ดีที่สุดในภูมิภาค สะท้อนว่า ESG ไม่ใช่ภาพลักษณ์ แต่ปฏิบัติจริงที่ได้รับการยอมรับจากสถาบันระดับโลก 

ซีอีโอ บางจากทิ้งทายว่า การเปลี่ยนผ่านธุรกิจพลังงาน ต้องใช้ธุรกิจน้ำมันรักษาเสถียรภาพ สร้างความมั่นคงทางพลังงาน ควบคู่กับการ ลดสัดส่วนฟอสซิล ก่อนเข้าสู่ธุรกิจจึงยั่งยืน ควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคม

โลกพลังงานยังมีความผันผวน จากราคาน้ำมันขึ้นลง และการเปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาดยังไม่เต็มรูปแบบ ทั้งโลกจึงยังคงพึ่งพาพลังงานฟอสซิล  แม้เศรษฐกิจเปลี่ยนเร็ว แต่บางจากยังคงยืนบนจุดแข็ง 3 ด้านคือ โครงสร้างธุรกิจมีความหลากหลาย และยังได้ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานรองรับโอกาสในระยะยาว จากโรงกลั่น และสุดท้ายต้องปักธงรองรับโอกาสสร้างเครื่องยนต์ทำให้ธุรกิจเติบโต( Growth Engine) ใหม่ สอดคล้องกับอนาคตพลังงานโลก

แท็กที่เกี่ยวข้อง