สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BH จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 24 เม.ย. 69 | ชื่อโบรกเกอร์ | คำแนะนำ | ราคาเป้าหมาย (บาท) | | บล.ทิสโก้ | ซื้อ | 200.00 | | บล.กรุงศรี | Buy | 210.00 | | บล.ฟิลลิป | ซื้อ | 190.00 | | บล.ยูโอบี เคย์เฮียน | ซื้อ | 196.00 | | บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส | ซื้อ | 200.00 | | บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล | ซื้อ | 212.00 | สรุปปัจจัยบวก + + กำไรสุทธิไตรมาส 1/26 ออกมาอยู่ที่ 1.79 พันล้านบาท ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดและนักวิเคราะห์หลายแห่งคาดการณ์ไว้ + รายได้จากผู้ป่วยต่างชาติยังคงเติบโตได้ดี (+4% YoY) โดยเฉพาะกลุ่มตลาดหลักอย่าง ตะวันออกกลาง (+21%), บังกลาเทศ (+25%) และเมียนมา (+15%) + ความสามารถในการทำกำไรดีขึ้น โดย EBITDA Margin ขยายตัวแตะระดับ 39% - 39.4% จากการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ + อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวสูงขึ้นจากการเพิ่มสัดส่วนรายได้ผู้ป่วยต่างชาติที่มีมาร์จิ้นสูง + คาดการณ์แรงหนุนจาก Pent-up Demand หรือความต้องการรักษาที่ถูกเลื่อนออกมาจากกลุ่มตะวันออกกลาง ซึ่งจะกลับมาเร่งตัวขึ้นในช่วงไฮซีซั่นไตรมาส 3/26 + เป็นโรงพยาบาลที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น มีอัตรากำไรระดับพรีเมียม และมีอำนาจในการต่อรองราคา (Pricing Power) สูงสุดในกลุ่ม + สถานการณ์ในเดือนรอมฎอนช่วยบรรเทาผลกระทบจากความไม่สงบในตะวันออกกลางได้บางส่วนในไตรมาสแรก สรุปปัจจัยลบ - - สถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และสงครามในตะวันออกกลาง เป็นปัจจัยกดดันชั่วคราวต่อทิศทางรายได้ต่างชาติ และส่งผลต่อความเชื่อมั่นในการเดินทางมารับการรักษา - รายได้จากผู้ป่วยชาวไทยปรับตัวลดลง (-3.6% ถึง -4% YoY) เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว - แนวโน้มผลประกอบการในไตรมาส 2/26 อาจได้รับแรงกดดันจากปัจจัยฤดูกาล (Low Season) และผลกระทบของสงครามที่อาจชัดเจนกว่าไตรมาสแรก - อัตราภาษีจ่ายที่แท้จริงปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากสิทธิประโยชน์ทางภาษีบางส่วนลดลง - ความเสี่ยงจากค่าใช้จ่ายสาธารณูปโภคที่สูงขึ้น ซึ่งอาจกดดัน EBITDA Margin ในอนาคต
|