SAMART ปี 69 ตั้งเป้ากำไรโต 75% รายได้รวม 1.4 หมื่นลบ. โต 30% ดีที่สุดในรอบ 10 ปี รับแรงหนุน Backlog เกือบ 1.6 หมื่นลบ. เดินหน้าประมูลงานใหม่กว่า 3 หมื่นลบ. ตั้งงบลงทุนปีนี้ 1,000 ลบ. คาดเห็นความคืบหน้าดีล M&A 1–2 ดีลในไตรมาสแรก ระบุก.พ.นี้ออกหุ้นกู้โรลโอเวอร์ 850 ลบ. นายวัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ รองประธานกรรมการบริหาร ฝ่ายกลยุทธ์องค์กร บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAMART เปิดเผยว่า ในปี 2569 บริษัทตั้งเป้ากำไรสุทธิที่ 859 ล้านบาท และรายได้รวม 14,000 ล้านบาท เติบโตประมาณ 30% จากปีก่อน จากการรับรู้รายได้ในมือ (Backlog) และการประมูลงานใหม่ โดยคาดว่าในไตรมาส 1/2569 จะมีงานเปิดประมูลจำนวนมาก
ขณะเดียวกัน บริษัทตั้งเป้าหมายผลการดำเนินงานในระยะถัดไป โดยปี 2570-2571 คาดมีกำไรสุทธิที่ 1,167 ล้านบาท และ 1,395 ล้านบาท ตามลำดับ และมีรายได้ 14,883 ล้านบาท และ 17,049 ล้านบาท ตามลำดับ
สำหรับแผนการขยายธุรกิจในปีนี้ บริษัทอยู่ระหว่างพิจารณาการควบรวมและซื้อกิจการ (M&A) รวมถึงการมองหาพันธมิตรเชิงกลยุทธ์เพื่อร่วมทุนและเติบโตไปด้วยกัน อาทิ ธุรกิจพลังงาน พลังงานสีเขียว (Green Energy) เทคโนโลยีสารสนเทศ และธุรกิจสนามบิน โดยคาดว่าในไตรมาส 1/2569 จะเห็นความคืบหน้าดีล M&A จำนวน 1–2 ดีล ตามกระแสการลงทุนในปัจจุบัน ซึ่งมูลค่าดีลอยู่ในระดับ หลักพันล้านบาทต่อดีล ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะของธุรกิจที่เข้าลงทุน
นอกจากนี้ บริษัทได้ตั้งงบลงทุนรวมในปีนี้ 1,000 ล้านบาท เพื่อใช้ลงทุนในธุรกิจอื่นเพิ่มเติม โดยปีนี้กลุ่มบริษัทสามารถกำหนดให้เป็น “ปีแห่งการปลดล็อก พร้อมเติบโตไร้ขีดจำกัด” หรือ Unlock Unlimited Opportunities ด้วยการมองให้ไกล และใหญ่กว่าเดิม
โดยมุ่งขับเคลื่อนองค์กรผ่าน 3 แกนกลยุทธ์หลัก เพื่อช่วยผลักดันกลุ่มสามารถให้ก้าวสู่การเป็นองค์กรเทคโนโลยีที่พร้อมเติบโตอย่างไร้ขีดจำกัดในทุกโอกาส
แกนกลยุทธ์แรกคือ Unlimited Solutions สะท้อนความแข็งแกร่งของกลุ่มในฐานะผู้ดำเนินธุรกิจเทคโนโลยีที่ครอบคลุมตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานใต้ดิน บนดิน ไปจนถึงระบบสื่อสารเหนือน่านฟ้า ด้วยการนำเสนอโซลูชั่นหรือบริการใหม่ๆ รวมถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ควบคู่ไปกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้าเดิม
แกนกลยุทธ์ที่สองUnlimited Collaborations มุ่งเน้นการผสานความร่วมมือทั้งจากหน่วยงานภายใน และพันธมิตรภายนอก เพื่อพร้อมรุกธุรกิจทุกรูปแบบ
โดยให้ความสำคัญกับกลยุทธ์การควบรวมและซื้อกิจการ (Mergers and Acquisitions: M&A) เพื่อเร่งการเติบโต เข้าถึงเทคโนโลยีใหม่ ขยายตลาด ต่อยอดธุรกิจในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเสริมพนักงานมืออาชีพจากการขยายธุรกิจ
ส่วนแกนกลยุทธ์ที่สาม Unlimited Opportunities เป็นการเปิดโอกาสให้บุคลากรทุกระดับได้เติบโตไปพร้อมกับองค์กร ทั้งส่งเสริมการเรียนรู้ สนับสนุนและเปิดรับคนรุ่นใหม่
จากการที่กลุ่มสามารถสร้างผลกำไรได้อย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และมีงานในมือเมื่อ ณ สิ้นปี 2568 อยู่เกือบ 16,000 ล้านบาท ซึ่งจากความสำเร็จและด้วยกลยุทธ์ที่วางแผนไว้ เราจึงมั่นใจตั้งเป้ารายได้ที่ 14,000 ล้านบาท และจะสร้างกำไรให้เติบโตจากปีก่อนหน้าไม่ต่ำกว่า 75% จากการวางแผนเข้าร่วมประมูลงานหลักรวมมูลค่ากว่า 30,000 ล้านบาท พร้อมตั้งเป้าสิ้นปีจะมีงานในมือทะลุ 20,000 ล้านบาท มั่นใจทั้งรายได้และกำไรปีนี้ของกลุ่มจะดีที่สุดในรอบ 10 ปี

ทั้งนี้ บริษัทฯ เห็นสัญญาณบวกจากธุรกิจหลักในเครือ ทั้งการรับรู้รายได้จากงานในมือ การเติบโตของโครงการใหม่ และการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง โดยแต่ละสายธุรกิจตั้งเป้าหมายรายได้ดังนี้
สายธุรกิจ Digital ICT Solutions นำโดย บมจ.สามารถเทลคอม
ปัจจุบันมีงานในมือรวมกว่า 6,500 ล้านบาท และตั้งเป้ารายได้ในปีนี้ไว้ที่ 6,500 ล้านบาท หรือเติบโตไม่ต่ำกว่า 20% โดยมุ่งเน้นการพัฒนาและผลักดันโครงการขนาดใหญ่ผ่านการนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาใช้ อาทิ โซลูชั่นด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) เทคโนโลยีด้านการป้องกันภัย และการให้บริการระบบหลักขององค์กรแบบระยะยาว ควบคู่การสร้างรายได้ประจำ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งและความมั่นคงทางธุรกิจ สำหรับ SAMTEL คาดว่าจะได้รับงานใหม่ในปีนี้มูลค่า 9,000 ล้านบาท
สายธุรกิจ Utilities & Transportations นำโดย บมจ.สามารถ เอวิเอชั่น โซลูชั่น
Backlog ณ สิ้นปีมีมูลค่ามากกว่า 8.700 ล้านบาท โดยปีนี้ตั้งเป้ารายได้ทั้งกลุ่มที่ 6,800 ล้านบาท โดยเป็นของ บมจ.สามารถ เอวิเอชั่น โซลูชั่น หรือ SAVประมาณ 2,600 ล้านบาท เติบโตขึ้น 30% ด้วยโอกาสทางธุรกิจหลายด้าน โดยเฉพาะจากการเข้าประมูลโครงการ จำนวน 2 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 2,300 ล้านบาท
ควบคู่กับรายได้จากบริการ Overflight ที่มีแนวโน้มเติบโตตามปริมาณการบินที่เพิ่มขึ้น ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของการเดินทางระหว่างประเทศ โดยเฉพาะเส้นทางจากเวียดนามและจีน อีกทั้งแผนการเปิดสนามบินแห่งใหม่ในนครโฮจิมินห์ยังช่วยเพิ่มโอกาสการเติบโตของธุรกิจในระยะกลางถึงยาว
นอกจากนี้ SAV ยังมุ่งพัฒนาและปรับปรุงระบบด้านการบิน ซึ่งช่วยเสริมความมั่นคงและการกระจายที่มาของรายได้ เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพารายได้เพียงช่องทางเดียว ส่วนบริษัท เทด้า (TEDA) จะทยอยรับรู้งานโครงการจาก Backlog มูลค่ากว่า 3,800 ล้านบาท ตั้งเป้ารายได้ที่ 2,000 ล้านบาท เติบโตขึ้น 40%
สายธุรกิจ Digital Communications นำโดย บมจ.สามารถดิจิตอล
ตั้งเป้ารายได้ ที่ 900 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อนมากกว่า 57% โดยมีแนวโน้มเติบโตจากการรับรู้รายได้ของโครงข่าย Trunk ซึ่งเป็นรายได้ในรูปแบบ Air-time รวมถึงการส่งมอบอุปกรณ์เพิ่มเติมในช่วงไตรมาสแรกของปี
นายวัฒน์ชัย กล่าวว่า ปีนี้คาดว่าจะเป็นปีที่ดีมากของบริษัท ทั้งการสร้างงานใหม่ การเพิ่มรายได้ และการเติบโตของกำไร ด้วยการเดินเกมรุกธุรกิจอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งนอกจากเราจะให้ความสำคัญกับกลยุทธ์การควบรวมและซื้อกิจการ (M&A) แล้ว เรายังเตรียมปรับโครงสร้างธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลัง เพื่อเสริมความแข็งแกร่งขององค์กร และสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนในระยะยาวด้วย
พร้อมกันนี้ ในเดือนกุมภาพันธ์ บริษัทมีแผนออกหุ้นกู้วงเงิน 850 ล้านบาท เพื่อใช้ในการโรลโอเวอร์หุ้นกู้เดิม และเป็นเงินทุนหมุนเวียน

|