ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดแดนลบในวันพฤหัสบดี (19 มี.ค.) โดยถูกดดันจากหุ้น Micron Technology และ Tesla ที่ร่วงลง ท่ามกลางความกังวลเรื่องเงินเฟ้อจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น ซึ่งบดบังความหวังต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในอนาคต ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 46,021.43 จุด ลดลง 203.72 จุด (-0.44%), ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 6,606.49 จุด ลดลง 18.21 จุด (-0.27%) และดัชนีแนสแดคปิดที่ 22,090.69 จุด ลดลง 61.73 จุด (-0.28%) ดัชนีทั้งสามของตลาดหุ้นสหรัฐฯ เคลื่อนไหวต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 200 วัน สะท้อนถึงการสูญเสียแรงส่งในตลาด ขณะที่ดัชนี S&P 500 ลดลงไปกว่า 3% ในปีนี้ และซื้อขายที่ระดับต่ำสุดในรอบสี่เดือน นักลงทุนให้ความสำคัญกับคำเตือนของเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในการแถลงข่าวหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินวานนี้ว่า ภาพรวมเศรษฐกิจยังเผชิญกับความไม่แน่นอนท่ามกลางสงครามสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่าน ซึ่งทำให้ราคาพลังงานพุ่งสูงขึ้นและสร้างความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ ทั้งนี้ ธนาคารกลางสหรัฐฯ คงอัตราดอกเบี้ยตามคาดที่ 3.50-3.75% ขณะที่เครื่องมือ FedWatch ของ CMEบ่งชี้ว่า โอกาสที่เฟดจะปรับลดดอกเบี้ยก่อนกลางปี 2027 มีต่ำมาก ฝั่งธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) และธนาคารกลางยุโรป (ECB) ยังคงอัตราดอกเบี้ยเช่นกัน โดยให้เหตุผลถึงความไม่แน่นอนจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดย BOE ประกาศคงดอกเบี้ยที่ 3.75% ด้วยมติเอกฉันท์ที่ 9-0 เสียง ขณะที่ ECB มีมติคงอัตราดอกเบี้ยเงินฝากอยู่ที่ระดับ 2.00%, ดอกเบี้ยเงินกู้อยู่ที่ 2.40% และอัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์อยู่ที่ 2.15% ไมค์ ดิกสัน หัวหน้าฝ่ายวิจัยและกลยุทธ์การลงทุนเชิงปริมาณของ Horizon Investments กล่าวว่า ตลาดกำลังตีความคำพูดของพาวเวลล์และธนาคารกลางอื่น ๆ ถึงปัจจัยต่าง ๆ ว่าเป็นความเสี่ยงต่อเงินเฟ้ออย่างแท้จริง ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปิดขยับขึ้น แต่ยังต่ำกว่าระดับสูงสุดของวัน ซึ่งขึ้นไปแตะที่ 119 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังอิหร่านโจมตีเป้าหมายพลังงานในตะวันออกกลาง ทำให้รัฐบาลสหรัฐฯ ต้องเร่งขยายการส่งออกพลังงาน ข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดบ่งชี้ว่า จำนวนผู้ขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลง 8,000 ราย มาอยู่ที่ 205,000 ราย หลังปรับตามฤดูกาล ณ สัปดาห์ที่สิ้นสุดเมื่อวันที่ 14 มี.ค. ต่ำกว่าผลสำรวจโดยรอยเตอร์ที่คาดว่าจะมีผู้ยื่นขอ 215,000 รายในสัปดาห์ดังกล่าว ภาพรวมหุ้นรายตัว - หุ้น Micron Technology ร่วงลง 3.8% หลังนักลงทุนผิดหวังคาดการณ์แนวโน้มผลประกอบการรายไตรมาส ขณะที่หุ้น Nvidia ลดลง 1% - หุ้น Tesla ลดลง 3.2% หลังสำนักบริหารความปลอดภัยทางถนนแห่งชาติ (NHTSA) ขยายการสอบสวนรถของบริษัทจำนวน 3.2 ล้านคันที่ติดตั้งระบบขับขี่อัตโนมัติ Full Self-Driving เนื่องจากกังวลเรื่องประสิทธิภาพของระบบในการตรวจจับหรือเตือนผู้ขับขี่ขณะขับขี่ในทัศนวิสัยที่ไม่ดี - หุ้น 8 จาก 11 กลุ่มที่คำนวณในดัชนี S&P 500 ปิดลดลง นำโดยกลุ่มวัสดุ ที่ลดลง 1.55% ตามด้วยกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค ลด 0.87% - หุ้นกลุ่มเหมืองแร่ นำโดย Newmont และ Freeport-McMoRan ลดลง 6.9% และ 3.3% ตามลำดับ ตามทิศทางราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ปรับตัวลดลง ภาพรวมปริมาณการซื้อขาย - ปริมาณการซื้อขายในตลาดหุ้นสหรัฐฯ อยู่ที่ 20,000 ล้านหุ้น ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยช่วง 20 วันทำการ - ดัชนี S&P 500 มีหุ้นทำจุดสูงสุดใหม่ จำนวน 17 ตัว และจุดต่ำสุดใหม่ 26 ตัว โดยมีจำนวนหุ้นลบมากกว่าหุ้นบวก ในสัดส่วน 1.4 ต่อ 1 หุ้น ขณะที่ดัชนีแนสแดคมีหุ้นทำจุดสูงสุดใหม่ 30 ตัว และจุดต่ำสุดใหม่ 276 ตัว ที่มา Reuters |