“ดีพร้อม สมาร์ท มูฟ” ซอฟต์แวร์ใหม่ช่วย SMEs ไทย บริหารโลจิสติกส์ ปิดปัญหาต้นทุน ช่วยบริหารขนส่งด้วยนวัตกรรมเอไอ พร้อมเปิดทาง ผปก. สู่ยุคสมาร์ทดิจิทัล ดาวน์โหลดใช้ฟรี ก.ย. นี้

รูป “ดีพร้อม สมาร์ท มูฟ” ซอฟต์แวร์ใหม่ช่วย SMEs ไทย บริหารโลจิสติกส์ ปิดปัญหาต้นทุน ช่วยบริหารขนส่งด้วยนวัตกรรมเอไอ พร้อมเปิดทาง ผปก. สู่ยุคสมาร์ทดิจิทัล ดาวน์โหลดใช้ฟรี ก.ย. นี้

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -27 พ.ค. 69 13:39 น.


กรุงเทพฯ 27 พฤษภาคม 2569 – กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) เดินหน้ายกระดับผู้ประกอบการ SMEs ไทยพร้อมตั้งรับวิกฤตต้นทุนขนส่ง ภายใต้นโยบาย “ONE MIND : อุตสาหกรรมหนึ่งเดียว” ผ่านโครงการ “DIPROM SMART Move” ซอฟต์แวร์บริหารจัดการโลจิสติกส์อัจฉริยะให้ผู้ประกอบการสามารถดาวน์โหลดใช้งานได้ฟรีภายในกันยายนนี้ เพื่อช่วยลดต้นทุนด้านขนส่งและพลังงาน เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ และเสริมภูมิคุ้มกันทางธุรกิจ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน และต้นทุนโลจิสติกส์ที่เพิ่มสูงขึ้นด้วยการประยุกต์ใช้ AI และระบบสมาร์ทโลจิสติกส์เพื่อยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทย รองรับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจอุตสาหกรรมยุคใหม่อย่างยั่งยืน


นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า สถานการณ์เศรษฐกิจโลกในปัจจุบันยังคงส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ประกอบการ SMEs ไทย โดยเฉพาะต้นทุนด้านโลจิสติกส์และการขนส่งที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่กระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) จึงได้เร่งขับเคลื่อนการยกระดับผู้ประกอบการไทยด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ภายใต้นโยบาย “ONE MIND : อุตสาหกรรมหนึ่งเดียว” ของ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ที่มุ่งบูรณาการการทำงานร่วมกันทุกภาคส่วนเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งและเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันให้แก่ภาคอุตสาหกรรมไทยในทุกมิติ


“หนึ่งในปัญหาสำคัญที่ผู้ประกอบการ SMEs ไทยกำลังเผชิญ คือ ไม่สามารถเข้าถึงระบบบริหารจัดการโลจิสติกส์สมัยใหม่ที่มีประสิทธิภาพ เนื่องจากซอฟต์แวร์เชิงพาณิชย์ส่วนใหญ่มีราคาสูงตั้งแต่หลักแสนไปจนถึงหลักล้านบาท รวมถึงมีค่าใช้จ่ายสำหรับเซิร์ฟเวอร์ และค่าบำรุงรักษาระบบต่อเนื่อง ทำให้ผู้ประกอบการรายเล็กจำนวนมากยังใช้วิธีบริหารจัดการแบบดั้งเดิม เช่น การวางแผนเส้นทางด้วยมือ การใช้สเปรดชีตพื้นฐาน หรือการสั่งงานผ่านโทรศัพท์ ซึ่งอาจทำให้ความแม่นยำในการดำเนินงาน และบริหารจัดการน้อยลง ส่งผลให้เกิดต้นทุนแฝงจนไม่สามารถวิเคราะห์ต้นทุนที่แท้จริงได้อย่างแม่นยำ ด้วยเหตุนี้ดีพร้อมจึงได้เริ่มโครงการ “DIPROM SMART Move” ภายใต้โครงการฟื้นฟูธุรกิจและเสริมความแกร่ง SMEs (Rebuild SMEs) เพื่อพัฒนาซอฟต์แวร์บริหารจัดการโลจิสติกส์สำเร็จรูป เพื่อผู้ประกอบการสามารถดาวน์โหลดและใช้งานได้ฟรี ผ่านระบบ DIPROM E-Service โดยโครงการดังกล่าวอยู่ระหว่างเร่งพัฒนาเพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถใช้งานได้ในเดือนกันยายน 2569 นี้”


สำหรับระบบ DIPROM SMART Move ถูกออกแบบให้ใช้งานง่าย รองรับทั้งระบบ Online และ Offline ผ่านเทคโนโลยี Cloud และ No-Server Infrastructure ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยี และรองรับการใช้งานในพื้นที่สัญญาณอินเทอร์เน็ตไม่เสถียร โดยประกอบด้วย 4 โมดูลหลัก ได้แก่ ระบบวิเคราะห์ต้นทุนขนส่งล่วงหน้า (Smart Cost) ที่ช่วยให้ผู้ประกอบการทราบต้นทุนที่แท้จริงในแต่ละเที่ยววิ่ง ทั้งต้นทุนเชื้อเพลิง ค่าแรง และต้นทุนคงที่ พร้อมฟังก์ชันแนะนำการรวมเที่ยวขนส่งเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบรรทุกและลดต้นทุนเชื้อเพลิงต่อหน่วย ระบบวางแผนและบริหารเส้นทางขนส่งอัจฉริยะ (Smart Route) ที่สามารถเชื่อมต่อกับระบบแผนที่ดิจิทัล ช่วยวางเส้นทางขนส่งได้อย่างแม่นยำ ลดระยะเวลาการเดินทาง และสามารถมอบหมายงานไปยังสมาร์ทโฟนของพนักงานขับรถได้ทันที ระบบติดตามสถานะรถและสินค้าแบบเรียลไทม์ (Smart Alert) ที่ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถตรวจสอบตำแหน่งรถ สถานะการขนส่ง และระยะเวลาการจอดรอได้ตลอดเวลา พร้อมระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติเมื่อเกิดความผิดปกติ และ ระบบบริหารจัดการซ่อมบำรุงเชิงป้องกัน (Smart Maintenance) ที่ช่วยติดตามประวัติการซ่อมและแจ้งเตือนกำหนดตรวจสภาพรถตามระยะเวลา เพื่อลดความเสี่ยงจากการเสียฉุกเฉินระหว่างการขนส่ง


นางสาวณัฏฐิญา กล่าวต่อว่า ดีพร้อมยังผลักดันการประยุกต์ใช้ AI และ Smart Logistics เพื่อยกระดับกระบวนการบริหารจัดการของ SMEs อย่างครบวงจร ตั้งแต่การวิเคราะห์ข้อมูลและพยากรณ์ความต้องการสินค้า (Data Analytics & Forecasting) การคำนวณระดับสินค้าคงคลังที่เหมาะสม การวางแผนเส้นทางขนส่งอัจฉริยะ (AI Smart Routing) การบริหารคลังสินค้าอัตโนมัติ ไปจนถึงการตรวจจับความผิดปกติและแจ้งเตือนล่วงหน้าเพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถตัดสินใจทางธุรกิจได้อย่างแม่นยำ ลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน ทั้งนี้ โครงการ DIPROM SMART Move ตั้งเป้าช่วยให้สถานประกอบการที่เข้าร่วมสามารถเพิ่มประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ได้เฉลี่ยไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ลดต้นทุนด้านพลังงานและการขนส่ง รวมถึงยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการโลจิสติกส์ของ SMEs ไทยให้สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล ซึ่งจะนำไปสู่การเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ระบบซัพพลายเชนและภาคอุตสาหกรรมไทยในระยะยาว


“การแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมในอนาคต จะไม่ได้แข่งขันกันเพียงเรื่องต้นทุนแรงงานอีกต่อไป แต่จะเป็นการแข่งขันด้วยข้อมูล เทคโนโลยี ความเร็วในการตัดสินใจ และการปรับตัวสู่ดิจิทัล ผู้ประกอบการที่สามารถบริหารจัดการต้นทุน วางแผนโลจิสติกส์และเชื่อมโยงข้อมูลได้อย่างแม่นยำ จะเป็นผู้ที่ได้เปรียบทางการแข่งขันได้ในระยะยาว พร้อมลดความสูญเสียจากความไม่แน่นอน และต่อยอดสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในเศรษฐกิจอุตสาหกรรมยุคใหม่ โดยดีพร้อมตั้งเป้าหมายว่าจะมีผู้ประกอบการนำระบบ DIPROM SMART Move ไปใช้กว่า 100 ราย ภายในสิ้นปี 2570 ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการบริหารจัดการด้านการขนส่งได้กว่า 10 ล้านบาท” นางสาวณัฏฐิญา กล่าวทิ้งท้าย


แท็กที่เกี่ยวข้อง

Reported by

นายศักดิ์ชาย งอกงาม

นายศักดิ์ชาย งอกงาม

เจ้าหน้าที่ข่าวต่างประเทศ สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย