IVL กางแผน3 ปี (69-71) ตั้งเป้า EBITDA เพิ่มขึ้นสองเท่า เร่งเพิ่มกระแสเงินสด - ลดระดับหนี้

รูป IVL กางแผน3 ปี (69-71) ตั้งเป้า EBITDA เพิ่มขึ้นสองเท่า เร่งเพิ่มกระแสเงินสด - ลดระดับหนี้

efinAI


 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -4 มี.ค. 69 17:29 น.

 

IVL เปิดแผนงานระยะ 3 ปี (69-71) ตั้งเป้า EBITDA เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า เร่งเพิ่มกระแสเงินสด - ลดระดับหนี้ โดยตั้งเป้าอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น ประมาณ 1.1 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA ต่ำกว่า 3.0 เท่า

 

นายอาลก โลเฮีย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) หรือ IVL เปิดเผย แผนธุรกิจปี 69–71 ในงาน Annual Capital Markets Day (CMD) โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้


- IVL 2.0 จะเน้นการปรับโครงสร้างต้นทุน เสริมความยืดหยุ่นของงบดุล และสร้างฐานสินทรัพย์ที่มีความยืดหยุ่นและแข็งแกร่งยิ่งขึ้น ส่งผลให้อินโดรามา เวนเจอร์ส มีโครงสร้างที่แข็งแกร่งและสามารถแข่งขันได้ดียิ่งขึ้น ท่ามกลางอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์โลกที่กำลังปรับตัวในช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงและความผันผวนที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

 

- แผนธุรกิจปี 69–71 ได้นำกรอบแนวคิด SOAR ซึ่งประกอบด้วย Strengths (จุดแข็ง) Opportunities (โอกาส) Aspirations (แรงมุ่งหวัง) และ Results (ผลลัพธ์) มาใช้ควบคู่กัน เพื่อขับเคลื่อนการสร้างมูลค่าในระยะถัดไป

 



- ต้นปีที่ผ่านมา IVL ได้ปรับโครงสร้างผู้บริหารระดับสูง เพื่อทำหน้าที่เป็นพันธมิตรด้านการขับเคลื่อนการดำเนินงานอย่างกระชับ สนับสนุนกลุ่มธุรกิจที่กระจายอำนาจมากขึ้น โดยปรับบทบาทของบริษัทฯ จากการบริหารความซับซ้อน ไปสู่การส่งมอบคุณค่าอย่างสม่ำเสมอ ความมุ่งมั่นในแนวคิด “ความชัดเจนอย่างเด็ดขาด (radical clarity)” ช่วยยกระดับคุณภาพการตัดสินใจ เพิ่มความรับผิดชอบ และเสริมวินัยด้านการบริหารเงินลงทุน โดยมีเป้าหมายชัดเจนในการยกระดับคุณภาพและความยั่งยืนของผลประกอบการ

 

- แผนธุรกิจปี 69–71 มุ่งเน้น 5 ประเด็นสำคัญระดับองค์กร ได้แก่ การเป็นผู้นำด้านต้นทุนเชิงโครงสร้าง ความเป็นเลิศด้านการพาณิชย์และการผลิต การปรับโครงสร้างพอร์ตธุรกิจ การเพิ่มประสิทธิภาพสินค้าคงคลัง และการบริหารเงินสดและเงินลงทุนอย่างเข้มงวด ทั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากการขยายบทบาทของ Global Capability Centre (GCC) อย่างต่อเนื่อง การเสริมความแข็งแกร่งด้านวินัยการดำเนินงานขายและปฏิบัติการ (Sales & Operations Execution) และการบูรณาการเครื่องมือดิจิทัลเข้าสู่กระบวนการปฏิบัติงานประจำวัน

 

- แผนงานดังกล่าวไม่ได้ตั้งอยู่บนสมมติฐานของการฟื้นตัวเชิงวัฏจักรของอุตสาหกรรม โดยแผนธุรกิจนี้ตั้งสมมติฐานว่าอัตรากำไรส่วนต่างในอุตสาหกรรม (industry spreads) จะยังคงอยู่ในระดับต่ำสุดของปี 2568 มาตรการพึ่งพาตนขององค์กร (self-help measures) อาทิ การเพิ่มประสิทธิภาพต้นทุน การบริหารสินค้าคงคลังอย่างมีวินัย และการปรับพอร์ตธุรกิจให้ชัดเจนยิ่งขึ้น จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการเพิ่ม EBITDA เป็นสองเท่าภายในปี 2571

 

- 95% ของ EBITDA จะมาจากแพลตฟอร์มธุรกิจที่มีความได้เปรียบและสามารถขยายขนาดได้ ได้แก่ ธุรกิจ Integrated PET สารลดแรงตึงผิว (surfactants) สิ่งทอเทคนิค (technical textiles) และบรรจุภัณฑ์ ซึ่งปัจจุบันดำเนินงานด้วยโครงสร้างต้นทุนที่ต่ำลงและมีอัตรากำไรที่ดีขึ้น ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ได้ดำเนินแผนฟื้นฟูธุรกิจ Integrated EO/EG และ Specialty Polymers อย่างมุ่งเน้น เพื่อกลับมาสร้างความสามารถในการทำกำไร โดยไม่พึ่งพาการฟื้นตัวของอัตรากำไรส่วนต่างที่อาจเกิดขึ้น

 

- ธุรกิจบรรจุภัณฑ์ Indovida เป็นหนึ่งในเครื่องยนต์การเติบโตสำคัญ โดยได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ที่เติบโตอย่างมั่นคงในตลาดอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคล ความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับลูกค้าและศักยภาพด้านการบูรณาการธุรกิจ ช่วยวางตำแหน่งให้สามารถขยายตัวในตลาดเกิดใหม่ได้

 

- กระแสเงินสดอิสระ (Free Cash Flow) คาดว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงสามปีข้างหน้า สนับสนุนเป้าหมายการลดระดับหนี้ โดยตั้งเป้าอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (net debt-to-equity) ประมาณ 1.1 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA ต่ำกว่า 3.0 เท่า เพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว คณะบริหารให้ความสำคัญกับคุณภาพของกำไร การสร้างกระแสเงินสด และความยืดหยุ่นของ
งบดุล เพื่อเปิดทางสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต

 



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Editing by

สุรเมธี มณีสุโข

สุรเมธี มณีสุโข

บรรรณาธิการข่าว สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย