ธอส. ตั้งเป้าปล่อยกู้ปี 2569 ที่ 242,989 ล้านบาท คุ้ม NPL ไม่เกิน 5.11% พร้อม เปิดวิสัยทัศน์ “มหัทธนะ” มุ่งสู่ “Beyond Housing Bank” ดึงเทคโนโลยี Gen AI – Data – Digital ช่วยคนไทยมีบ้าน ดร.มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ในปี 2569 ธอส.ตั้งเป้าหมายปล่อยสินเชื่อใหม่ 242,989 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.5% จากเป้าหมายที่ตั้งไว้เมื่อปีก่อน ขณะที่ยอดสินเชื่อคงค้างแตะ 1.96 ล้านล้านบาท โดยเฉลี่ยปล่อยวงเงินไม่เกิน 3 ล้านบาท โดยมีเป้าหมายปล่อยให้กับลูกค้า 125,762 ราย และจะควบคุมหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ไว้ให้ไม่เกิน 5.11% โดยยอมรับว่ามีความท้าทายจากความเปราะบางทางเศรษฐกิจ และสถานการณ์หนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง 
ขณะที่เป้าหมายในการระดมเงินฝากปีนี้ ตั้งเป้าที่ 100,000 ล้านบาท ซึ่งใกล้เคียงกับปีก่อน อย่างไรก็ตามภายใต้บริบทเศรษฐกิจ ทั้งทิศทางอัตราดอกเบี้ยขาลง สถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัย ปัญหาหนี้ครัวเรือนภายในประเทศที่อยู่ในระดับสูง แต่ ธอส. ยังคงยืนหยัดทำหน้าที่เป็นกลไกหลักของภาครัฐในการประคับประคอง และขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์โดยสนับสนุนสินเชื่อที่อยู่อาศัย “สถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัย โดยปัจจุบันมีความเสี่ยงที่ต้องติดตาม คือ NPL มีแนวโน้มขยับสูงขึ้น คู่แข่งใหม่ Virtual Bank &Non Bank จะเข้ามา ภัยทุจริตทางการเงินที่ซับซ้อน และต้นทุนการเงินสูงขึ้น ระดมเงินฝากยากขึ้น ขณะเดียวกัน ธอส.จะยังพยายามทำกำไรให้ได้ แม้มีความท้าทายจากดอกเบี้ยที่ลดลง และหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง”ดร.มหัทธนะ กล่าว ทั้งนี้ ธอส.พร้อมต่อยอดบทบาทองค์กรสู่ “Beyond Housing Bank” ที่ไม่ได้มุ่งเพียงการปล่อยสินเชื่อเพื่อบ้าน แต่ ธอส. คือเพื่อนคู่คิดที่อยู่เคียงข้างกันตั้งแต่วันแรกของการมีบ้าน ดูแลลูกค้าและเติบโตไปด้วยกัน จึงเปลี่ยนผ่านองค์กรสู่ G H BANK NEXT : Intelligent Sustainable Housing Companion เพื่อทำให้คนไทยมีบ้านง่ายขึ้น ด้วยดิจิทัล ดาต้า ภายใต้กรอบความเสี่ยงและสนับสนุนเสถียรภาพ ภาคอสังหาริมทรัพย์ ด้วยการยกระดับการทำงานทุกมิติผ่าน 5 เสาหลัก (5 Strategic Pillars) ประกอบด้วย เสาหลักที่ 1 Immediate-to-Home ทำทันที ให้มีบ้าน ลดระยะเวลาและความซับซ้อนในกระบวนการขอสินเชื่อที่อยู่อาศัย ตั้งแต่การเตรียมเอกสาร – ยื่นกู้ – ประเมินราคาหลักทรัพย์ - อนุมัติ – จดจำนอง ได้เร็วขึ้น โดยพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อให้บริการลูกค้าแบบ End – to – End ภายใต้แนวคิด Faster Easier Limitless เร็วกว่า ง่ายกว่า แบบไร้ขีดจำกัด เสาหลักที่ 2 Smart Growth ผ่าน Asset Quality Management บริหารสินทรัพย์เพื่อให้ ธอส. เติบโตอย่างมีคุณภาพ ช่วยทำให้คนไทยมีบ้านได้มากขึ้น ด้วยการใช้ Digital, Data Driven & Innovation การใช้ข้อมูลวิเคราะห์เพื่อช่วยเหลือลูกค้าปรับโครงสร้างหนี้ได้ตรงจุด ป้องกัน NPL การใช้ระบบ NPA Visualization บริหารจัดการทรัพย์ NPA ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เสาหลักที่ 3 Customer Obsession “เข้าใจให้ลึกซึ้ง เข้าถึงด้วยเทคโนโลยี รู้จักลูกค้าผ่านข้อมูล” ทำให้ธนาคารสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการได้ตรงตามความต้องการของลูกค้าแบบ Hyper – Personalization โดยใช้ Big Data และAI วิเคราะห์ตัวตนลูกค้าเพื่อส่งมอบบริการที่ “รู้ใจ ถูกที่ ถูกเวลา”สร้างประสบการณ์ที่ดีกว่าให้กับลูกค้า เสาหลักที่ 4 Digital Transformation เริ่มจากโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่แข็งแกร่ง ปฏิรูปกระบวนการทำงานให้ทันสมัย (Modernize) ลดขั้นตอนการทำงาน (Lean Process) นำเทคโนโลยีอัตโนมัติ (Automation) และ AI เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานภายใน ทั้งการตรวจสอบเอกสารประกอบการยื่นขอสินเชื่อ การประเมินความเสี่ยง การดักจับธุรกรรมที่ผิดปกติและระงับบัญชีได้ทันท่วงที และปลอดภัย (Secure) เพื่อลดต้นทุนการดำเนินงานและสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน เสาหลักที่ 5 People First ภายใต้แนวคิด Empower People คนเก่ง งานแกร่ง องค์กรยั่งยืน เพิ่มความสุขและศักยภาพพนักงานเพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีกว่าให้ลูกค้า มุ่งพัฒนาองค์กรจากภายใน เพื่อเตรียมคนให้พร้อมสำหรับโลกยุคใหม่ ด้วยการฝึกอบรมทักษะดิจิทัล พร้อมสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่อบอุ่นและเปิดกว้างให้คนรุ่นใหม่ได้เป็นผู้นำในโครงการต่าง ๆ มากขึ้น “ทั้ง 5 เสาหลักนี้ คือ G H BANK NEXT : Intelligent Sustainable Housing Companion ที่จะขับเคลื่อนให้ ธอส. สามารถอัดฉีดเม็ดเงินจากการปล่อยสินเชื่อใหม่ลงสู่ระบบเศรษฐกิจได้ตามเป้าหมาย 242,989 ล้านบาท เพื่อตอกย้ำบทบาทการเป็นธนาคารที่ดีที่สุดสำหรับการมีบ้านอย่างยั่งยืนให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม” ดร.มหัทธนะ กล่าว สำหรับผลการดำเนินงานปี 2568 สามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ 247,241 ล้านบาท 232,058 ราย สูงกว่าเป้าหมาย 4.52% ที่ตั้งไว้ 241,780 ล้านบาท ในจำนวนนี้กว่า 50% เป็นสินเชื่อปล่อยใหม่สำหรับกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง วงเงินกู้ไม่เกิน 3 ล้านบาท จำนวน 128,573 ราย ส่งผลให้ ณ สิ้นไตรมาสที่ 4/2568 เทียบกับ ณ สิ้นปี 2567 ธอส. มีสินเชื่อคงค้างรวมทั้งสิ้น 1,891,091 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.05% ด้านสินทรัพย์รวม 2,009,078 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.62% และเงินฝากรวม 1,760,602 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.98% ขณะที่หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) 4.98% ของยอดสินเชื่อรวม เป็นผลจากการแก้ไขหนี้ได้อย่างตรงจุด ทั้งนี้ ด้วยการจัดทำมาตรการช่วยเหลือลูกค้าให้มีภาระในการผ่อนชำระเงินงวดลดลงตามนโยบาย Quick Big Win ของรัฐบาล และ ธอส. มีการตั้งสำรองสูงถึง 155,163 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.66% หรือคิดเป็นสัดส่วนต่อ NPL ที่ระดับ 164.92% สะท้อนความมั่นคงและความพร้อมในการรองรับการดำเนินงานในอนาคต อัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS Ratio) ณ เดือนพฤศจิกายน 2568 อยู่ที่ 15.70% สูงกว่าอัตราเงินกองทุนขั้นต่ำที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำหนดไว้ที่ 8.50% 
|