ยังมีความท้าทายข้างหน้า• คาดกำไรสุทธิ 1Q26F จะอยู่ที่ 10–15 ล้านบาท เพิ่มขึ้น y/y แต่ลดลง q/q จากปัจจัยฤดูกาล สำหรับการฟื้นตัว y/y เป็นเพราะฐานที่ต่ำ เนื่องจาก 1Q25 ได้รับผลกระทบจากการย้ายคลังสินค้า ทำให้การส่งมอบสินค้าล่าช้า และทำให้ยอดขายอ่อนตัว ด้านค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) คาดว่าจะยังอยู่ในระดับสูง แต่จะลดลง q/q จากปัจจัยฤดูกาล เนื่องจากไตรมาส 4 โดยปกติเป็นช่วงที่ค่าใช้จ่ายพีคของปี • ธุรกิจต่างประเทศ – ปิดสาขาในสิงคโปร์ และยอดขายชะลอลงในมาเลเซีย ในสิงคโปร์ WARRIX ได้ปิดร้านที่ Suntec เพื่อลดการขาดทุน และเปลี่ยนไปใช้รูปแบบร้านชั่วคราว (pop-up store) แทน ส่วนในมาเลเซีย ธุรกิจดำเนินงานภายใต้รูปแบบการขายขาด (outright sales) อย่างไรก็ตาม คำสั่งซื้อชะลอตัวในช่วง 2H25 • Update พันธมิตรในจีน – บริษัทร่วมมือกับ Shanghai Huizhong Technology และบริษัทในเครือ (Himaxx) ในเดือนมี.ค.2024 ภายใต้ความร่วมมือนี้ WARRIX จะเริ่มรับรู้รายได้จากค่าลิขสิทธิ์ (royalty fee) ประมาณ 10–15 ล้านบาทต่อปี ตั้งแต่ปี 2026 เป็นต้นไป ขณะที่รูปแบบการขายตรงผ่าน consignment ถูกระงับชั่วคราว Himaxx มีแผนขยายสาขา 30–35 แห่ง ในปี 2569 ซึ่งเราได้นำมารวมไว้ในประมาณการแล้ว • ปรับลดประมาณการกำไรปี 2026F-2027F ลง 40% / 16% โดยเราปรับลดสมมติฐานการเติบโตของรายได้ปี 2026F-2027F ลงมาอยู่ที่ 9.0% / 8.6% (จากเดิม 13.9% / 20.8%) เพื่อสะท้อนภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว และปรับลด EBITDA margin ลงมาอยู่ที่ 9.7% / 11.0% (จากเดิม 10.5% / 12.8%) สะท้อนค่าใช้จ่าย SG&A ที่สูงกว่าคาด ซึ่งเกี่ยวข้องกับการขยายสาขาและตลาดออนไลน์ • คงคำแนะนำ Fully Valued ให้ราคาเป้าหมาย 1.40 บาท (DCF) ระยะสั้นยังขาดปัจจัยกระตุ้น และมีความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว การแข่งขันในธุรกิจที่รุนแรง เราคาดการณ์กำไรหลักปี 2026F อยู่ในระดับต่ำใกล้กับปี 2025 ที่ 74 ล้านบาท (ซึ่งลดลงมากจากปี 2024 ที่ 149 ล้านบาท) นักวิเคราะห์ : ศศิกานต์ อุดมเวศย์ : sasikarnudomvej@dbs.com : Tel. 02 857 7833 |