10 เม.ย. 2569 11:23 น.บล.เคจีไอ : SCGP แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายที่ 23.30 บาทบล.เคจีไอ : SCGP แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายที่ 23.30 บาทTranslatestar_borderModal Upgrade PackageefinAI 1Q แข็งแกร่ง ส่วน 2Q ต่ำสุด และ 2H69 ฟื้นตัวEventประมาณการ 1Q69F และแนวโน้มธุรกิจ Impactประมาณการ 1Q69F – ต้นทุน RCP ลดลงและตัดลดต้นทุนวันที่ 28 เม.ย. 69 เราคาดว่า SCGP จะเผยกำไรสุทธิ 1Q69F แข็งแกร่งที่ 1.27 พันล้านบาท (+41% YoY และ +5% QoQ) (เพิ่มขึ้น QoQ แม้ 4Q68 มีกำไรพิเศษรวมสุทธิ 385 ล้านบาท) พร้อมกับกำไรหลักที่ 1.3 พันล้านบาท (+42% YoY และ +58% QoQ) คิดเป็น 27% ของกำไรหลักทั้งปี 2569F กำไรที่พุ่งขึ้นทั้ง QoQ และ YoY หลัก ๆ จะมาจาก: i) spread ของ recycled paper (RCP) (คิดเป็น 25% ของคชจ. COGS) ดีขึ้น โดยราคา 4Q68 ลดลง 10% QoQ อยู่ที่ US$149/ton ซึ่งจะรับรู้ใน 1Q69 เทียบกับราคา testliner ที่เพิ่มขึ้น 2% QoQ และ ii) EBITDA ของ Fajar ในอินโดนีเซียดีขึ้นจากการปรับราคาขายขึ้นตามภูมิภาค การประหยัดต้นทุน (>35 ล้านบาท/เดือน) และต้นทุนการเงินที่ลดลง (YoY) ทั้งนี้ แม้ปริมาณขายจะลดลงจากวันหยุดในเวียดนามและอินโดนีเซีย รวมถึงการปิดซ่อมบำรุงตามแผนของธุรกิจ Fibrous (19 วัน) ในแง่ EBITDA margin 1Q69F คาดที่ 14.9% (เทียบกับ 14.5% ใน 4Q68 และ 13.1% ใน 1Q68) แนวโน้ม 2Q69F – กำไรลดลง QoQ แต่โต YoYในเบื้องต้น เราคาดกำไรหลัก 2Q69F ราว 1.0–1.1 พันล้านบาท (-QoQ แต่ +YoY) การที่กำไรลดลง QoQ จะเกิดจากปัจจัยฤดูกาล (วันหยุดยาวช่วงสงกรานต์ในไทย) ผลกระทบจากสงครามอิหร่าน ทำให้ปริมาณขายยังคงลดลง แม้ว่า spread ธุรกิจ packaging จะยังแข็งแกร่งก็ตาม ส่วนกำไรน่าจะยังคงเติบโต YoY จาก spread ระหว่าง testliner-RCP ดีขึ้นและการคุมต้นทุนได้ดี ท่ามกลางคชจ. การดำเนินงานและบริหาร 2Q69F ที่เพิ่มขึ้น (ค่าระวางเรือและต้นทุนถ่านหิน) โดย SCGP พยายามรักษา margin ไว้ด้วยการปรับราคาขายขึ้นเพื่อสะท้อนต้นทุนที่สูงขึ้นจากสงครามอิหร่านและตามอุปสงค์ลูกค้าที่เร่งตัวขึ้น Valuation and actionเรายืนคำแนะนำ “ซื้อ” SCGP ราคาเป้าหมายที่ 23.30 บาท อิงจาก EV/EBITDA ที่ 8.4x (-1.4 SD) โดยที่ SCGP น่าสนใจเชิง risk/reward จาก spread ที่แข็งแกร่งขึ้น ซึ่งอาจส่งสัญญาณเปลี่ยนเชิงโครงสร้างของ margin ขณะที่ valuation ยังมี discount เมื่อเทียบกับ peers ระดับโลก (EV/EBITDA ที่ 10x) ทั้งนี้ หากสงครามอิหร่านไม่ยกระดับความรุนแรงขึ้นอีก เราเชื่อว่ากำไร 2Q69F จะเป็นจุดต่ำสุดของปีนี้จากนั้น และจะเห็นการฟื้นตัวเด่นใน 2H69 Risksความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบและพลังงาน, ความเสี่ยงด้อยค่าดีล M&A และความเสี่ยงของประเทศ Wetid Tangjindakun, CISA66.2658.8888 Ext. 8855wetidt@kgi.co.th efinAIReported byชุติมา มุสิกะเจริญเจ้าหน้าที่ข่าวต่างประเทศ สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย
1Q แข็งแกร่ง ส่วน 2Q ต่ำสุด และ 2H69 ฟื้นตัวEventประมาณการ 1Q69F และแนวโน้มธุรกิจ Impactประมาณการ 1Q69F – ต้นทุน RCP ลดลงและตัดลดต้นทุนวันที่ 28 เม.ย. 69 เราคาดว่า SCGP จะเผยกำไรสุทธิ 1Q69F แข็งแกร่งที่ 1.27 พันล้านบาท (+41% YoY และ +5% QoQ) (เพิ่มขึ้น QoQ แม้ 4Q68 มีกำไรพิเศษรวมสุทธิ 385 ล้านบาท) พร้อมกับกำไรหลักที่ 1.3 พันล้านบาท (+42% YoY และ +58% QoQ) คิดเป็น 27% ของกำไรหลักทั้งปี 2569F กำไรที่พุ่งขึ้นทั้ง QoQ และ YoY หลัก ๆ จะมาจาก: i) spread ของ recycled paper (RCP) (คิดเป็น 25% ของคชจ. COGS) ดีขึ้น โดยราคา 4Q68 ลดลง 10% QoQ อยู่ที่ US$149/ton ซึ่งจะรับรู้ใน 1Q69 เทียบกับราคา testliner ที่เพิ่มขึ้น 2% QoQ และ ii) EBITDA ของ Fajar ในอินโดนีเซียดีขึ้นจากการปรับราคาขายขึ้นตามภูมิภาค การประหยัดต้นทุน (>35 ล้านบาท/เดือน) และต้นทุนการเงินที่ลดลง (YoY) ทั้งนี้ แม้ปริมาณขายจะลดลงจากวันหยุดในเวียดนามและอินโดนีเซีย รวมถึงการปิดซ่อมบำรุงตามแผนของธุรกิจ Fibrous (19 วัน) ในแง่ EBITDA margin 1Q69F คาดที่ 14.9% (เทียบกับ 14.5% ใน 4Q68 และ 13.1% ใน 1Q68) แนวโน้ม 2Q69F – กำไรลดลง QoQ แต่โต YoYในเบื้องต้น เราคาดกำไรหลัก 2Q69F ราว 1.0–1.1 พันล้านบาท (-QoQ แต่ +YoY) การที่กำไรลดลง QoQ จะเกิดจากปัจจัยฤดูกาล (วันหยุดยาวช่วงสงกรานต์ในไทย) ผลกระทบจากสงครามอิหร่าน ทำให้ปริมาณขายยังคงลดลง แม้ว่า spread ธุรกิจ packaging จะยังแข็งแกร่งก็ตาม ส่วนกำไรน่าจะยังคงเติบโต YoY จาก spread ระหว่าง testliner-RCP ดีขึ้นและการคุมต้นทุนได้ดี ท่ามกลางคชจ. การดำเนินงานและบริหาร 2Q69F ที่เพิ่มขึ้น (ค่าระวางเรือและต้นทุนถ่านหิน) โดย SCGP พยายามรักษา margin ไว้ด้วยการปรับราคาขายขึ้นเพื่อสะท้อนต้นทุนที่สูงขึ้นจากสงครามอิหร่านและตามอุปสงค์ลูกค้าที่เร่งตัวขึ้น Valuation and actionเรายืนคำแนะนำ “ซื้อ” SCGP ราคาเป้าหมายที่ 23.30 บาท อิงจาก EV/EBITDA ที่ 8.4x (-1.4 SD) โดยที่ SCGP น่าสนใจเชิง risk/reward จาก spread ที่แข็งแกร่งขึ้น ซึ่งอาจส่งสัญญาณเปลี่ยนเชิงโครงสร้างของ margin ขณะที่ valuation ยังมี discount เมื่อเทียบกับ peers ระดับโลก (EV/EBITDA ที่ 10x) ทั้งนี้ หากสงครามอิหร่านไม่ยกระดับความรุนแรงขึ้นอีก เราเชื่อว่ากำไร 2Q69F จะเป็นจุดต่ำสุดของปีนี้จากนั้น และจะเห็นการฟื้นตัวเด่นใน 2H69 Risksความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบและพลังงาน, ความเสี่ยงด้อยค่าดีล M&A และความเสี่ยงของประเทศ Wetid Tangjindakun, CISA66.2658.8888 Ext. 8855wetidt@kgi.co.th