QTC เผยงบปี 68 มีรายได้รวม 1,615 ลบ. และกำไร 28 ลบ. จากความต้องการใช้หม้อแปลงไฟฟ้าและโซลาร์โตต่อเนื่อง ล่าสุดบอร์ดไฟเขียวจ่ายปันผล 0.20 บาท จ่อ XD วันที่ 10 เม.ย.69 พร้อมเดินหน้ายกระดับองค์กรสู่ Green Energy Solution พร้อมตั้งเป้าปี 69 รายได้แตะ 2,000 ลบ. นายพูลพิพัฒน์ ตันธนสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คิวทีซี เอนเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ QTC เปิดเผยถึงภาพรวมผลการดำเนินงานในปี 68 และเป้าหมายในปี 69 โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้ - รายได้รวม 1,615 ล้านบาท เติบโตขึ้นประมาณ 3-5% แบ่งเป็นการรับรู้รายได้จากธุรกิจหม้อแปลงไฟฟ้า 1,130 ล้านบาท และมีรายได้จากธุรกิจโซลาร์จำนวน 434 ล้านบาท และรายได้จากธุรกิจอื่นๆ - กำไรสุทธิ 28 ล้านบาท จากความต้องการใช้ที่มีต่อเนื่อง ตามการเปิดโครงการพลังงานสะอาด การขยายตัวของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งจะเป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตเพิ่มขึ้น - ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติเสนอผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาอนุมัติการจ่ายปันผลงวดปี 68 (ม.ค.-ธ.ค.) ในอัตราหุ้นละ 0.20 บาท โดยวันกำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับปันผล (Record date) วันที่ 16 เม.ย.69 และวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) วันที่ 10 เม.ย.69 เพื่อดำเนินการจ่ายปันผลในวันที่ 30 เม.ย.69 -ตั้งเป้าปี 69 รายได้ 2,000 ล้านบาท หลัง ณ สิ้นเดือน ม.ค.69 บริษัทมีมูลค่างานในมือ (Backlog) ที่รอรับรู้รายได้มูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท 
- กางแผนยุทธ์ศาสตร์ปี 69 มุ่งขับเคลื่อนองค์กรสู่ Green Energy Solution อย่างเต็มตัว -ร่วมมือกับบริษัทผู้ผลิตอันดับ 1 จากประเทศอิตาลีเพื่อผลิตหม้อแปลงไฟฟ้าชนิดแห้ง เพื่อส่งออกไปยังต่างประเทศ เช่น มาเลเซีย สิงคโปร์ และประเทศออสเตรเลีย แะร่วมมือกับสถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง (องค์การมหาชน) พัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมพลังงานและไฟฟ้าด้านระบบรางของประเทศ - สนับสนุนนโยบายรัฐด้วยเป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050 และในปีนี้มีแผนจัด Roadshow, Campus Tour ทั่วประเทศเพื่อให้ความรู้ด้าน Green Solution และเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่ผสาน Solar, EV Charging และ Battery Storage “ในปี 68 เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวอย่างจำกัด จากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างประเทศ ปัญหาทางภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลกดดันอุตสาหกรรมพลังงานทั่วโลก แต่บริษัทยังคงรักษาอัตราการเติบโตและสามารถจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นทางธุรกิจพร้อมปรับกลยุทธ์อย่างต่อเนื่อง” นายพูลพิพัฒน์ กล่าว 
|