ครม.รับทราบแพ็กเกจกระตุ้นเศรษฐกิจ หนุน SMEs Credit Boost อัดสินเชื่อใหม่ 2 แสนล้านบาท พร้อมลด FIDF Fee ชั่วคราว 1 ปี ยันไม่กระทบแผนการชำระหนี้ของกองทุน คาดชำระแล้วเสร็จ 2575 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันนี้ว่า ที่ประชุม ครม.รับทราบตามที่กระทรวงการคลังเสนอแนวทางการดำเนินมาตรการทางการเงินเพื่อยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจและช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากสาธารณภัยร้ายแรง โดยมีมาตรการสำคัญคือ โครงการ SMEs Credit Boost ซึ่งมุ่งสนับสนุนผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่มีศักยภาพให้สามารถเข้าถึงสินเชื่อใหม่ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป 
สำหรับโครงการ SMEs Credit Boost ใช้กลไกการชดเชยความเสียหายด้านเครดิตให้แก่สถาบันการเงินจากการปล่อยสินเชื่อใหม่แก่ผู้ประกอบการกลุ่มเป้าหมาย โดยกำหนดวงเงินชดเชยรวมไม่เกิน 20,000 ล้านบาท เพื่อจูงใจให้เกิดการปล่อยสินเชื่ออย่างทั่วถึง คาดว่าจะช่วยให้เกิดการปล่อยสินเชื่อใหม่แก่ SMEs ประมาณ 200,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 5% ของยอดสินเชื่อ SMEs ทั้งระบบ ซึ่งจะเป็นแรงสนับสนุนสำคัญต่อการฟื้นตัวและขยายตัวของเศรษฐกิจในภาพรวม ขณะเดียวกัน ครม.ยังรับทราบ มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ที่ประสบอุทกภัย ในพื้นที่ที่ประกาศเป็นสาธารณภัยร้ายแรงอย่างยิ่ง (ระดับ 4) โดยครอบคลุมลูกหนี้รายย่อยและ SMEs ที่ยังไม่เป็นหนี้เสีย ให้สามารถพักชำระเงินต้นและยกเว้นดอกเบี้ยเป็นระยะเวลาไม่เกิน 12 เดือน เพื่อบรรเทาภาระหนี้และช่วยให้ประชาชนและผู้ประกอบการสามารถฟื้นตัวและกลับมาดำเนินชีวิตและประกอบธุรกิจได้โดยเร็ว ทั้งนี้ เพื่อสนับสนุนการดำเนินมาตรการทางการเงินดังกล่าว ครม.รับทราบการ ปรับลดอัตราเงินนำส่งเข้ากองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF Fee) เป็นการชั่วคราว ระยะเวลา 1 ปี จาก 0.46% ต่อปี เหลือ 0.32% ต่อปี สำหรับรอบการนำส่งเงินประจำปี 2569 เพื่อใช้เป็นแหล่งเงินรองรับทั้งสองมาตรการ รวมวงเงินประมาณ 23,400 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าการปรับลดอัตรา FIDF Fee ดังกล่าวไม่กระทบต่อเสถียรภาพระบบการเงินและแผนการชำระหนี้ของกองทุน ซึ่งคาดว่าจะสามารถชำระคืนหนี้ได้แล้วเสร็จภายในปี 2575 ทั้งนี้ มาตรการทั้งหมดได้รับความเห็นชอบในหลักการจากธนาคารแห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ถือเป็นกลไกสำคัญในการเสริมสภาพคล่อง ลดภาระหนี้ และสร้างแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในช่วงที่ยังเผชิญความเปราะบางจากปัจจัยภายนอกและภัยพิบัติ 
|