WHA เผยปี 68 ทำกำไรนิวไฮกว่า 5 พันลบ. ตั้งเป้ารายได้ปี 69 แตะ 2 หมื่นลบ. ลงทุน 1.65 หมื่นลบ.

รูป WHA เผยปี 68 ทำกำไรนิวไฮกว่า 5 พันลบ. ตั้งเป้ารายได้ปี 69 แตะ 2 หมื่นลบ. ลงทุน 1.65 หมื่นลบ.

efinAI


 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -26 ก.พ. 69 12:48 น.

 


WHA โชว์กำไรปกติปี 68 ที่ 5,261 ลบ. โต 16% ทุบสถิติใหม่ปีที่ 4 พร้อมจ่ายปันผลงวดล่าสุด 0.1438 บาท/หุ้น เผยแผนปี 69 เป้ารายได้ 20,000 ลบ. วางงบลงทุน 16,5000 ลบ. จ่อขายสินทรัพย์เข้ากองทรัสต์ WHART และ WHAIR รวม 1.93 แสนตร.ม. มูลค่า 4,700 ลบ. ด้านนิคมฯ เซ็นสัญญาแล้วช่วง Q1/69 ไป 900 ไร่ เป้ายอดขายทั้งปี 2,500 ไร่ 


นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA เปิดเผยในงานแถลงข่าว 1H Business Outlook 2026 “WHA: SHAPE THE FUTURE FOR THAILAND” New Economy, Unlocking New Opportunities สรุปผลการดำเนินงานปี 2568 และข้อมูลเชิงลึกจากผู้บริหาร พร้อมเผยทิศทางกลยุทธ์เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนในปี 2569 ครอบคลุมทุกกลุ่มธุรกิจ โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้


ผลงานปี 2568


- ผลการดำเนินงานปี 2568 มีรายได้และส่วนแบ่งกำไร 18,232 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 5,135 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไรปกติ 18,108 ล้านบาท ขณะที่กำไรปกติ 5,261 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% เทียบปีก่อน (YoY) ทุบสถิติรอบใหม่ สร้าง New Record High ต่อเนื่องติดต่อกันเป็นปีที่ 4


- จ่ายปันผลงวดล่าสุด 0.1438 บาท/หุ้น วันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) วันที่ 11 พ.ค. 69 กำหนดจ่ายเงินปันผล 28 พ.ค.นี้ ทั้งนี้รวมทั้งปีบริษัทฯ จ่ายหุ้นละ 0.2107 บาท/หุ้น เพิ่มขึ้น 10.5% (YoY)


ปี 2569 ดำเนินงานภายใต้ 4 กลยุทธ์หลัก

• Extend Leadership: ต่อยอดความเป็นผู้นำในประเทศและขับเคลื่อนการเติบโตในภูมิภาค

• Embrace Technology: ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อต่อยอดธุรกิจ และสร้างธุรกิจ S-Curve ใหม่ ๆ

• Highlight Green Commitment: มุ่งมั่นในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2593

• Power Up Organization: พลิกโฉมด้วย Digital Transformation สู่การเป็นองค์กรสมรรถนะสูง


แผนการเติบโตในปี 2569


- ตั้งเป้ารายได้และส่วนแบ่งกำไรปกติปีนี้ 20,000 ล้านบาท ด้าน EBITDA Margin มากกว่า 45% และอัตราหนี้สินสุทธิต่อทุนต่ำกว่า 1.2 เท่า


- งบลงทุนรวมปี 2569 ใช้ 16,500 ล้านบาท แบ่งเป็นนิคมอุตสาหกรรม 9,000 ล้านบาท, โลจิสติกส์ 3,700 ล้านบาท, สาธารณูปโภคและพลังงาน 2,900 ล้านบาท, โมบิลิตี้ 600 ล้านบาท และดิจิทัล 300 ล้านบาท

 


 

 


แผนการเติบโตแยกเป็นกลุ่มธุรกิจมีรายละเอียดดังนี้


1. ธุรกิจโลจิสติกส์ - ปี 2569 บริษัทตั้งเป้าเพิ่มสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการเป็น 3,437,000 ตารางเมตร (ตร.ม.) จากปีก่อนมีพื้นที่คลังสินค้าและโรงงานรวม 3,241,949 ตร.ม. โดยมีโครงการให้เช่าพื้นที่ใหม่ประมาณ 200,000 ตร.ม. ผ่านการพัฒนาเฟสใหม่ของ WHA Mega Logistics Center เทพารักษ์ กม.21 (เฟส 3) และชลหารพิจิตร กม.4 โครงการ 2 รวมถึงเปิดโครงการใหม่ในทำเลยุทธศาสตร์อย่าง WHA Manufacturing Park 331


พร้อมกันนี้ มีแผนขายทรัพย์สินและ/หรือสิทธิการเช่าเข้ากองทรัสต์ WHART และ WHAIR รวม 193,000 ตร.ม. มูลค่าราว 4,700 ล้านบาท


2. ธุรกิจโมบิลิตี้ ภายใต้แบรนด์ โมบิลิกส์ (Mobilix) - ปี 2569 เน้นสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า พร้อมการให้บริการแบบครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่ การให้เช่ารถยนต์ไฟฟ้า บริการเครือข่ายสถานีชาร์จ และ Mobilix Software Solution ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มดิจิทัลกรีนโลจิสติกส์อัจฉริยะสำหรับจัดการยานยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ โดยปี 2569 บริษัทตั้งเป้าให้บริการเช่ารถ EV สะสม 637 คัน จากปีก่อน 387 คัน


3. ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม - ปี 2569 พัฒนาโครงการนิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศอัจฉริยะ โดยเฉพาะ WHA Eastern Seaboard Industrial Estate 5 (WHA ESIE5) พื้นที่ 6,490 ไร่ ซึ่งคาดว่าเริ่มโอนได้ในไตรมาส 1/2569 ด้านประเทศเวียดนาม บริษัทมุ่งขยายเขตอุตสาหกรรมเพิ่มในจังหวัดเหงะอานและทัญฮว้า โดยเฉพาะ WHA Smart Technology Industrial Zone 1 and 2 – Thanh Hoa พื้นที่ 2,210 ไร่ รวมถึงจังหวัดใหม่อย่างฮึงเอียนและดานัง เพื่อรองรับการย้ายฐานการผลิต บริษัทตั้งเป้ายอดขายที่ดินปี 2569 รวม 2,500 ไร่ แบ่งเป็นไทย 2,300 ไร่ และเวียดนาม 200 ไร่ โดยยังเป็นกลุ่มลูกค้ายานยนต์ การบริโภค อิเล็กทรอนิกส์ เป็นหลัก


ทั้งนี้ในช่วงไตรมาส 1/2569 บริษัทฯ เซ็นสัญญายอดขายรอเซ็นสัญญา (LOI/MOU) ได้แปลงเป้นสัญญาซื้อขายเรียบร้อยแล้วกับลูกค้า 1 ราย พื้นที่กว่า 900 ไร่ นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างการเจรจากับลูกค้า 1 ราย อีก 400 ไร่ ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าประเภทชิ้นส่วนสำคัญของยานยนต์ ทั้งนี้ปัจจุบันมียอดขายรอโอน (Backlog) จำนวน 1,000 ไร่ และ LOI/MOU ประมาณ 1,700 ไร่ 

 


4. ธุรกิจสาธารณูปโภค - ในส่วนของน้ำ ปี 2569 ตั้งเป้าเพิ่มเป็น 170 ล้านลูกบาศก์เมตร พร้อมใช้แพลตฟอร์ม Smart Water เพื่อยกระดับการจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการขยายระบบสาธารณูปโภคและพัฒนาแหล่งน้ำสำรอง เพื่อรองรับความต้องการใช้น้ำของกลุ่มลูกค้าดาต้าเซ็นเตอร์ที่สูงกว่าปกติถึง 12-16 เท่า อีกทั้งยังผลักดันโซลูชัน Water Reclamation การหมุนเวียนน้ำกลับมาใช้ใหม่ รวมถึงการฟื้นฟูและการพัฒนาแหล่งกักเก็บน้ำ เสริมความยั่งยืนของทรัพยากรน้ำในระยะยาว


ส่วนธุรกิจไฟฟ้า ปี 2569 เดินหน้าขยายพอร์ตพลังงานหมุนเวียนในไทยและเวียดนาม รองรับความต้องการพลังงานสีเขียวของภาคอุตสาหกรรมและแรงกดดันด้าน Decarbonization โดยตั้งเป้าหมายสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ลงนามสะสม 1,124 เมกะวัตต์ พร้อมพัฒนาโครงการ Solar Private PPA, Feed-in-Tariff และ Direct PPA ควบคู่ การพัฒนาโซลูชันพลังงานหมุนเวียน


5. ธุรกิจดิจิทัล - ปี 2569 WHA Digital ยังมุ่งเน้นการพัฒนา Mobilix Software Solution ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มสำหรับจัดการยานพาหนะไฟฟ้า (EV) และแบตเตอรี่ เพื่อสนับสนุนธุรกิจโมบิลิตี้ และการพัฒนา WHASApp แอปพลิเคชันการสื่อสารระหว่างลูกค้าและทีมงาน WHA ที่พร้อมด้วยฟีเจอร์ครบครัน ตั้งแต่แพลตฟอร์ม CO2ZERO ช่วยบริหารจัดการคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ตลอดจนการจัดการขยะรีไซเคิลผ่านโครงการ WeCYCLE โดยยังคงขับเคลื่อนองค์กรก้าวสู่ Intelligent Enterprise Ecosystem ภายใต้ โรดแมพ “Flight of the Future” ในปี 2571


แนวทางความยั่งยืน


- WHA Group ประกาศทิศทางขับเคลื่อนธุรกิจด้วยวิสัยทัศน์ด้านความยั่งยืนที่ครอบคลุม 5 มิติหลัก ได้แก่


1. ความรับผิดชอบในการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (Environmental Stewardship)


2. การเสริมสร้างโอกาสให้สังคมและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Social Empowerment)


3. ธรรมาภิบาลที่ดีและการส่งเสริมการใช้นวัตกรรม (Responsible Governance and Innovation)


4. ความเป็นผู้นำในธุรกิจสีเขียว (Leadership in Green Economy)


5. การขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืน (Enabler for Sustainable Thailand) โดยยังคงเดินหน้าตามกลยุทธ์ “กรีนต้องกินได้” ที่มองเรื่องความยั่งยืนไม่ใช่ต้นทุน แต่คือ โอกาสทางธุรกิจที่จับต้องได้ ซึ่งสามารถสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตของธุรกิจ และการดำเนินงานด้านความยั่งยืน


- สำหรับกรณีมาตรการภาษีใหม่จากประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์บังคับใช้ 15% มองว่าไม่ได้ส่งผลกระทบต่อบริษัทฯ เนื่องจากกลุ่มลูกค้าต่างชาติซึ่งคิดเป้นสัดส่วน 83% ทั้งหมด มีหลากหลายสัญชาตินอกจากจีน เช่น ญี่ปุ่นซึ่งเป็นลูกค้ารายหลักๆ, สหรัฐฯ, ยูโรปที่เริ่มกลับมา

 

 

 



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Editing by

ชุติมา อภิชัยสุขสกุล

ชุติมา อภิชัยสุขสกุล

ผู้สื่อข่าวอาวุโส สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย