BBL มองเศรษฐกิจไทยปี 2569 เผชิญแรงกดดันรอบด้าน คาดจีดีพีโตได้แค่ 1.5-2% เตือนอุตสาหกรรมเดิมกำลังหมดแรงส่ง จำเป็นต้องเร่งยกเครื่องเศรษฐกิจและสร้างเครื่องยนต์ใหม่ควบคู่มาตรการระยะสั้น มองภาษีทรัมป์ จุดสำคัญ คือ การเจรจา นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL เปิดเผยในงานสัมมนาวิชาการหลักสูตรผู้บริหารระดับสูง 6 สถาบัน ในหัวข้อ Future Thailand โดยมีรายละเอียดดังนี้ 
-เศรษฐกิจไทยในปี 2569 มีความท้าทายค่อนข้างมาก โดยเครื่องยนต์สำคัญต่างๆ จะยังต้องติดตาม ทั้งเรื่องการส่งออก ว่าจะสามารถขยายตัวได้ต่อเนื่องหรือไม่ ขณะที่การท่องเที่ยวเติบโตได้ดี พบว่า นักท่องเที่ยวจีนขยายตัวได้ถึง 30% นอกจากนี้ การขับเคลื่อนการลงทุนภาคต่างประเทศยังคึกคัก “ตอนนี้ คาดว่า อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ที่ประมาณไว้ คือ 1.5-2% และยังเร็วไปที่จะปรับประมาณการนี้ เพราะมีทั้งข่าวดี และความเสี่ยงเต็มไปหมด ซึ่งจะต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วงครึ่งปีหลัง สิ่งสำคัญ คือ อุตสาหกรรมหลักของเรากำลังหมดบุญเก่า อุตสาหกรรมใหม่เปิดตัวไม่ทัน ประเทศในอาเซียน แย่ง FDI ได้ดีกว่าไทยด้วย”นายกอบศักดิ์ -ความกังวลต่อเศรษฐกิจไทยขณะนี้ คือ ความผันผวนต่างๆ ทั้ง สงครามการค้าโลกรอบใหม่ จากที่เงียบไปหลายเดือน โดยเฉพาะอัตราภาษีของสหรัฐฯ ล่าสุดที่ออกมานั้น จะเกิดผลกระทบอะไรบ้าง รวมถึงเรื่องของสงครามที่แท้จริง โดยเฉพาะสถานการณ์ในอิหร่านว่าจะลุกลามหรือไม่ -สำหรับมาตรการกระตุ้นระยะสั้น มองว่า ยังเป็นสิ่งที่จำเป็น แต่อย่าใส่พลังทั้งหมดที่มาตรการระยะสั้น เพราะหากไม่ทำระยะยาวจะส่งผลเสียได้ ไทยจะต้องแก้การเป็นผู้ป่วยของเอเชีย หรือ ผู้ป่วยของอาเซียนให้ได้ “รถเก่า ต่อให้ซ่อม เหยียบคันเร่งแค่ไหนก็เป็นรถเก่ามันขึ้นได้ไม่มาก แรงกระตุ้นหมดก็ไปต่อไม่ได้ สู้เรายกเครื่องใหม่ เปลี่ยนแปลงประเทศ เพื่อให้โอกาสประเทศไทยดีขึ้น นี่คือหัวใจ ต้องทำควบคู่ระหว่างระยะสั้นและระยะยาว”นายกอบศักดิ์ กล่าว -มาตรการภาษีทรัมป์ล่าสุด โดยสิ่งที่เกิดขึ้น เปลี่ยนโฉมสงครามการค้าโลก ที่คนประเมินว่าใกล้จะจบแล้ว และต้องสู้กันอย่างไรภายใต้กรอบนี้ ณ วันนี้ จากคำตัดสินของศาลสูง ทำให้ทุกอย่างเริ่มต้นใหม่ และการเริ่มต้นใหม่ผลที่ได้อาจจะไม่เหมือนเดิม โดยครั้งที่ผ่านมา มองว่า สำหรับไทยอัตราที่ 19% ถือว่าไทยสู้ได้ แต่ขณะนี้ จะต้องเริ่มใหม่หมด สิ่งสำคัญคือ การเดินหน้าเจรจา ***เปิด 5 ปี ข้างหน้า สิ่งที่ต้องเจอ คือ -โลกกำลังอยู่จุดพลิกผัน-Inflection Point โดยโลกเต็มไปด้วยความเสี่ยง แรงกระแทก และโอกาส ซึ่งมองว่า การเสื่อมลงของสหรัฐ จะเร่งให้เกิด Changing World Order การเผชิญหน้า ของสหรัฐ และจีน นำไปสู่ สงครามการค้า สงครามทางการเงิน สงครามทางเทคโนโลยี ขณะที่ Geopolitics จะอยู่ในช่วง ผันผวนที่ไม่แน่นอนสูง สิ่งที่รออยู่ข้างหน้า คือ สงครามการค้าโลก ยกที่ 2 ที่จะเกิดขึ้นในปี 2569 -ไทยกำลังอยู่ในทางแพร่งสำคัญ โดยเศรษฐกิจไทยกำลังป่วย ขยายตัวได้ช้าลงเรื่อยๆ ซึ่งสิ่งที่ขับเคลื่อนที่ผ่านมา ส่วนใหญ่เป็นเทคโนโลยีที่เก่า ล้าสมัย การบริโภคไม่สามารถขยายตัวได้ เพราะมีหนี้สูง และภาคอุตสาหกรรมไม่สามารถขยายตัวได้ อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน “ส่วนหนึ่งเป็นเพราะสิ่งที่เรามีกำลังหมดบุญเก่า และหากเป็นเช่นนี้ ไทยจะถูกเพื่อนๆ แซง และทิ้งไว้ข้างหลัง นอกจากนี้ ไทยยังได้รับผลกระทบจาก Geopolitics ด้วย และสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอีก 5 ปีข้างหน้า คือ สมรภูมิเปลี่ยน ต่อไปต้องต่อสู้กับคู่แข่งที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน”นายกอบศักดิ์ กล่าว -Future Thailand สิ่งที่เราจะเป็น จะขึ้นอยู่กับสิ่งที่เราจะทำ โดยมี 3 ทาง คือ 1.Right Actions 2.No Actions 3.Wrong Actions ***สิ่งที่ต้องทำใน 5 ปีข้างหน้า -เพิ่มความเข้มแข็งภายใน เพิ่มภูมิคุ้มกันภัย -ป้องกันตนเอง จากภัยที่มาจากภายนอก -หยิบฉวยโอกาสที่เปิดขึ้น -สร้างอนาคตใหม่ให้ไทย -ลดผลกระทบจากโลก -ทยอยลดอุปสรรคที่เป็นข้อจำกัด เช่น การศึกษา สังคมผู้สูงอายุ ความเหลื่อมล้ำ กฎหมายและระบบราชการ ***3 ก้าวสำคัญ ความอยู่รอด -มองโลกตามความจริง – Be Realistic -เห็นทางออก เห็นโอกาส -ตัดสินใจ แล้ว ทำ 
|