เงินเฟ้อแอฟริกาใต้แตะ 4% จับตาขึ้นดอกเบี้ย 0.25%

รูป เงินเฟ้อแอฟริกาใต้แตะ 4% จับตาขึ้นดอกเบี้ย 0.25%

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -21 พ.ค. 69 17:20 น.

เงินเฟ้อของแอฟริกาใต้ปรับขึ้นแตะ 4% ในเดือนเมษายน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 20 เดือน หลังราคาน้ำมันเชื้อเพลิงภายในประเทศพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วจากผลกระทบของสงครามอิหร่าน ตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้นจาก 3.1% ในเดือนมีนาคม และสอดคล้องกับค่ากลางคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์ 17 รายในแบบสำรวจของ Bloomberg ขณะที่แนวโน้มเงินเฟ้อที่สูงขึ้นกำลังเพิ่มแรงกดดันต่อทิศทางนโยบายการเงินของแอฟริกาใต้ในระยะสั้น

ธนาคารกลางแอฟริกาใต้ตั้งเป้าเงินเฟ้อไว้ที่ 3% ทำให้ระดับเงินเฟ้อปัจจุบันยังคงสูงกว่าเป้าหมายอย่างชัดเจน และนับเป็นข้อมูลชุดแรกที่สะท้อนผลกระทบจากต้นทุนน้ำมันที่เร่งตัวแรงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มใช้ระบบกำหนดเป้าหมายเงินเฟ้อในปี 2000 นักเศรษฐศาสตร์ที่ Bloomberg สำรวจมองว่า คณะกรรมการนโยบายการเงินอาจพิจารณา ขึ้นดอกเบี้ย 0.25% เป็น 7% ในการประชุมวันที่ 28 พฤษภาคม ซึ่งหากเกิดขึ้นจริงจะเป็นการขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบ 3 ปี

ผลกระทบต่อสินทรัพย์การเงินทั่วโลก

ในเชิงตลาดโลก เงินเฟ้อที่ถูกขับเคลื่อนด้วยพลังงานมักเพิ่มความเสี่ยงต่อพันธบัตรรัฐบาล เพราะผลตอบแทนพันธบัตรอาจขยับสูงขึ้นตามความคาดหวังต่อดอกเบี้ยที่สูงกว่าเดิม ขณะเดียวกันหุ้นกลุ่มเติบโตอาจเผชิญแรงกดดันจากอัตราคิดลดกระแสเงินสดที่สูงขึ้น ส่วนหุ้นพลังงานและธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสินค้าโภคภัณฑ์มีโอกาสได้รับอานิสงส์จากราคาน้ำมันที่แข็งแรงและต้นทุนพลังงานที่อยู่ในระดับสูง

นัยสำคัญต่อนักลงทุนไทย

สำหรับนักลงทุนไทย ข่าวนี้สะท้อนช่องทางส่งผ่านจากราคาพลังงานสู่เศรษฐกิจและตลาดการเงิน โดยเฉพาะ ต้นทุนของธุรกิจที่ใช้พลังงานสูง ความผันผวนของสินทรัพย์เสี่ยง และกระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย หากตลาดเริ่มคาดว่าดอกเบี้ยโลกจะอยู่ในระดับสูงนานขึ้น สินทรัพย์ที่อ่อนไหวต่อดอกเบี้ยและการเติบโตอาจเผชิญแรงกดดันมากขึ้น ขณะที่กลุ่มหุ้นพลังงานหรือธุรกิจที่มีอำนาจตั้งราคาสินค้าอาจมีความได้เปรียบมากกว่า

ประเด็นที่ต้องติดตาม

  • การประชุมวันที่ 28 พฤษภาคม ของธนาคารกลางแอฟริกาใต้
  • ทิศทางราคาน้ำมันโลกหลังผลกระทบจากสงครามอิหร่าน
  • การตอบสนองของพันธบัตรและค่าเงินในตลาดเกิดใหม่
  • สัญญาณเงินเฟ้อรอบถัดไปว่าชะลอหรือเร่งต่อเนื่อง

โดยสรุป การที่เงินเฟ้อแอฟริกาใต้กลับมาเร่งตัวแตะ 4% ทำให้โอกาสที่ธนาคารกลางจะใช้มาตรการคุมเข้มทางการเงินเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งไม่เพียงกระทบเศรษฐกิจในประเทศ แต่ยังส่งแรงสั่นสะเทือนไปยังตลาดพันธบัตร หุ้น และการจัดพอร์ตของนักลงทุนทั่วโลก รวมถึงนักลงทุนไทยที่ต้องจับตาความเปลี่ยนแปลงของต้นทุนพลังงานและทิศทางดอกเบี้ยระหว่างประเทศอย่างใกล้ชิด


แท็กที่เกี่ยวข้อง

Reported by

efin Reporter

efin Reporter