ญี่ปุ่นเตรียมปรับเกณฑ์กรีนบอนด์ให้ครอบคลุมเทคโนโลยีสีเขียวรุ่นใหม่มากขึ้น โดยเฉพาะแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า ระบบกักเก็บพลังงาน และกังหันก๊าซไฮโดรเจน ขณะที่ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากดอกเบี้ยขาขึ้นยังคงเป็นแรงกดดันสำคัญต่อการระดมทุนเพื่อโครงการด้านสิ่งแวดล้อมในตลาดทุนสีเขียวของประเทศ
กระทรวงสิ่งแวดล้อมญี่ปุ่นมีแผนปรับแนวทางการออกกรีนบอนด์ให้เร็วที่สุดในเดือนมิถุนายน เพื่อให้สอดคล้องกับหลักการของ International Capital Market Association ที่มีการปรับปรุงเมื่อปีก่อน แนวทางใหม่นี้จะขยายขอบเขตจากเดิมที่เน้นเฉพาะโครงการซึ่งช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยตรง ไปสู่ชิ้นส่วนและโครงการในห่วงโซ่อุปทานที่สร้างประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อมในวงกว้างมากขึ้น
ขยายขอบเขตสู่เทคโนโลยีและซัพพลายเชนสีเขียว
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้สะท้อนความพยายามของญี่ปุ่นในการทำให้ตลาดตราสารหนี้สีเขียวรองรับโครงการที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการผลิตส่วนประกอบสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า ระบบกักเก็บพลังงาน หรือเทคโนโลยีที่ช่วยลดการปล่อยคาร์บอนในภาคอุตสาหกรรม ซึ่งล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญของเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ
ในทางปฏิบัติ การขยายเกณฑ์ดังกล่าวอาจช่วยให้ผู้ออกตราสารมีทางเลือกมากขึ้นในการจัดหาเงินทุนสำหรับโครงการที่ไม่เข้าเกณฑ์แบบเดิม แต่ยังมีส่วนสนับสนุนเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมอย่างชัดเจน ทั้งยังอาจเพิ่มความน่าสนใจให้กับนักลงทุนสถาบันที่ต้องการสินทรัพย์ยั่งยืนในพอร์ตการลงทุน
กรีนบอนด์ญี่ปุ่นชะลอตัวท่ามกลางดอกเบี้ยสูง
อย่างไรก็ตาม ภาพรวมการออกกรีนบอนด์ญี่ปุ่นในปี 2025 ยังชะลอตัวต่อเนื่อง ข้อมูลจากกระทรวงสิ่งแวดล้อมระบุว่า ยอดการออกกรีนบอนด์ลดลงราว20% เหลือประมาณ1.6 ล้านล้านเยน หรือราว1 หมื่นล้านดอลลาร์ตามอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน ขณะเดียวกันจำนวนฉบับที่ออกลดลง 24 ฉบับ เหลือ 99 ฉบับ
การชะลอตัวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากปี 2023 ซึ่งเป็นจุดสูงสุดของตลาด โดยมูลค่าการออกกรีนบอนด์เคยแตะ 3.1 ล้านล้านเยน สะท้อนว่าอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นได้ลดแรงจูงใจของผู้ออกตราสาร และทำให้ต้นทุนการระดมทุนของโครงการสีเขียวไม่ดึงดูดเท่าช่วงก่อนหน้า
ความหมายต่อทิศทางตลาดทุนสีเขียว
หากญี่ปุ่นเดินหน้าปรับเกณฑ์ตามแผนได้จริง อาจช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้ตลาดตราสารหนี้สีเขียวรับกับการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีที่ซับซ้อนขึ้น โดยเฉพาะในภาคพลังงานและยานยนต์ไฟฟ้า อย่างไรก็ดี ความสำเร็จของมาตรการนี้ยังขึ้นอยู่กับสภาพคล่องในตลาด การคาดการณ์ทิศทางดอกเบี้ย และความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อคุณภาพของโครงการที่นำมาจัดอยู่ในหมวดกรีนบอนด์
สำหรับตลาดการเงินโดยรวม การปรับเกณฑ์ครั้งนี้อาจเป็นสัญญาณว่าญี่ปุ่นต้องการรักษาความเป็นผู้นำด้านการเงินยั่งยืน พร้อมขยายบทบาทของกรีนบอนด์ให้ครอบคลุมโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีที่จำเป็นต่อเป้าหมายการลดคาร์บอนในระยะยาว