นักลงทุนกำลังประเมินเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตลาดเมื่อปี 2022 เปรียบเทียบกับสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อหาสัญญาณว่า ความเสี่ยงจากสงครามอิหร่านจะส่งผลต่อตลาดหุ้นอย่างไร ขณะที่ข้อกังวลสำคัญคือ ความเสี่ยงจาก “Inflation shock” ที่อาจทำให้ราคาหุ้นเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกันมากขึ้น และทำให้ระดับความผันผวนยังคงอยู่สูงยาวนานออกไป การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติสร้างแรงกระเพื่อมผ่านห่วงโซ่อุปทาน และเสี่ยงทำให้ราคาสินค้าและบริการหลากหลายประเภทปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้นักลงทุนหันไปให้ความสำคัญกับปัจจัยมหภาคมากขึ้น แทนการเลือกหุ้นรายตัว เช่น ธีมปัญญาประดิษฐ์ (AI) ส่งผลให้ส่วนชดเชยความผันผวนของหุ้นรายตัวเมื่อเทียบกับดัชนี S&P 500 แคบลง และปริมาณการซื้อขายลดลง แม้ดัชนีความผันผวน VIX ซึ่งเป็นมาตรวัดความผันผวนของวอลล์สตรีท จะอ่อนไหวต่อการปรับลดลงของดัชนี S&P 500 แต่ความเคลื่อนไหวในช่วงที่ผ่านมาของดัชนียังค่อนข้างจำกัดเมื่อเทียบกับวิกฤตในอดีต โดยปีนี้ ดัชนี VIX ยังไม่เคยปิดเหนือระดับ 30 จุด ต่างจากช่วงที่เกิดความปั่นป่วนจากมาตรการภาษีเมื่อเดือนเม.ย. 2025 ที่ดัชนียืนเหนือระดับดังกล่าวต่อเนื่องสองสัปดาห์ ในช่วงที่รัสเซียบุกยูเครนเมื่อปี 2022 ดัชนี VIX ปรับขึ้นเหนือ 30 จุดเป็นระยะ และมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 25.64 จุด สูงกว่าค่าเฉลี่ยปีนี้กว่า 6 จุด ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปรับตัวลดลง 19% ในปีนั้น หลังธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหลายครั้ง คีแรน ไดมอนด์ นักกลยุทธ์อนุพันธ์ของ UBS Group กล่าวว่า นักลงทุนกำลังแกะรอยบทเรียนจากปี 2022 เป็นแนวทางประเมินผลกระทบของสถานการณ์อิหร่านในปัจจุบัน ซึ่งมีความเสี่ยงคือ Inflation shock ซึ่งอาจทำให้หุ้นในตลาดเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกันมากขึ้น และเปลี่ยนแปลงรูปแบบความผันผวนของดัชนี จากเดิมที่ VIX พุ่งขึ้นเร็วแล้วปรับลง กลายเป็นว่า ระดับฐานของดัชนี VIX ขยับสูงขึ้น ขณะที่ความผันผวนยังคงสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน นักวิเคราะห์จาก UBS ระบุว่า ดัชนี Cboe Skew Index ซึ่งเป็นตัวชี้วัดความตึงเครียดในตลาด ลดลงในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา อาจเป็นผลจากการคลายสถานะป้องกันความเสี่ยง หลังนักลงทุนเริ่มผิดหวังกับการถือครองสัญญา Put ออปชันแบบพื้นฐาน อีกทั้งความผันผวนฝั่งขาลงที่เกิดขึ้นจริงยังอยู่ในระดับต่ำต่อเนื่องนับตั้งแต่ความตึงเครียดในตะวันออกกลางปะทุขึ้น อาจเป็นปัจจัยที่ทำให้นักลงทุนปรับการประเมินความเสี่ยงในตลาดใหม่ มิเคเล คันเชลลี ผู้บริหารฝ่ายโครงสร้างผลิตภัณฑ์การลงทุน Multi asset และหัวหน้าฝ่ายซื้อขายและออกแบบกลยุทธ์ QIS ของ Citigroup ระบุว่า แม้นักลงทุนบางกลุ่มจะเริ่มหันไปใช้กลยุทธ์เทรดตามความผันผวนในระยะสั้น ผ่านโครงสร้าง Put ออปชันของดัชนี VIX แต่ในฝั่งการลงทุนเชิงระบบ (QIS) ยังไม่พบการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของนักลงทุนอย่างมีนัยสำคัญ แม้ส่วนชดเชยความเสี่ยงจากความผันผวนของดัชนี S&P 500 จะอยู่ในระดับสูง แต่ยังไม่เห็นสัญญาณชัดเจนว่า นักลงทุนเร่งเทรดตามกลยุทธ์ซื้อขายความผันผวน (Volatility Trading) เนื่องจากความผันผวนจากสถานการณ์อิหร่านอาจยังไม่ยาวนานพอให้นักลงทุนมั่นใจในการเข้าทำกำไร ที่มา Bloomberg |