PTTEP เปิดแผน 5 ปี (69-73) ตั้งงบลงทุนรวม 3.33 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ใช้ 64% เสริมความมั่นคงพลังงานในประเทศ ควบคู่ขยายพอร์ตต่างประเทศ 36% รับแนวโน้มผลิตก๊าซอ่าวไทยลดลง 10% ตั้งเป้าปริมาณขายโตเฉลี่ย 3-4% ต่อปี ส่วนปีนี้ 69 ตั้งเป้ายอดขายแตะ 560,000 บาร์เรล/วัน นายเสริมศักดิ์ สัจจะวรรณกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายการเงิน บริษัท ปตท.สํารวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP เปิดเผยในงาน Opportunity Day ว่า แผนกลยุทธ์ 5 ปี (2569-2573) บริษัทวางงบลงทุนรวม 33.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ แบ่งเป็นงบลงทุน (Capex) 20.7 พันล้านดอลลาร์ และค่าใช้จ่ายดำเนินงาน (Opex) 12.6 พันล้านดอลลาร์ โดย 64% ใช้เพื่อรักษาความมั่นคงด้านพลังงานในประเทศ และอีก 36% สำหรับการขยายลงทุนในต่างประเทศ 
งบลงทุนดังกล่าวมุ่งรักษาระดับการผลิตก๊าซธรรมชาติเพื่อป้อนเข้าสู่ประเทศไทย ทั้งจากอ่าวไทย พื้นที่พัฒนาร่วมไทย–มาเลเซีย และเมียนมา รองรับแนวโน้มการผลิตก๊าซในอ่าวไทยที่คาดว่าจะลดลงเฉลี่ย 10% ในช่วง 5 ปีข้างหน้า ขณะเดียวกันบริษัทตั้งเป้าเพิ่มปริมาณขายเฉลี่ย 5 ปี (69-73) ที่ 3-4% ต่อปี จากการรับรู้การเข้าซื้อกิจการ (M&A) และการทยอยเพิ่มกำลังการผลิตโครงการใหม่ โครงการสำคัญ ได้แก่ โครงการ M3 ในเมียนมา , โครงการกรีนฟิลด์ในมาเลเซียที่ค้นพบแล้ว, และโครงการ Mozambique LNG (G3) ซึ่งเร่งก่อสร้างเพื่อผลิต LNG ตามแผน นอกจากนี้ ยังจับตาการเปิดประมูลสัมปทานปิโตรเลียมรอบใหม่ในทะเลอันดามัน ซึ่งมองว่าเป็นแหล่งศักยภาพรองรับการเติบโตระยะยาว ในไตรมาส 1/69 คาดปริมาณขายอยู่ที่ 545,000 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน ใกล้เคียงหรือมากกว่าไตรมาส 4/68 ส่วนทั้งปี 2569 คาดปริมาณขายที่ 560,000 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน จากการรับรู้ M&A เต็มปี และความต้องการใช้ก๊าซในอ่าวไทยที่เพิ่มขึ้น ด้านแนวโน้มราคาพลังงาน ประเมินราคาน้ำมันดิบดูไบปีนี้เฉลี่ย 60-70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทรงตัว ขณะที่ราคาก๊าซธรรมชาติคาดเฉลี่ย 5.7 ดอลลาร์ต่อล้านบีทียู โดยยังรักษา EBITDA Margin ระดับประมาณ 70% ทั้งนี้ บริษัทยังอยู่ระหว่างทบทวนพอร์ตการลงทุนระยะยาว เพื่อสร้างสมดุลความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ต้นทุน และผลตอบแทน โดยเฉพาะการบริหารสัดส่วนสินทรัพย์น้ำมันที่แม้จำหน่ายได้รวดเร็ว แต่มีต้นทุนต่อหน่วยสูง 
|