Big Tech ประกาศงบ! Alphabet คาด Backlog คลาวด์พุ่งแตะ 4.6 แสนล้านดอลล์ รับดีมานด์ AI

รูป Big Tech ประกาศงบ! Alphabet คาด Backlog คลาวด์พุ่งแตะ 4.6 แสนล้านดอลล์ รับดีมานด์ AI

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -30 เม.ย. 69 11:52 น.

บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ที่สุดของโลก 4 แห่งในกลุ่ม Magnificent Seven ได้แก่ Alphabet, Amazon, Microsoft และ Meta Platforms ได้รายงานผลประกอบการไปเมื่อคืนที่ผ่านมา ท่ามกลางคำถามสำคัญที่ว่า การลงทุนในด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของบริษัทเหล่านี้ก้าวหน้าไปมากน้อยเพียงใด สรุปสั้น ๆ คือ Alphabet เริ่มเห็นผลตอบแทนที่ชัดเจน ขณะที่ Meta Platforms รั้งท้าย

Alphabet, Meta, Amazon และ Microsoft รายงานตัวเลขออกมาห่างกันเพียงสองนาที โดยทั้งสี่บริษัทเป็นกลุ่มที่ทุ่มงบประมาณสูงสุดในการสร้างศูนย์ข้อมูล AI กลายเป็นศูนย์กลางของการวางโครงสร้างพื้นฐานที่คาดว่าจะมีมูลค่ารวมกันหลายล้านล้านดอลลาร์

สำหรับประเด็นที่เป็นคำถามว่า คือการทุ่มงบประมาณมหาศาลดังกล่าวเห็นผลที่เป็นรูปธรรมหรือไม่ Google สามารถแสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่แข็งแกร่งในหน่วยธุรกิจคลาวด์คอมพิวติ้ง ซึ่งทำยอดขายได้ 20,000 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสที่ผ่านมา สูงกว่าที่มีการคาดการณ์ไว้ที่ 18,400 ล้านดอลลาร์ การเติบโตของหน่วยธุรกิจนี้เร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากความต้องการซอฟต์แวร์และโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI

ซุนดาร์ พิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Alphabet กล่าวว่า โมเดล AI ของเรามีแรงส่งที่ดีเยี่ยม เรากำลังนำ AI ที่เป็นประโยชน์ส่งถึงมือผู้คนหลายพันล้านคนทุกวันผ่านผลิตภัณฑ์และแพลตฟอร์มต่าง ๆ

ยอด Backlog พุ่งขึ้นเกือบสองเท่าจากไตรมาสก่อน แตะที่กว่า 460,000 ล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ พิชัยยังระบุว่า ไตรมาสดังกล่าวยังเป็นช่วงที่บริการ AI ฝั่งผู้บริโภคของ Google ซึ่งรวมถึงแอปพลิเคชัน Gemini เติบโตแข็งแกร่งสุด

หุ้นของ Alphabet พุ่งขึ้น 6.6% ในการซื้อขายหลังปิดตลาดหลังรายงานผลประกอบการ ซึ่งโดดเด่นกว่ายักษ์ใหญ่ด้าน AI รายอื่นๆ ขณะที่ดัชนี Nasdaq 100 ฟิวเจอร์ส ปรับตัวขึ้น 0.9%

ด้าน Meta เผชิญกับความยากลำบากในการสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุน โดยหุ้นร่วงลงมากกว่า 6% หลังจากปรับเพิ่มค่าใช้จ่ายด้านการลงทุน (Capex) ตลอดทั้งปีขึ้นเป็น 145,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากราคาชิ้นส่วนที่ปรับตัวสูงขึ้น

Meta ไม่ใช่เพียงรายเดียวที่เพิ่มงบประมาณการลงทุน โดยGoogle และบริษัทอื่นๆ ก็ปรับเพิ่มเป้าหมายเช่นกัน แต่ Meta กลับไม่มีผลลัพธ์ที่ชัดเจนมาแสดงให้นักลงทุนเห็นจากการทุ่มงบประมาณจำนวนมหาศาลนี้ เนื่องจากไม่มีบริการคลาวด์คอมพิวติ้งเหมือน Google และแอปพลิเคชัน AI ก็เติบโตช้ากว่า

แมนดีป ซิงห์ นักวิเคราะห์จาก Bloomberg Intelligence ระบุว่า เมื่อเทียบกับคู่แข่งรายใหญ่ในด้าน AI แอปพลิเคชันของ Meta ยังมีการใช้งานไม่สูงนัก

มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Meta แสดงความเชื่อมั่นในการตัดสินใจเพิ่มงบประมาณลงทุน แม้ว่าคำตอบสำหรับคำถามจากนักวิเคราะห์ยังไม่ชัดเจนนักก็ตาม

เขากล่าวระหว่างการประชุมว่า Meta ยังไม่มีแผนการที่ชัดเจนมากนักว่า ผลิตภัณฑ์ AI แต่ละรายการจะถูกพัฒนาไปอย่างไร แต่เริ่มเห็นโครงร่างว่าจะไปในทิศทางใด ขณะเดียวกัน ก็ยอมรับว่าคำตอบของตนเองนั้นอาจจะยังไม่เป็นที่น่าพอใจนัก

ลี ซัสตาร์ นักวิเคราะห์จาก Forrester Research ระบุในบทวิเคราะห์ว่า เนื่องจากผลตอบแทนจากการเป็นผู้นำด้าน AI ดูเหมือนจะสูงมาก บริษัทต่างๆ จึงยังคงเดินหน้าลงทุนต่อไป ซึ่งบีบให้นักลงทุนและลูกค้าต้องประเมินว่าผลประโยชน์ของพวกเขาจะได้รับผลกระทบอย่างไร

สำหรับ Amazon รายได้จากหน่วยธุรกิจคลาวด์เติบโตขึ้น 28% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งถือเป็นอัตราการเติบโตที่รวดเร็วที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาสที่สองของปี 2022 โดยธุรกิจนี้ทำหน้าที่เป็นตัวบ่งชี้ความก้าวหน้าด้าน AI ของบริษัท

นอกจากนี้ บริษัทยังได้รับแรงหนุนจากการลงทุนใน OpenAI และ Anthropic ซึ่งเป็นสตาร์ทอัพด้าน AI รายใหญ่ โดยหุ้นของ Amazon ปรับตัวขึ้นเมื่อวันพุธหลังจาก Bloomberg News รายงานว่า Anthropic กำลังพิจารณาระดมทุนรอบใหม่ด้วยมูลค่าบริษัทที่สูงกว่า 900,000 ล้านดอลลาร์

ในส่วนของ Microsoft ระบุว่ารายได้จากคลาวด์คอมพิวติ้งจะเร่งตัวขึ้นพร้อมกับงบประมาณการลงทุน โดยบริษัทคาดว่า รายได้จากหน่วยธุรกิจคลาวด์ Azure จะเพิ่มขึ้นประมาณ 40% ในไตรมาสปัจจุบัน และคาดว่าจะเร่งตัวขึ้นเล็กน้อยในช่วงครึ่งหลังของปีปฏิทิน

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังกังวลเกี่ยวกับสัดส่วนผู้ใช้ Microsoft Office ที่ยอมจ่ายเพื่อใช้บริการ Copilot AI ซึ่งมีไม่กี่เปอร์เซ็นต์ โดยระบุว่าจำนวนผู้ใช้งาน Copilot แบบชำระเงินเพิ่มขึ้นเป็น 20 ล้านราย หรือเพิ่มขึ้น 5 ล้านรายจากไตรมาสก่อนหน้า

นักลงทุนมีปฏิกิริยาเพียงเล็กน้อยต่อรายงานผลประกอบการ โดยหุ้นปรับตัวลดลงเล็กน้อยในการซื้อขายหลังปิดตลาด ทั้งนี้ ไทเลอร์ รัดกี้ นักวิเคราะห์จาก Citi อธิบายว่าผลประกอบการในรอบนี้สะท้อนการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง แต่ยังไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงของแรงส่งอย่างก้าวกระโดด

ที่มา Bloomberg


แท็กที่เกี่ยวข้อง

Reporting by

สุภัค โห้พึ่งจู

สุภัค โห้พึ่งจู

หัวหน้าส่วนงานข่าวต่างประเทศ สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย