โบรกฯ ประเมินภาษีเป็นโมฆะ สะท้อนความเสี่ยงสงครามการค้า กดดันตลาดหุ้นสหรัฐปรับฐานแรง ด้านตลาดหุ้นไทยมองเป็นบวก แนะหุ้นเด่น TU , ITC , COCOCO , DELTA , HANA , RCL
บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด เปิดเผยผ่านบทวิเคราะห์ว่า วานนี้ทรัมป์ขู่ขึ้นภาษี ประเทศที่คิดจะเอาเปรียบสหรัฐ หลัง TARIFF เป็นโมฆะ แสดงให้เห็นความเสี่ยง TRADE WAR กดดันตลาดหุ้นสหรัฐปรับฐานแรง โดยเฉพาะหุ้น GROWTH เช่น กลุ่ม TECH -1.3% , FINANCIAL -2.9% , COMM. SERVICE -1.5% ลงแรงกว่าหุ้น VALUE หรือ DEFENSIVE เช่น HEALTHCARE +0.6%, UTILITIES +0.6%, ENERGY +0.3% โดยมีรายละเอียดดังนี้ -ตลาดหุ้นไทย TARIFF เป็นโมฆะเป็นบวกต่อตลาด แต่ถูกขายทำกำไรลดระยะบวก จาก 26 จุด เหลือ 0.5 จุด เนื่องจากเป็นการขึ้นไปทดสอบแนวต้านใหญ่ที่ 1,506 จุด และ หุ้นเกือบครึ่งหนึ่งเข้าสู่เขต OVERBOUGHT ทำให้ผ่านได้ยาก ส่วนโซนแนวรับอยู่บริเวณ 1,450 จุด และ แนวรับสำคัญ คือ ช่วงต้นทุนเฉลี่ยที่ต่างชาติสะสมตั้งแต่เลือกตั้งเป็นต้นมาบริเวณ 1,430 จุด -กลยุทธ์ยังคงเน้นหุ้นเด่นรับ TRADE WAR โมฆะ TU , ITC , COCOCO , DELTA , HANA , RCL 
บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยผ่านบทวิเคราะห์ว่า ภาพรวมสงครามการค้าสหรัฐฯเปลี่ยนจาก “Tariff Shock” เป็นแรงกดดันระดับปานกลาง หลังศาลสูงยกเลิก IEEPA ทำให้ Trump ต้องหันมาใช้ Section 122 เก็บภาษีนำเข้าทั่วโลก 15% ทดแทน Reciprocal Tarriff เป็นการชั่วคราว (150 วัน) -หากจะเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติม มาตรการที่เหลืออยู่ต้องใช้ระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 6-13 เดือน โดยนโยบายการกีดกันการค้าเต็มรูปแบบจะเป็นความเสี่ยงรายประเทศ และ พร้อมสร้าง Shock กับตลาดได้ สะท้อนความผันผวน และ ไม่แน่นอนยังมีอยู่ แต่ความเสี่ยงเชิงระบบโดยรวมคลายลงทำให้ประเด็นภาษีการค้าโลกผ่านจุดตึงเครียดสุดไปแล้ว เช่นเดียวกับภาพรวมอัตราภาษีถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของเอเชียพ้นจุดสูงสุด และ ลดลงจาก 20% เหลือ 17% (ภาษีนำเข้าจากจีนลงจาก 32% เหลือ 24%) -ความไม่แน่นอนนโยบายของสหรัฐฯที่เพิ่มขึ้นทั้งการค้า การเงิน ผสานความเสี่ยงเศรษฐกิจชะลอตัว น่าจะทำให้ Fed เดินหน้าปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ KSS คงมุมมอง Fed จะลดดอกเบี้ย 3 ครั้งในปี 2569 กดดัน Dollar Index อ่อนค่า เป็นปัจจัยหนุน Fund Flows ไหลเข้า “EM Sweet spot” จากจุดบรรจบของได้ประโยชน์จาก Tarriff Normalization , AI Capex Boom ใน EM Asia , Dollar อ่อนค่าเสริมแรงบวก และ Global Synchronized กำลังเกิดขึ้น และ Valuation Gap ที่เปิดกว้างจาก DMs เป็นจิตวิทยาบวกต่อไทย -นอกจากนี้ เป็นปัจจัยบวก(Positive) ต่อ EM รวมถึงไทย เนื่องจากอัตราภาษีที่ต้องเผชิญจริงลดลงจากระดับ 19-20% เหลือ 15% ซึ่งสวนทางกับฝั่งประเทศพัฒนาแล้ว และ กลุ่ม USMCA ที่ต้นทุนภาษีพุ่งสูงขึ้น -สถานการณ์นี้ช่วยปลดล็อก ความกังวลศักยภาพการส่งออกไทยที่จะเสียเปรียบคู่แข่ง หนุนหุ้นกลุ่มส่งออก เกษตรฯ ชิ้นส่วน ที่มียอดส่งออกไปสหรัฐฯสูง เช่น ITC , TU , AAI , ASIAN , DELTA , HANA -ระดับภาษีจีนที่ยังสูงกว่าไทย ความเสี่ยงระยะกลางที่จีน และ เวียดนามยังน่าจะเป็นความเสี่ยงต่อสหรัฐฯ> ไทย ผสานไทยเริ่มมีจุดเด่นความพร้อมรับกระแสลงทุนโลกโครงสร้างพื้นฐาน Infra Tech และ จะเป็นตัวเร่งกระแส Supply Chain Relocation ดึงดูดเม็ดเงิน FDI เข้าไทยอย่างมีนัยสำคัญต่อยอดฐาน 3 ล้านล้านบาทใน 2 ปีต่อเนื่อง -กลยุทธ์การลงทุน แนะนำเข้าสะสมหุ้นส่งออกที่พึ่งพาตลาดสหรัฐฯ และ กลุ่มที่รับอานิสงส์ตรงจากกระแส FDI ที่เร่งตัวขึ้น (นิคมอุตสาหกรรมและโรงไฟฟ้า) หุ้นเด่น คือ ITC, TU, IVL, AMATA, WHA, GULF, EGCO, GPSC โดยเลือก Best Picks 3 บริษัท คือ AMATA, ITC และ GULF 
|