พาณิชย์ เผยอัตราเงินเฟ้อ ก.พ.2569 ติดลบ 0.88% จากราคาพลังงานลด ด้านเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 0.56% ย้ำยังไม่เข้าภาวะเงินฝืด พร้อมเปิด 3 กรณีจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง ระบุหากน้ำมันแตะ 120 ดอลลาร์เสี่ยงดันเงินเฟ้อเกิน 3% นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์เปิดเผยว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไป ในเดือน ก.พ. 2569 ลดลง 0.88% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเป็นการลดลงต่อเนื่อง ติดลบต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 11 และติดลบมากสุดในรอบ 11 เดือน โดยยืนยันยังไม่ใช้ภาวะเงินฝืด 
***สาเหตุหลักที่ทำให้เงินเฟ้อ ก.พ. ลดลง -จากการลดลงของราสินค้าในกลุ่มพลังงาน โดยราคาน้ำมันเชื้อเพลิงลดลงตามการเพิ่มเงินชดเชยจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ตามมติของคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) -ค่ากระแสไฟฟ้าปรับลดลงตามมาตรการลดภาระค่าครองชีพของภาครัฐ -ราคาเนื้อสุกร ไข่ไก่ และกลุ่มผลไม้สด ลดลงจากอุปทานล้นตลาด -ด้านเงินเฟ้อพื้นฐานในเดือน ก.พ.อยู่ที่ 0.56% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และ อยู่ที่ 0.13% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า -อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทย เดือน ม.ค. 2569 ลดลง 0.66% โดยอยู่ระดับต่ำอันดับ 5 จาก 127 เขตเศรษฐกิจที่ประกาศตัวเลข และต่ำเป็นอันดับ 1 ในอาเซียน จาก 10 ประเทศที่ประกาศตัวเลข ***แนวโน้มเงินเฟ้อ เดือน มีนาคม 2569 -คาดว่าจะได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญจากการร่วมปฏิบัติการทางทหารระหว่างสหรัฐ-อิสราเอลต่ออิหร่าน ทำให้ความไม่สงบและความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางเพิ่มสูงขึ้น ***ปัจจัยสนับสนุนทำให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้น -ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น จากสถานการณ์ปฏิบัติการทางทหารในภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมถึงความพยายามปิดช่องแคบฮอร์มุซ ที่ทำให้ค่าระวางเรือสูงขึ้น -ราคาสินค้าเกษตรบางชนิดมีแนวโน้มสูงขึ้น จากสภาพอากาศที่คาดว่าอุณหภูมิจะสูงกว่าปีก่อนหน้า -ราคารถยนต์ปรับตัวสูงขึ้น ตามภาษีสรรพสามิตรถยนต์ 2569 -การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว ซึ่งอาจส่งผลให้ค่าโดยสารเครื่องบินมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น ***ปัจจัยที่ทำให้เงินเฟ้อลดลง -ภาครัฐดำเนินมาตรการช่วยเหลือลดภาระค่าครองชีพอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการปรับลดค่า Ft งวดเดือน ม.ค.-เม.ย. 2569 มาอยู่ที่ 9.72 สตางค์ต่อหน่วย ส่งผลให้ อัตราค่ากระแสไฟฟ้าลดลงเหลือ 3.88 บาทต่อหน่วย -การแข็งค่าของเงินบาท ทำให้ต้นทุนการนำเข้าลดลง -ราคาเนื้อสุกรและไข่ไก่อยู่ระดับต่ำกว่าปีก่อนหน้า จากอุปทานส่วนเกิน และอุสงค์ที่ฟื้นตัวช้า ***ประเมินเงินเฟ้อใน 3 กรณี -กรณีที่ 1ประเมินราคาน้ำมันในตลาดโลก 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เงินเฟ้อจะอยู่ที่ 1-2% คาดการณ์อาหารสำเร็จรูป เพิ่มขึ้น 10% ใน 10% ของพื้นที่ทั่วประเทศ -กรณีที่ 2 ประเมินราคาน้ำมันในตลาดโลก 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เงินเฟ้อจะอยู่ที่ 2-3% โดยคาดการณ์อาหารสำเร็จรูป เพิ่มขึ้น 10% ใน 20% ของพื้นที่ทั่วประเทศไทย -กรณีที่ 3 ประเมินราคาน้ำมันในตลาดโลก 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เงินเฟ้อจะมากกว่า 3% โดยคาดการณ์อาหารสำเร็จรูป เพิ่มขึ้น 10% มากกว่า 50% ของพื้นที่ทั่วประเทศ “ตอนนี้ยังตอบชัดเจนไม่ได้ นอกจากจะเห็นภาพว่าสถานการณ์จะยืดแค่ไหน ถ้าจบเร็วราคาน้ำมันก็อยู่ในปัจจุบัน และเงินเฟ้ออยู่ในระดับที่ควรจะเป็น โดยประเมินว่า เงินเฟ้อทั่วไปปีนี้ 1-3% โดยยังขึ้นอยู่กับระดับความขัดแย้งในสถานการณ์ตะวันออกกลาง”นายนันทพงษ์ กล่าว -แม้รัฐบาลจะมีการแทรกแซงราคาน้ำมัน แต่จะช่วยอัตราเงินเฟ้อได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น -สิ่งที่เกิดขึ้น หรือ สถานการณ์ตอนนี้ มีผลทำให้ค่าพลังงานสูงขึ้น ซึ่งเป็นสัดส่วนที่บวกขึ้นของเงินเฟ้อ แต่จะบวกเท่าไหร่นั้น ยังต้องติดตามสถานการณ์ต่อไป ***แนวทางเฝ้าระวังและดำเนินงานของพาณิชย์จากสถานการณ์ตะวันออกกลาง 1.การบริหารจัดการราคาสินค้าและป้องกันการฉวยโอกาส 2.การจัดหาแหล่งวัตถุดิบและปัจจัยการผลิตสำรอง 3.การสนับสนุนผู้ส่งออกและบริหารจัดการโลจิสติกส์ 4.การประสานงานร่วมกับผู้ให้บริการขนส่งทางเรือและผู้ให้บริการโลจิสติกส์ 5.บทบาทเชิงรุกของทูตพาณิชย์ 6.การวิเคราะห์ผลกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อและเสถียรภาพราคา

|