"กลุ่มสหกรณ์ออมทรัพย์พันธมิตร" ประกาศจุดยืนไม่รีบขายหุ้น THAI รอดูงบปี 68 และเงินปันผลในเดือน มี.ค. เชื่อมั่นศักยภาพธุรกิจและมีกระแสเงินสดเพียงพอ พร้อมผนึกกำลังสหกรณ์เป็นหนึ่งเดียว เพื่อประโยชน์สูงสุดของสมาชิก เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2569 กลุ่มพันธมิตรสหกรณ์ออมทรัพย์ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นของบมจ. การบินไทย (THAI หรือ การบินไทย) รวม 12.46% ของจำนวนหุ้นที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของการบินไทย ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) เพื่อแสดงเจตนารมณ์ในการพิจารณาบริหารจัดการหุ้นการบินไทยภายใต้กระบวนการเดียวกันและการประสานงานร่วมกัน โดยได้จัดตั้ง “คณะกรรมการ” เพื่อทำหน้าที่เป็นตัวแทนในการประสานงานระหว่างสหกรณ์ต่างๆ เพื่อให้การดำเนินการดังกล่าวในอนาคตเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ยุติธรรม โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ โดยการดำเนินงานดังกล่าวจะเป็นไปตามคำแนะนำของที่ปรึกษาทางการเงิน ตัวแทนการขายหุ้น หรือผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ที่จะมีการแต่งตั้งต่อไป ภายใต้กฏหมายและกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง กลุ่มสหกรณ์ออมทรัพย์พันธมิตรมีความเชื่อมั่นต่อปัจจัยพื้นฐาน ความสามารถในการสร้างผลการดำเนินการที่มั่นคง และโอกาสเติบโตอย่างต่อเนื่องของการบินไทย นอกจากนี้ สหกรณ์แต่ละรายในกลุ่มมีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง มีสภาพคล่องและกระแสเงินสดเพียงพอสำหรับการดำเนินกิจการ และมีความสามารถในการจ่ายเงินปันผล โดยกลุ่มพันธมิตรสหกรณ์ออมทรัพย์ ดังกล่าวมีข้อตกลงร่วมกันที่จะไม่ขายหุ้นการบินไทยในทันที ภายหลังพ้นช่วงระยะเวลาห้ามขายหุ้น (Lock-up Period) กล่าวคือครั้งแรกในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 ทั้งนี้ การพิจารณาขายหุ้นของกลุ่มสหกรณ์ออมทรัพย์พันธมิตรในอนาคตนั้นจะอยู่ภายใต้กระบวนการเดียวกัน และจะร่วมกันพิจารณาจากปัจจัยรอบด้านอย่างละเอียดรอบคอบ เช่น ราคาหุ้นในระดับที่เหมาะสมที่สะท้อนปัจจัยพื้นฐาน ช่วงเวลาในการขายที่เหมาะสม ผลตอบรับจากกระบวนการการสำรวจความต้องการลงทุน สภาวะตลาดทุนโดยรวม เป็นต้น เพื่อรักษาเสถียรภาพของราคาหุ้นและความเชื่อมั่นของนักลงทุน ตลอดจนเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อราคาหุ้น และสภาวะตลาดทุนโดยรวม 
ดร.มะณู บุญศรีมณีชัย ประธานกรรมการ ชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทย จํากัด ออกแถลงการณ์เรื่องแนวทางการบริหารจัดการหุ้นสามัญ บริษัท การบินไทย จํากัด (มหาชน) หรือ THAI ว่าตามที่หุ้น THAI จะครบกําหนดระยะเวลาการห้ามขายหุ้น (Lock-up Period) และสามารถเริ่มทําการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้ตั้งแต่วันที่ 4 ก.พ.69 เป็นต้นไปนั้น ชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทย จํากัด (ชสอ.) ในฐานะองค์กรหลักผู้รับผิดชอบดูแลและรักษาผลประโยชน์ของขบวนการสหกรณ์ออมทรัพย์ทั่วประเทศ ได้ติดตามสถานการณ์และวิเคราะห์ข้อมูลที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดเพื่อให้การบริหารจัดการเป็นไปอย่างรอบคอบและเกิดประโยชน์สูงสุด ชสอ.จึงขอประกาศจุดยืนเชิงนโยบาย ดังนี้ 1. ความเชื่อมั่นในศักยภาพของบริษัท จากผลการดําเนินงานที่ผ่านมาประกอบกับข้อมูลการคาดการณ์อัตราการจ่ายเงินปันผลของนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์หลายแห่งที่เผยแพร่ต่อสาธารณชน ชสอ.เห็นว่าราคาหุ้น THAI ในปัจจุบัน อยู่ในระดับต่ํากว่ามูลค่าที่เหมาะสมอย่างมีนัยสําคัญ และสะท้อนถึงศักยภาพการฟื้นตัวของธุรกิจในระยะต่อไป 2. แนวทางการถือครองหุ้น (HOLD) ชสอ.พิจารณาแล้วเห็นว่าการคงสถานะการถือครองหุ้น THAI ต่อไปภายหลังวันที่ 4 ก.พ.69 เป็นกลยุทธ์ที่เหมาะสมที่สุดในสถานการณ์ปัจจุบัน เนื่องจากสหกรณ์ออมทรัพย์ส่วนใหญ่มีฐานะทางการเงิน ที่เข้มแข็งและมีกระแสเงินสดเพียงพอ ไม่มีความจําเป็นเร่งด่วนที่ต้องจําหน่ายหุ้นในช่วงที่ตลาดอาจมีความผันผวน จากการปลดล็อกหุ้นจํานวนมาก ซึ่งอาจส่งผลให้สหกรณ์ได้รับราคาที่ไม่สะท้อนมูลค่าที่แท้จริงของหุ้น ดังนั้นจึงอาจพิจารณาชะลอการตัดสินใจไว้จนกว่าราคาหุ้นจะกลับมาอยู่ในระดับที่เหมาะสม แล้วจึงพิจารณาอีกครั้งว่าจะถือครองต่อเพื่อการลงทุนระยะยาวหรือจําหน่ายออกเพื่อรับรู้กําไร 
|