IAA ชี้ "ภูมิใจไทย" คะแนนเสียงทิ้งห่างพรรคคู่แข่ง หนุนจัดตั้งรัฐบาลใหม่มีเสถียรภาพ ทำการเมืองผ่อนคลาย จับตานโยบายด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดใหม่ เสนอเดินหน้าโครงการ TISA พร้อมลุ้น SET มีโอกาสแตะ 1,500 จุด รับฟันด์โฟลว์ต่างชาติไหลเข้าต่อเนื่อง หากนโยบายออกมาดีและการจัดตั้งรัฐบาลทำได้รวดเร็ว นายไพบูลย์ นลินทรางกูร นายกสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (IAA) และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด เปิดเผย "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" ว่า การที่พรรคภูมิใจไทย ชนะเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย โดยได้คะแนะเสียงเป็นอันดับหนึ่งและเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ ได้ช่วยสร้างแรงผ่อนคลายต่อความวิตกกังวลเรื่องเสถียรภาพทางการเมืองให้กับนักลงทุนในตลาดหุ้นไทยไปได้ระดับหนึ่ง เนื่องจากคะแนนเสียงที่ได้รับมากกว่าที่หลายฝ่ายคาดไว้ ซึ่งจะส่งผลให้การจัดตั้งรัฐบาลทำได้ไม่ยาก เพราะเพียงจับมือกับพรรคกล้าธรรมเพียงแค่พรรคเดียวก็สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้แล้ว หรือหากรวมเสียงกับพรรคเพื่อไทยก็สามารถมีเสียงที่แข็งแรงพอสมควร 
อย่างไรก็ตามสิ่งที่ต้องจับตาหลังจากนี้คือ นโยบายด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดใหม่ เพราะในช่วงที่ผ่านมานโยบายเศรษฐกิจของพรรคภูมิใจไทยออกมายังไม่มากเมื่อเทียบกับพรรคการเมืองรายอื่นๆ แต่มีข้อดีคือ แม้จะเป็นรัฐบาลผสม แต่จำนวนเสียงพรรคภูมิใจไทยที่มีจำนวนมาก ทำให้มีโอกาสสูงที่จะได้คุมกระทรวงเศรษฐกิจที่สำคัญๆ ขณะที่นโยบายด้านตลาดทุน จากที่คาดว่ารัฐบาลชุดนี้จะก่อหนี้แบบระมัดระวัง ซึ่งทำให้การลงทุนของภาครัฐอาจต้องใช้ตลาดทุนมาช่วย ซึ่งหากรัฐบาลจะทำให้ตลาดทุนแข็งแรง จำเป็นต้องมีสภาพคล่องที่สูง โดยเฉพาะการผลักดันให้เกิดบัญชีการออมส่วนบุคคล (TISA) ที่ช่วยส่งเสริมการออมและการลงทุนในตลาด แต่อาจต้องออกแบบให้ดี ซึ่งวัตถุประสงค์ต้องช่วยแรงกระตุ้นของตลาดหุ้นไทยทำให้คนมั่งคั่งขึ้น และเศรษฐกิจจะได้รับประโยชน์ เพราะหากตลาดหุ้นฟื้นจะทำให้รัฐบาลง่ายในการระดมทุน สำหรับข้อเสนอต่อรัฐบาลชุดใหม่คือ 1.การแยกวงเงินลดหย่อนภาษีของโครงการ TISA ออกมาโดยเฉพาะ (ไม่ปนกับวงเงินกองทุนการเกษียณอื่นๆ เช่น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ,กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพหรือ RMF เป็นต้น) , 2.กำหนดระยะเวลาการถือครองภายใน 5 ปี และ 3.วงเงินยกเว้นสิทธิประโยชน์ทางภาษีไม่เกิน 5 แสนบาท "นโยบายอื่นๆต้องแก้ไขปัญหาได้จริง เช่น พวกเชิงโครงสร้างและเป็นนโยบายที่เป็นประสิทธิภาพ ซึ่งส่วนตัวอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของเศรษฐกิจ ซึ่งหากทำได้ดีๆ อาจทำให้รัฐบาลชุดนี้อยู่ได้ยาวๆตลอด 4 ปี" นายไพบูลย์ กล่าว นายไพบูลย์ กล่าวต่อว่าสิ่งที่ห่วงของรัฐบาลชุดนี้คือ การแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่ไม่ง่าย ซึ่งทำให้อาจต้องรับฟังให้มาก โดยเฉพาะการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันได้ และการลงทุนต้องระบุให้ชัดเจนว่าจะเน้นอุตสาหกรรมไหน รวมถึงอย่าลืมตลาดทุน เพราะเป็นเครื่องมือชั้นดีที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้ นอกจากนี้ ประเมินว่าหากนโยบายรัฐบาลชุดใหม่ออกมาดีและการจัดตั้งรัฐบาลทำได้รวดเร็ว คาดว่ามีโอกาสที่ดัชนีหุ้นไทย (SET INDEX) จะเพิ่มขึ้นไปแตะระดับ 1,500 จุดได้ เงินทุนต่างชาติคาดว่าจะกลับมาแน่นอน เพราะตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงมา 3 ปีแล้ว และที่สำคัญการไม่มีเสถียรภาพทางการเมืองตอนนี้เริ่มผ่อนคลายไป หลังพรรคภูมิใจไทยชนะเลือกตั้ง ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายอนุรักษ์นิยมสนับสนุน จึงทำให้เหตุที่จะหลุดจากตำแหน่งมีโอกาสน้อย รวมถึงมีผลงานในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมาแสดงให้เห็นบ้างแล้ว 
|