88TH ตั้งเป้ารายได้ปี 2569 โต 20-30% ผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ LYO ชูโรง พร้อมเตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ทั้งสีผมแฟชั่น และนวัตกรรมดูแลเส้นผมรายแรกของไทย เพื่อขยายฐานลูกค้าและสร้างความแตกต่างในตลาด ประกาศปักธงรุกตลาดต่างประเทศจีน ฮ่องกง พร้อมขับเคลื่อนกลยุทธ์ในประเทศ นางสาวนพรัตน์ มาลัยวงค์ ผู้ก่อตั้งและกรรมการบริษัท บริษัท 88(ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) หรือ 88TH เปิดเผยว่า ในปี 2569 บริษัทฯ มีแผนจะออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ต่อเนื่อง โดยจะเริ่มเห็นได้ตั้งแต่ไตรมาส 1/2569 ซึ่งแบรนด์ LYO จะมีการออกผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับสีผมในกลุ่มแฟชั่นมากขึ้น จากเดิมที่มีเพียงผลิตภัณฑ์ ปิดผมขาว 4 สี เพื่อเป็นการขยายฐานลูกค้าใหม่ๆ ให้ครอบคลุมมากขึ้น รวมถึงผลิตภัณฑ์บำรุงผม ส่วนในไตรมาส 2/2569 จะมีการออกผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมที่เป็นนวัตกรรมใหม่ๆ ซึ่งเป็นรายแรกของประเทศไทยที่สามารถพัฒนาขึ้นมา ทั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จด้านความมุ่งมั่นในการวิจัยและศึกษาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพออกสู่ตลาดอย่างแท้จริง เพื่อสร้างความประทับใจของลูกค้าที่มีต่อผลิตภัณฑ์ พร้อมกันนี้ ยังคงมีการศึกษากลุ่มผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่นอกเหนือจากกลุ่มผลิตภัณฑ์เดิมที่มีอยู่ด้วย 
บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับตลาดต่างประเทศ คาดว่าในปี 2569 จะเห็นความชัดเจนมากขึ้น หลังจากสามารถปิดดีลเซ็น MOU ขายผลิตภัณฑ์แล้วทั้งในจีนและฮ่องกงในช่วงที่ผ่านมา และอยู่ระหว่างการจัดส่งผลิตภัณฑ์ไปยังประเทศดังกล่าว โดยมองว่าประเทศจีนเป็นประเทศที่มีมูลค่าตลาดที่ใหญ่มาก และประชากรในประเทศจีนค่อนข้างให้ความสำคัญกับสมุนไพรไทย และในเรื่องของออริจินอล (Original) ของผลิตภัณฑ์ไทย ซึ่งตรงกับจุดแข็งของประเทศไทย ดังนั้นบริษัทฯจึงวางกลยุทธ์ การทำตลาดแบบ 360 องศา ทั้งในด้านของ E-commerce ด้านการเจาะตลาด และด้านการทำตลาดต่างๆ เพื่อให้ครอบคลุมการขายในทุกมิติ ด้านนางณัฐฐินี ชวนะนิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร 88TH เปิดเผยว่า ในปี 2569 บริษัทฯยังคงรักษาการเติบโตได้ต่อเนื่อง คาดว่ารายได้รวมจะเติบโตที่ระดับ 20-30% ต่อปี ตามแผน Roadmap (โรดแมป) ที่วางไว้ พร้อมทั้งการมองหาโอกาสใหม่ๆ สำหรับปี 2569 ควบคู่ไปกับการปรับตัว ให้เร็ว เพิ่มความยืดหยุ่นในการทำงาน เพื่อจะเข้าไปรับโอกาสนั้น และยังทำให้บริษัทฯ เติบโตได้ตามแผนที่วางไว้ได้ สำหรับกลยุทธ์ในปี 2569 ที่บริษัทฯ จะใช้ในการขับเคลื่อนองค์กร จะประกอบด้วย 1.ความสามารถในการปรับตัวได้เร็ว รองรับโอกาสใหม่ๆ ที่เข้ามาให้ทันท่วงที 2.การออกสินค้าที่มีคุณภาพ โดยบริษัทฯ ยังคงยึดมั่นในหลักการของแบรนด์ คือการออกสินค้าที่ดี เพื่อจะอยู่ในตลาดไปยาวๆ ตอบโจทย์ลูกค้าได้ต่อเนื่อง และ 3.สร้างความแข็งแกร่งให้ช่องทางการจำหน่าย ปัจจุบันบริษัทฯ มีการจำหน่ายสินค้าผ่านทุกช่องทางแล้ว เพื่อให้ลูกค้าสามารถซื้อสินค้าของบริษัทฯ ได้ 24 ชั่วโมง 7 วัน “ในปี 2569 การแข่งขันยังคงเข้มข้นเหมือนเดิม และอาจจะเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นทั้งในเรื่องของสินค้าและช่องทางการจำหน่าย ซึ่งเน้นความรวดเร็วมากขึ้น เราเองก็จะต้องปรับตัวให้ทันกับเทรนด์ตรงนั้น ซึ่งเรามั่นใจมาก ว่าเราจะสามารถปรับตัวและความยืดหยุ่นได้ตามสถานการณ์ ซึ่ง “88TH" เข้าใจในธุรกิจนี้เป็นอย่างดี เราจึงสามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็วเพื่อตอบสนองโอกาสที่เข้ามา” นางณัฐฐินี กล่าว สำหรับภาพรวมตลาดสุขภาพและความงามในประเทศไทยยังคงมีอัตราการเติบโตสูง ส่งผลเชิงบวกต่อยอดขายผลิตภัณฑ์แบรนด์ LYO เติบโตอย่างต่อเนื่อง จากยอดขายที่มาจากแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ (E-commerce Platform) ที่เพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นจึงทำให้สัดส่วนรายได้แบ่งออกมาเป็นจากการขายให้กับตัวแทนจำหน่าย 30% ห้างโมเดิร์นเทรด (Modern Trade) ต่างๆ ประมาณ 35% ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 35% จะมาจากแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ “แม้ว่าเศรษฐกิจจะชะลอตัว แต่ภาพรวมตลาดสุขภาพและความงามมีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะทุกคนยังคงห่วงใยสุขภาพและความงามของตนเองในระยะยาว ดังนั้นเราจึงให้ความสำคัญกับสินค้าที่สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคในระยะยาวมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันบริษัทฯ ก็มีการยกระดับการพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์มากขึ้น ให้สอดรับกับความต้องการผู้บริโภค” นางสาวนพรัตน์ กล่าว  |