CCP ตั้งเป้าปี 69 รายได้โต 10% แย้มตุน Backlog กว่า 1.8 พันลบ. - ทุ่มงบลงทุน 70 ลบ.

รูป CCP ตั้งเป้าปี 69 รายได้โต 10% แย้มตุน Backlog กว่า 1.8 พันลบ. - ทุ่มงบลงทุน 70 ลบ.

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -25 มี.ค. 69 17:22 น.

 

CCP ตั้งเป้าปี 69 รายได้โต 10% รับพอร์ตสู่ Green Precast Concrete เดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จับมือพันธมิตรพัฒนาวัสดุทดแทนคอนกรีต-ลดคาร์บอน แย้มตุน Backlog กว่า 1.8 พันลบ. ทุ่มงบลงทุน 70 ลบ. เสริมประสิทธิภาพการผลิต พร้อมยืนยันยังไม่มีแผนเพิ่มทุนภายในปีนี้

 


นายอาทิตย์ ทีปกรสุขเกษม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ผลิตภัณฑ์คอนกรีตชลบุรี จำกัด (มหาชน) หรือ CCP เปิดเผยแนวโน้มธุรกิจปี 69 โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้

 

- ตั้งเป้าหมายรายได้ปีนี้เติบโต 10% จากปีก่อน หลังปัจจุบันบริษัทมี Backlog ไม่ต่ำกว่า 1,800 ล้านบาท แบ่งเป็นสัดส่วนงานภาครัฐ 55% ภาคเอกชน 45% โดยคาดว่าจะทยอยรับรู้รายได้ปีนี้ประมาณ 1,000 ล้านบาท และที่เหลืออีก 700-800 ภายในปีหน้า

 

- ภาพรวมอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้างในปี 69 ยังมีแนวโน้มเติบโต ปัจจัยสนับสนุนจากการลงทุนการก่อสร้างทั้งภาครัฐและเอกชน ครอบคลุมถึงโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ คลังสินค้า นิคมอุตสาหกรรมโดยเฉพาะโครงการที่เกี่ยวเนื่องกับเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

 

- ตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังคงอยู่ในช่วงฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยแนวโน้มการก่อสร้างในปัจจุบันให้ความสำคัญกับความรวดเร็ว และการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้ความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์ Green Precast Concrete ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางการแข่งขันในอุตสาหกรรมอยู่ในระดับสูง ผู้ประกอบการจำนวนมากมุ่งเน้นเข้ามาทำตลาดในโครงการกลุ่มเดียวกัน ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องเร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สร้างความแตกต่าง เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว

 

- เตรียมงบลงทุนปีนี้ประมาณ 70 ล้านบาท สำหรับการจัดหาเครื่องจักรใหม่ การปรับปรุงไลน์การผลิต รวมถึงการเพิ่มคลังสินค้าและพื้นที่รองรับการดำเนินงาน เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการและรองรับการเติบโตของตลาดในระยะยาว

 

- ตั้งเป้าหมายการเติบโตของรายได้จากธุรกิจคลังสินค้าไว้ที่ 20% เมื่อเทียบกับปี 68 เนื่องจากบริษัทจะทยอยรับรู้รายได้จาก บริษัท ชาลี ท็อป โลจิสติกส์ โซลูชั่น จำกัด (CHARLIE) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยให้บริการด้านการบริหารจัดการคลังสินค้า Free Zone (เขตปลอดอากร) ปัจจุบันมีพื้นที่รวมกว่า 550 ไร่ ซึ่งในปีนี้ CHARLIE มุ่งเน้นกลุ่มลูกค้าที่ต้องการใช้พื้นที่ประเภทลานอุตสาหกรรม คลังสินค้า และลานตู้คอนเทนเนอร์ ในทำเลที่มีความเสี่ยงต่ำและมีศักยภาพสูง อาทิ จังหวัดระยอง และโซนท่าเรือแหลมฉบัง

 

- มองเห็นโอกาสจากการเติบโตของ EV Truck Ecosystem ซึ่งยังอยู่ในช่วงประเมินความคุ้มค่าและความพร้อมในระยะยาว

 

- สำหรับแผนการเพิ่มทุนของบริษัทนั้น ยืนยันยังไม่มีแผนเพิ่มทุนในปีนี้ เนื่องจากปัจจุบันต้นทุนดอกเบี้ยเงินกู้จากสถาบันการเงินยังค่อนข้างถูกอยู่ที่ระดับ 2-3% ทำให้บริษัทยังไม่มีความจำเป็นต้องใช้เงินทุนเพิ่มเติม

 


กลยุทธ์การดำเนินธุรกิจในปีนี้

 

- มุ่งเน้นการยกระดับผลิตภัณฑ์สู่กลุ่มวัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น โดยมีเป้าหมายเป็นผู้นำด้าน Green Precast Concrete ซึ่งปัจจุบันบริษัทได้ทำการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน Carbon Footprint of Product (CFP) ซึ่งสะท้อนถึงการให้ความสำคัญในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ตลอดกระบวนการผลิต เพื่อสร้างทางเลือกใหม่ให้กับโครงการก่อสร้างทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม และความยั่งยืน

 

- ร่วมมือกับพันธมิตรภาคเอกชนรายใหญ่ของประเทศ อาทิ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) ในการนำวัสดุเหลือใช้จากกระบวนการผลิต และพัฒนาวัสดุทดแทน เข้ามาใช้เป็นส่วนประกอบในการผลิต Precast Concrete เพื่อลดการพึ่งพาการใช้คอนกรีตในรูปแบบเดิม

 

- จากสถานการณ์ความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลให้ต้นทุนการดำเนินงานปรับตัวเพิ่มขึ้นในหลายด้าน ทั้งค่าขนส่ง ค่าพลังงาน ต้นทุนด้านวัตถุดิบ และบรรจุภัณฑ์ที่มีความผันผวน บริษัทจึงปรับกลยุทธ์บริหารต้นทุนอย่างเข้มข้น ผ่านการกระจายแหล่งจัดหาวัตถุดิบ การเจรจาต่อรองกับซัพพลายเออร์ รวมถึงการทยอยปรับราคาสินค้าให้สอดคล้องกับต้นทุน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรในระยะสั้นบางส่วน

 

- ขณะที่การดำเนินงานของบริษัทย่อยในกลุ่มโลจิสติกส์ยังคงแข็งแกร่ง และไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากปัจจัยดังกล่าว และยังมีอัตราการใช้พื้นที่คลังสินค้าและลานอุตสาหกรรมปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความต้องการใช้พื้นที่ในทำเลศักยภาพที่ยังอยู่ในระดับสูง

 

“บริษัทมั่นใจว่าทิศทางการดำเนินงานจากการขับเคลื่อนกลยุทธ์ในทุกมิติ จะช่วยสร้างโอกาสเติบโตอย่างต่อเนื่อง และสนับสนุนให้ความสามารถในการทำกำไรปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยปัจจุบันบริษัทมี Backlog ไม่ต่ำกว่า 1,800 ล้านบาท แบ่งเป็นสัดส่วนงานภาครัฐ 55% ภาคเอกชน 45% พร้อมตั้งเป้าหมายรายได้เติบโต 10%” นายอาทิตย์ กล่าว

 



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Editing by

ปริวัฒน์ หินพลอย

ปริวัฒน์ หินพลอย