ส่องกล้อง SCGP : เปิดราคาเป้าหมายล่าสุด หลังโบรกฯ เห็นงบปี 68 ส่วนใหญ่แนะนำไปทิศทางไหน?

รูป ส่องกล้อง SCGP : เปิดราคาเป้าหมายล่าสุด หลังโบรกฯ เห็นงบปี 68 ส่วนใหญ่แนะนำไปทิศทางไหน?

efinAI


 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -28 ม.ค. 69 14:24 น.


สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 28 ม.ค.69

 

ชื่อโบรกคำแนะนำ
ราคาเป้าหมาย (บาท)
บล.ยูโอบีเคย์เฮียนซื้อ26
บล.ทิสโก้ซื้อ24
บล.เคจีไอซื้อ23.3
บล.ดาโอซื้อ23
บล.บัวหลวงซื้อ21
บล.เอเซียพลัสNeutral (กลาง)23
บล.กรุงศรีReduce (ลดน้ำหนัก)18

 


สรุปปัจจัยบวก

- ต้นทุนเศษกระดาษรีไซเคิล (RCP) มีแนวโน้มปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะเริ่มส่งผลดีต่อต้นทุนการผลิตที่ชัดเจนในงวด 1Q69 (บล.เคจีไอ, บล.เอเซียพลัส, บล.ยูโอบีเคย์เฮียน, บล.ดาโอ, บล.ทิสโก้)

 

- การเข้าซื้อกิจการ MYPAK ในอินโดนีเซีย ช่วยเพิ่มระดับ Integration ของธุรกิจ และเริ่มรับรู้กำไรจากรายการพิเศษ (Negative Goodwill) (บล.ดาโอ, บล.เอเซียพลัส, บล.ทิสโก้)

 

- โมเมนตัมผลประกอบการงวด 1Q69 คาดว่าจะฟื้นตัว QoQ จากต้นทุนที่ลดลงและการบริหารจัดการพลังงานที่ดีขึ้น (บล.เคจีไอ, บล.ยูโอบีเคย์เฮียน, บล.ทิสโก้)

 

- มาตรการลดต้นทุนที่ Fajar ทั้งการนำระบบ AI/Automation มาใช้ และการปรับโครงสร้างสัญญาซื้อก๊าซธรรมชาติที่ถูกลง ช่วยลดค่าใช้จ่ายพลังงานได้มีนัยสำคัญ (บล.เอเซียพลัส, บล.ทิสโก้)

 

- โครงสร้างทางการเงินแข็งแกร่งขึ้น หลังการเพิ่มทุนให้ Fajar เพื่อชำระคืนหนี้ ส่งผลให้ภาระดอกเบี้ยจ่ายลดลงประมาณ 300 ล้านบาทต่อปี (บล.เอเซียพลัส, บล.ดาโอ)

 

- ได้รับอานิสงส์จากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของจีนที่เน้นการบริโภคในประเทศ ส่งผลให้ความต้องการนำเข้าบรรจุภัณฑ์เริ่มมีสัญญาณฟื้นตัว (บล.เคจีไอ, บล.เอเซียพลัส)

 

- ประกาศจ่ายเงินปันผลครึ่งปีหลัง 0.35 บาท/หุ้น คิดเป็น Yield ประมาณ 1.7% (บล.เคจีไอ, บล.เอเซียพลัส, บล.บัวหลวง, บล.ดาโอ)


สรุปปัจจัยลบ

- ภาวะอุปทานส่วนเกิน (Oversupply) ของกระดาษบรรจุภัณฑ์ในภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะอินโดนีเซีย ยังคงกดดันราคาขาย (บล.เอเซียพลัส, บล.กรุงศรี)

 

- ผลการดำเนินงานของ Fajar ในอินโดนีเซียยังคงเผชิญกับผลขาดทุนหนักจากการแข่งขันที่รุนแรงและการเพิ่มกำลังการผลิตของผู้เล่นรายใหญ่ (บล.เอเซียพลัส)

 

- ผลกระทบจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า ส่งผลเสียต่อการแปลงงบการเงินจากบริษัทย่อยในต่างประเทศ (บล.เอเซียพลัส, บล.ทิสโก้)

 

- ต้นทุนถ่านหินและค่าขนส่ง (Freight) ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ที่เพิ่มขึ้นตามฤดูกาล (บล.เอเซียพลัส, บล.กรุงศรี, บล.ทิสโก้)

 

- มีการหยุดซ่อมบำรุงโรงงานเยื่อและกระดาษ (Fibrous Chain) ในช่วง 1Q69 กระทบต่อปริมาณการขายผลิตภัณฑ์ที่มีมาร์จิ้นสูง (บล.เอเซียพลัส, บล.เคจีไอ, บล.ทิสโก้)

 

- ราคาหุ้นสะท้อนความคาดหวังเชิงบวกไปมากแล้ว ทำให้ Valuation (PER) ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับกลุ่ม (บล.เอเซียพลัส, บล.กรุงศรี)

 

 

 

 

 



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Editing by

ชุติมา มุสิกะเจริญ

ชุติมา มุสิกะเจริญ