BAY ตั้งเป้าธุรกิจอาเซียนปีนี้โต 10% ผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก - ฝากรัฐบาลใหม่เร่งสร้างความเชื่อมั่น

รูป BAY ตั้งเป้าธุรกิจอาเซียนปีนี้โต 10% ผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก - ฝากรัฐบาลใหม่เร่งสร้างความเชื่อมั่น

efinAI


 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -5 ก.พ. 69 17:18 น.

 

BAY กางแผนปี 69 รุกหนักตลาดอาเซียน หวังธุรกิจกลุ่มนี้โต 10%  ฝากโจทย์รัฐบาลชุดใหม่ เร่งดึงดูดเม็ดเงินลงทุน-ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจระยะยาว มั่นใจญี่ปุ่นยังลงทุนไทยต่อเนื่อง วาง 3 กลยุทธ์หลักขับเคลื่อนองค์กร ส่วนสินเชื่อปีนี้คาดเติบโต 2-4% 

 

นายเคนอิจิ ยามาโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ BAY เปิดเผยว่า แผนธุรกิจปี 2569 จะเน้นไปที่สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ และ ธุรกิจในอาเซียน ซึ่งปีนี้ตั้งเป้าเติบโตธุรกิจในอาเซียนไว้ที่ 10% เนื่องจากเศรษฐกิจในกลุ่มอาเซียนมีการเติบโตที่สูงกว่าประเทศไทย และ มีการดึงดูดการลงทุนเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยที่ประเทศไทยยังติดปัญหาทางด้านเศรษฐกิจที่เติบโตช้า และ หนี้ครัวเรือนที่อยู่ระดับสูง

 

นอกจากนี้ ยังรอนโยบายจากรัฐบาลชุดใหม่ที่ธนาคารคาดหวังการกระตุ้นเพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างชาตเข้ามา และ การสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุน เพื่อให้เกิดการลงทุนในระยะยาว ประกอบกับ นโยบายที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศในระยะยาว

 

อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยังได้รับอานิสงส์จากการลงทุนของญี่ปุ่น หลังมองว่าประเทศไทยมีศักยภาพ และ เป็นศูนย์กลางของอาเซียนที่สำคัญ ทำให้นักลงทุนญี่ปุ่นยังให้ความสนใจที่จะลงทุนในประเทศไทย โดยเฉพาะการเข้ามาตั้งโรงงานผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ และ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์

 

ทั้งนี้ ธนาคารได้กำหนด 5 วาระเร่งด่วนเชิงโครงสร้าง เพื่อวางรากฐานให้ลูกค้า ภาคธุรกิจ และ เศรษฐกิจไทยเติบโตได้อย่างยั่งยืน

 

ประการแรก การผ่อนคลายปัญหาหนี้ครัวเรือนของไทย ให้ประชาชนกลับมามีเสถียรภาพทางการเงิน ผ่านแนวทาง 3 ระดับ ได้แก่ การช่วยเหลือเร่งด่วน เพื่อเสริมสภาพคล่องในยามวิกฤต การร่วมมือกับภาครัฐ ในการส่งมาตรการแก้หนี้ต่าง ๆ ให้ถึงครัวเรือนที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างแท้จริง และ การแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนอย่างยั่งยืน ด้วยการปรับโครงสร้างหนี้ให้สอดคล้องกับศักยภาพรายบุคคล ควบคู่ไปกับการสนับสนุนความรู้ทางการเงิน

 

ประการที่สอง การเสริมแกร่งผู้ประกอบการ SME ซึ่งเป็นกำลังหลักของเศรษฐกิจไทยให้สามารถอยู่รอด ปรับตัว และ เติบโตได้อย่างต่อเนื่อง

 

ประการที่สาม การยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ขับเคลื่อนนวัตกรรมและการลงทุน เชื่อมโยงโอกาสระดับภูมิภาค ผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และ สถาบันการศึกษา

 

ประการที่สี่ การเร่งขับเคลื่อนด้านสภาพภูมิอากาศ ผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรม และ ครอบคลุมทุกภาคส่วน

 

สุดท้าย การสร้างความเชื่อมั่นในระบบการเงิน ยึดมั่นในความโปร่งใสและเสถียรภาพ เพื่อสร้างความไว้วางใจให้เกิดขึ้นในระบบการเงินไทยอย่างยั่งยืน

 

 

ส่วนปี 2569 ธนาคารตั้งเป้าการเติบโตของสินเชื่อไว้ที่ 2–4% จากปีก่อนที่เติบโต 1.7% โดยสัดส่วนสินเชื่อ แบ่งเป็น สินเชื่อรายย่อย 49% สินเชื่อเอสเอ็มอี 16% สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ 35%

 

ในขณะที่ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) โดยรวมที่ 4.0–4.3% โดยที่ NIM ในประเทศอยู่ที่ 3.25–3.50% และ อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้อยู่ที่ระดับ Mid-40s% ควบคู่ไปกับการเดินหน้าพันธกิจด้านความยั่งยืนสู่เป้าหมาย Net Zero อย่างเป็นรูปธรรม ด้วยการปรับเพิ่มเป้าหมายพอร์ตการสนับสนุนทางการเงินให้แก่โครงการธุรกิจเพื่อสังคมและความยั่งยืน (Social and Sustainable Finance) เป็น 350,000 ล้านบาท พร้อมมุ่งมั่นพัฒนาโซลูชันทางการเงินเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งตลอดห่วงโซ่คุณค่าให้เติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว

 

“เป้าหมายของกรุงศรี คือ การสร้างการเติบโตที่สมดุล ทั้งในด้านผลประกอบการ นวัตกรรม และ ความรับผิดชอบต่อสังคม เรากำลังขับเคลื่อนองค์กรสู่ภูมิทัศน์ทางการเงินแห่งอนาคต ที่บริการทางการเงินได้รับการบูรณาการอย่างไร้รอยต่อ ขับเคลื่อนด้วยพลังของเทคโนโลยี และ ความร่วมมือ เพื่อปลดล็อกศักยภาพการเติบโตให้แก่ลูกค้า พันธมิตร และ สังคม”นายเคนอิจิ กล่าว

 

สำหรับกลยุทธ์หลักปี 2569 ธนาคารได้กำหนด 3 แกนกลยุทธ์หลัก (Strategic Pillars) เพื่อใช้เป็นเข็มทิศในการขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมาย ได้แก่

 

Customer First : ยกระดับประสบการณ์ลูกค้าแบบครบวงจร ด้วยโซลูชันทางการเงินที่ออกแบบเฉพาะบุคคล เชื่อมต่อบริการอย่างไร้รอยต่อ เพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ทั้งสำหรับลูกค้ารายย่อย ลูกค้าธุรกิจ และ นักลงทุน

 

Transform with AI & Technology : เร่งการนำ AI และ เทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และ เสริมความแข็งแกร่งด้านการบริหารความเสี่ยง ควบคู่ไปกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน IT และ ระบบ Core Banking เพื่อรองรับโอกาสทางธุรกิจในอนาคต

 

ONE Krungsri Collaboration : ผสานพลังความร่วมมือภายในกลุ่มกรุงศรี เพื่อส่งมอบโซลูชันทางการเงินแบบบูรณาการ ครอบคลุมทั้งลูกค้ารายย่อยและลูกค้าองค์กร พร้อมใช้จุดแข็งจากเครือข่ายระดับโลกของ MUFG เพื่อสนับสนุนการเติบโตในระดับภูมิภาค

  

นอกจากนี้ ยังเดินหน้าขับเคลื่อนวิสัยทัศน์สู่การลงมือทำอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านโครงการสำคัญที่มุ่งยกระดับประสบการณ์ลูกค้า ด้วยการพัฒนาโซลูชันทางการเงินที่ออกแบบจากความเข้าใจเชิงลึกในแต่ละช่วงชีวิต และ ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะบุคคลที่หลากหลาย และ แตกต่างของกลุ่มลูกค้ารายย่อย และ ลูกค้าบุคคล เช่น การยกระดับบริการสู่รูปแบบ One Stop Service ที่เชื่อมโยงช่องทางต่าง ๆ ทั้งแอปพลิเคชัน สาขา และ ศูนย์บริการลูกค้า (Contact Center) เข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ

 

ควบคู่ไปกับการพัฒนาโซลูชันด้านการเงินเพื่อความยั่งยืนและการเสริมสร้างองค์ความรู้ (Sustainable Finance & Capacity Building) ตลอดจนการสร้างคุณค่าแบบองค์รวมผ่านบริการที่ปรึกษาวาณิชธนกิจ และ โซลูชันการบริหารความเสี่ยงอย่างครบวงจร รวมถึงการผนึกกำลังเครือข่าย MUFG และ พันธมิตรระดับโลก ผสานกับนวัตกรรมดิจิทัล และ เทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลเพื่อยกระดับศักยภาพการให้บริการ และ มอบโอกาสทางธุรกิจที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า

 

"เราอยู่ระหว่างพัฒนาระบบ ซึ่งจะรวม 4 แอปพลิเคชันเข้ามาเป็น 1 แอปพลิเคชัน โดยคาดว่าจะเริ่มใช้ได้ต้นปี 2570 ซึ่ง 4 แอปพลิเคชัน ประกอบด้วย Krungsri App , Kept by krungsri , GO by Krungsri Auto และ Krungsri Biz Online ตลอดจน Contact Center ที่มีหลายเบอร์เวลาติดต่อ จะรวมมาเป็นเบอร์เดียว"นายเคนอิจิ กล่าว

 

*** BAY ประกาศเป้าหมายทางการเงินปี 2569 ตั้งเป้าสินเชื่อเติบโต 2-4% NIM 4.0-4.3% โดย NPL อยู่ที่ 3.25-3.50%

 

อนึ่ง วันนี้ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จํากัด (มหาชน) หรือ BAY แจ้งเป้าหมายทางการเงินของธนาคาร สําหรับปี 2569 ดังนี้

  • การเติบโตของเงินให้สินเชื่อ 2-4%
  • ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) 4.0-4.3% (ภายในประเทศ: 3.25 3.50% อาเซียน: 20,00-22.00%
  • การเติบโตของรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย Mid-Single Digit *
  • ค่าใช้จ่ายที่มิใช่ดอกเบี้ยต่อรายได้รวม Mid-40s
  • สัดส่วนการตั้งสํารองต่อสินเชื่อรวม 200-230 bps
  • อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพ 3.25-3.50%
  • อัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อ สินเชื่อด้อยคุณภาพ 120-135%

เป้าหมายทางการเงินดังกล่าวเป็นการคาดการณ์ของธนาคารในเบื้องต้น ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ตามสภาวะ เศรษฐกิจและสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป

 

หมายเหตุ* ไม่รวมกําไรพิเศษจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนใน TIDLOR ในปี 2568

 

 

 

 

 



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Editing by

กรณัช พลอยสวาท

กรณัช พลอยสวาท

ผู้สื่อข่าวอาวุโส สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย