GUNKUL ตั้งเป้าปี 69 รายได้แตะ 1 หมื่นลบ. รับธุรกิจผลิตไฟฟ้าโต - ตุน Backlog แล้วกว่า 8,000 ลบ. เล็งดันโรงไฟฟ้าสีเขียวเพิ่มเป็น 2,000 MW ภายในปี70 อัดงบลงทุนกว่า 1.2-1.3 หมื่นลบ. พร้อมแย้มอยู่ระหว่างเจรจาพันธมิตรร่วมลงทุนในธุรกิจ Data Center คาดชัดเจนภายในครึ่งแรกปีนี้ นางสาวนฤชล ดำรงปิยวุฒิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL เปิดเผยว่าบริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 69 จะเติบโตแตะระดับ 10,000 ล้านบาท และมีกำไรจากการดำเนินงานเติบโตในระดับที่ 10 - 15% จากปีก่อน เนื่องจากการรับรู้รายได้จากธุรกิจผลิตไฟฟ้า ประกอบกับปัจจุบันบริษัทมีงานในมือ (Backlog) จากธุรกิจรับเหมาไฟฟ้า (EPC) และธุรกิจผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้า (Manufacturing) รวมแล้วกว่า 8,000 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ในปีนี้ประมาณ 65-70% และที่เหลืออีกราว 30-35% ในปีหน้า

โดยธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานสีเขียว บริษัทตั้งเป้าเดินหน้าประมูลโครงการพลังงานสะอาดตามเป้าพอร์ตโฟลิโอพลังงานไฟฟ้าสีเขียวแตะ 2,000 เมกะวัตต์ (MW) ภายในปี 70 หลังจากปัจจุบันบริษัทมีโครงการที่มีสัญญาซื้อขายไฟ (PPA) แล้วรวมประมาณ 1,600 MW โดยแบ่งเป็นโรงไฟฟ้าที่มีการจ่ายไฟเชิงพาณิชย์ (COD) แล้วกำลังการผลิตประมาณ 600 MW และอีกประมาณ 1,000 MW ยังอยู่ระหว่างแผนการพัฒนาก่อสร้างและทยอย COD ในช่วง 5 ปีข้างหน้า อย่างไรก็ตามกำลังการผลิตในส่วนที่เหลืออีกจำนวน 400 MW คาดว่าจะเข้ามาเพิ่มเติมจากการร่วมลงทุน (JV) กับพันธมิตรในต่างประเทศ อาทิ ประเทศฟิลิปปินส์, ไต้หวัน, ญี่ปุ่น, มาเลเซีย และอื่นๆ โดยเฉพาะในประเทศฟิลิปปินส์ที่อยู่ระหว่างการเจรจาเข้าลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์ฟาร์ม) ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนภายในปีนี้ ขณะที่ธุรกิจรับเหมาไฟฟ้า (EPC) ปัจจุบันมีงานในมือ (Backlog) อยู่ที่ 8,000 ล้านบาท คาดว่าจะสามารถรับรู้รายได้ภายในปี 69 ราว 5,500 ล้านบาท โดยจะเตรียมประมูลโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ (EPC) ทั้งจากภาค เอกชนและหน่วยงานรัฐ ที่จะช่วยเพิ่ม การเติบโตด้านรายได้ ซึ่งคาดการณ์ว่าในปีนี้จะมีการลงทุน จากภาครัฐเป็นจำนวนมาก รวมถึงยังคง เดินหน้าขยายบริการรับเหมาวิศวกรรมไฟฟ้าและ อินฟราสตรัคเจอร์ สู่ตลาดแรงดันสูง 115 kV - 500 kV ซึ่งมีความเฉพาะทาง ทั้งนี้ยังไม่รวมถึงโครงการโซลาร์ภาคประชาชนที่มีแนวโน้มจะเกิดขึ้นอย่างชัดเจนเร็วๆ นี้ ซึ่งจะส่งเสริมการเติบโตของธุรกิจพลังงานสะอาดในระดับผู้บริโภคโดยทั่วไป (B2C) ได้อีกมาก ส่วนธุรกิจผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้า (Manufacturing) ขยายตลาดสำหรับกลุ่มอุปกรณ์ไฟฟ้า ในระดับแรงดันกลางจนถึงแรงดันสูงเพิ่มเติม และเตรียมความพร้อมในส่วนของอุปกรณ์แรงดันต่ำสำหรับ Data Center ที่จะเข้ามา รวมถึงการช่วยรุกตลาดอินเวอร์เตอร์และแบตเตอรี่ทั่วประเทศร่วมกับ SUNGROW ผู้นำด้านอินเวอร์เตอร์และแบตเตอรี่โซลูชั่นอันดับ 1 ของโลก โดยจะมุ่งเน้นการกระจายสินค้าครอบคลุมทุกขนาดกำลังการติดตั้ง "สัดส่วนรายได้ปีนี้จะมาจากงาน EPC ประมาณ 50%, ธุรกิจไฟฟ้าพลังงานสีเขียวราว 30% และธุรกิจเทรดดิ้ง 20% ขณะที่กำไรจะมาจากธุรกิจไฟฟ้าพลังงานสีเขียวราว 65-70%, ธุรกิจ EPC ราว 20-25% และที่เหลือเป็นเทรดดิ้ง” นางสาวนฤชล กล่าว นางสาวนฤชล กล่าวต่อว่าด้านงบลงทุนภายในช่วง 3 ปีข้างหน้า (ปี 69-71) วางไว้ที่ระดับ 39,000 ล้านบาท เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจไฟฟ้าพลังงานสีเขียว ทั้งการเข้าประมูลงานโครงการใหม่ การเซ็นสัญญา PPA และการขยายไปต่างประเทศ รวมถึงการเข้าสู่ธุรกิจ Data Center โดยแบ่งเป็นเงินลงทุนสำหรับปี 69 ประมาณ 12,000-13,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 35% ของงบลงทุนรวมทั้งหมด ส่วนในปีที่เหลือปี 70 จะใช้เงินลงทุนราว 40% และปี 71 ที่เหลืออีกราว 25% ทั้งนี้มั่นใจว่าบริษัทมีเงินทุนเพียงพอในการลงทุนโครงการต่างๆในอนาคต เพราะบริษัทได้เตรียมเงินรองรับเอาไว้ทั้งหมดแล้ว ทั้งจากสถาบันการเงินที่คอยให้การสนับสนุนและวงเงินหุ้นกู้ที่เคยขออนุมัติหุ้นกู้จากผู้ถือหุ้นเอาไว้ราว 15,000 ล้านบาท ซึ่งบริษัทยังสามารถออกหุ้นกู้บนวงเงินดังกล่าวได้เกิน 10,000 ล้านบาท นอกจากนี้ยอมรับว่าปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างเจรจากับพันธมิตรในการร่วมลงทุนในธุรกิจ Data Center ซึ่งประเมินมูลค่าเงินลงทุนไม่เกิน 1,000 ล้านบาท พร้อมคาดว่าจะมีความชัดเจนประกาศออกมาได้ภายในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ " GUNKUL วางกลยุทธ์ในปี 69 ประกาศภารกิจการเป็น พาร์ตเนอร์ด้านโครงสร้างพื้นฐานพลังงานและ AI รองรับกระแสการลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่ที่ไม่เพียงสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและโครงสร้างพื้นฐานทางพลังงานของไทย แต่เป็นการตอกย้ำถึงบทบาทสำคัญของพลังงานสะอาดในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคอนาคต ซึ่ง GUNKUL พร้อมที่จะขยาย Ecosystem โดยนำความเชี่ยวชาญแบบครบวงจรด้านพลังงานตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำเข้าไปสร้างมูลค่าการเติบโตที่ยั่งยืนและยกระดับศักยภาพทางการแข่งขันของประเทศให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น" นางสาวนฤชล กล่าว 
|