สงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านยังคงขยายวงในวันพุธ หลังสหรัฐฯ โจมตีเรือรบอิหร่านนอกชายฝั่งศรีลังกา ซึ่งยิ่งซ้ำเติมวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ ที่ทำให้การขนส่งน้ำมันและก๊าซจากตะวันออกกลางผ่านเส้นทางนี้เป็นอัมพาตต่อเนื่องเป็นวันที่ห้า การโจมตีครั้งนี้เป็นปฏิบัติการเรือดำน้ำของสหรัฐฯ หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ให้คำมั่นว่าจะจัดหาประกันภัยและส่งกำลังเรือรบคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันและก๊าซจากตะวันออกกลาง เพื่อสกัดแรงกดดันจากราคาพลังงานที่พุ่งสูง ข้อมูลที่รอยเตอร์ประเมินจากแพลตฟอร์มติดตามการเดินเรือ MarineTraffic ระบุว่า มีเรืออย่างน้อย 200 ลำ ซึ่งรวมถึงเรือบรรทุกน้ำมัน เรือบรรทุกก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) และเรือสินค้าทั่วไป ยังคงทอดสมออยู่ในน่านน้ำเปิดนอกชายฝั่งประเทศผู้ผลิตน้ำมันสำคัญในอ่าวเปอร์เซีย เช่น อิรัก ซาอุดีอาระเบีย และกาตาร์ ขณะที่หน่วยปฏิบัติการด้านการค้าทางทะเลของสหราชอาณาจักร (UKMTO) เผยว่า มีเรืออย่างน้อย 8 ลำถูกโจมตีในพื้นที่ดังกล่าวตั้งแต่ความขัดแย้งกับอิหร่านเริ่มขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยในวันพุธ เรือ Safeen Prestige ติดธงมอลตาได้รับความเสียหายจากกระสุนปริศนา ขณะกำลังแล่นมุ่งหน้าไปยังตอนเหนือของช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้ลูกเรือต้องสละเรือ ต่อมา เรือบรรทุกน้ำมันดิบ Libra Trader ซึ่งติดธงหมู่เกาะมาร์แชลล์ และเรือบัลก์ Gold Oak ติดธงปานามา ได้รับความเสียหายเล็กน้อยเช่นกัน ขณะแล่นห่างจากท่าเรือฟูไจราห์ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ราว 7-10 ไมล์ทะเลในช่วงเช้าวันพุธ แหล่งข่าวสองรายเปิดเผยว่า กาตาร์จะปิดโรงงานแปรสภาพก๊าซในวันพุธ และจะไม่สามารถกลับมาผลิตและส่งออกตามปกติได้อย่างน้อยหนึ่งเดือน ขณะที่บริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่ QatarEnergy ประกาศเหตุสุดวิสัยต่อการส่งมอบ LNG หลังโรงงานผลิตถูกโจมตี ด้านอิรักต้องลดกำลังการผลิตน้ำมัน เนื่องจากพื้นที่จัดเก็บเต็มและไม่สามารถขนถ่ายขึ้นเรือบรรทุกได้ ขณะที่ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และคูเวตก็ประสบปัญหาในการโหลดน้ำมันขึ้นเรือเช่นกัน แม้ยังไม่ชัดเจนว่าประเทศเหล่านี้ลดการผลิตลงแล้วหรือยัง 
แม้การเดินเรือจะประสบปัญหาอย่างหนัก แต่ข้อมูลจากแหล่งข่าวในอุตสาหกรรมและระบบติดตามเรือของ LSEG ระบุว่า ยังมีเรือบรรทุกน้ำมันมาตรฐาน Suezmax ชื่อ Pola แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซไปยังสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เพื่อไปรับบรรทุกน้ำมันดิบได้ ซึ่งมาตรฐานดังกล่าวหมายถึงเรือบรรทุกน้ำมันดิบที่ถูกออกแบบให้มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่จะสามารถแล่นผ่านคลองสุเอซได้โดยไม่ต้องขนถ่ายสินค้า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กล่าวเมื่อวันอังคารว่า ได้สั่งการให้สถาบันการเงินเพื่อการพัฒนาของสหรัฐฯ (DFC) จัดทำประกันความเสี่ยงทางการเมืองและการค้ำประกันทางการเงินสำหรับการค้าทางทะเลในอ่าวเปอร์เซีย ขณะเดียวกัน ค่าเบี้ยประกันภัยความเสี่ยงจากสงครามสำหรับการเดินเรือเชิงพาณิชย์พุ่งขึ้นอย่างน้อยห้าเท่าในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ขณะที่ราคาน้ำมันปรับลดลงเล็กน้อยในวันพุธ แต่ยังคงเพิ่มขึ้นราว 12% นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้น โดย Goldman Sachs ปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ในไตรมาส 2 ขึ้นอีก 10 ดอลลาร์ เป็น 76 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และปรับเพิ่มคาดการณ์น้ำมันดิบ WTI อีก 9 ดอลลาร์ เป็น 71 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ธนาคารยังระบุว่า ความเสี่ยงสำคัญมาจากการหยุดชะงักของการส่งออกน้ำมันและก๊าซผ่านช่องแคบฮอร์มุซที่ยืดเยื้อกว่าที่คาดไว้ รวมถึงความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านการผลิตน้ำมัน โดยยังประเมินว่า ปริมาณน้ำมันที่ขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซที่ลดลง จะทำให้สต็อกน้ำมันของประเทศในกลุ่มองค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD) และการผลิตในตะวันออกกลางลดลงอย่างมากในเดือนมี.ค. ทั้งนี้ เอเชียนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลางราว 60% ของความต้องการทั้งหมด ทำให้ภูมิภาคนี้มีความเปราะบางต่อการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมัน โดยโรงกลั่นในอินโดนีเซียและญี่ปุ่นเริ่มหันไปซื้อน้ำมันจากสหรัฐฯ มากขึ้นเพื่อทดแทนส่วนที่ขาดหาย ขณะที่อินเดียกำลังพิจารณานำเข้าน้ำมันจากรัสเซียทดแทน ที่มา Reuters 
|