"ชนินทธ์ - สินี - สุนงค์" ออกแถลงการณ์ร่วมประกาศยุติปัญหาข้อขัดแย้งใน DUSIT พร้อมนำความเห็นต่างมาใช้ในการพัฒนาธุรกิจ และ กิจการต่อไป ตามเจตนารมณ์ท่านผู้หญิงชนัตถ์ ปิยะอุย ขณะที่ "ชนินทธ์" ขึ้นแท่นผู้ถือหุ้นใหญ่ใน "ชนัตถ์และลูก" พร้อมมีอำนาจควบคุม นายชนินทธ์ โทณวณิก นางสินี เธียรประสิทธิ์ และ นางสุนงค์ สาลีรัฐวิภาค ในฐานะผู้ถือหุ้นของ บริษัท ชนัตถ์ และ ลูก (จำกัด) ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) หรือ DUSIT ได้ออกแถลงการณ์ร่วมกันว่า ตามที่ได้ปรากฏเป็นข่าวในช่วงที่ผ่านมาเกี่ยวกับความเห็นต่าง ในการบริหารกิจการของ DUSIT นั้น ความเห็นต่างดังกล่าว ล้วนเกิดจากความมุ่งมั่นตั้งใจของทุกฝ่าย ที่ต้องการเห็นกิจการของบริษัท โดยเฉพาะโรงแรมดุสิตธานีที่ ท่านผู้หญิงชนัตถ์ ปิยะอุย ได้วางรากฐานและดูแลด้วยความรัก มานานกว่า 50 ปี สามารถที่จะเติบโต อย่างมั่นคง แข็งแกร่ง และ สร้างประโยชน์สูงสุดต่อผู้ถือหุ้น พนักงาน ลูกค้า และ ผู้มีอุปการะคุณ รวมถึงสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติ และ สร้างความภาคภูมิใจให้แก่คนไทย ตามความตั้งใจของ ท่านผู้หญิงชนัตถ์ ปิยะอุย ข้าพเจ้า นายชนินทธ์ โทณวณิก นางสินี เธียรประสิทธิ์ และ นางสุนงค์ สาลีรัฐวิภาค ขอเรียนให้ทุกท่านที่นับถือได้ทราบว่า บัดนี้ ข้าพเจ้าได้เห็นพ้องต้องกันที่จะยุติข้อขัดแย้งดังกล่าวแล้ว โดยจะนำความเห็นต่าง และ ความปรารถนาดีของทุกฝ่ายที่เป็นประโยชน์มาใช้ในการพัฒนาธุรกิจ และ กิจการของบริษัทต่อไป 
ด้าน DUSIT แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า บริษัทได้รับแจ้งการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการถือหุ้นในบริษัท ชนัตถ์และลูก จำกัด ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท (ถือหุ้นในบริษัทในสัดส่วนร้อยละ 49.74 ของหุ้นที่ออกจาหน่ายแล้วทั้งหมดของบริษัท) ดังนี้ (1) เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2569 นายชนินทธ์ โทณวณิก รักษาการประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มของบริษัท ได้รับมรดกเป็นหุ้นในชนัตถ์และลูก จำนวน 379,500 หุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 5.05 ของหุ้นที่ออกจาหน่ายแล้วทั้งหมดของชนัตถ์และลูก จากกองมรดกของท่านผู้หญิงชนัตถ์ ปิยะอุย ภายหลังการรับโอนหุ้นดังกล่าว นายชนินทธ์ถือหุ้นในชนัตถ์และลูกร้อยละ 52.12 ของหุ้นที่ออกจำหน่ายแล้วทั้งหมดของชนัตถ์และลูก ส่งผลให้สัดส่วนการถือหุ้นของ เกินร้อยละ 50 ของจำนวนสิทธิออกเสียงทั้งหมดในชนัตถ์และลูก จึงถือว่าเข้ามามีอำนาจควบคุมในชนัตถ์และลูกซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท ตามหลักเกณฑ์การได้มาซึ่งอำนาจควบคุมอย่างมีนัยสำคัญในนิติบุคคลที่เป็นผู้ถือหุ้นของกิจการอยู่แล้ว (Chain Principle) อย่างไรก็ตาม การเข้ามามีอำนาจควบคุมในชนัตถ์และลูกดังกล่าวได้รับยกเว้นหน้าที่ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ของบริษัท (Tender Offer) ในการเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงำกิจการ เนื่องจากเป็นการได้หุ้นมาโดยทางมรดก โดยนายชนินทธ์ได้รายงานตามแบบรายงานการได้มาหรือจาหน่ายหลักทรัพย์ (แบบ 246-2) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว (2) เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 นางสุนงค์ สาลีรัฐวิภาค ได้ซื้อหุ้นในชนัตถ์และลูก จำนวน 2,005,065 หุ้นหรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 26.66 ของหุ้นที่ออกจาหน่ายแล้วทั้งหมดของชนัตถ์และลูก จากนางสินี เธียรประสิทธิ์ ภายหลังการซื้อหุ้นดังกล่าว นางสุนงค์ถือหุ้นในชนัตถ์และลูกร้อยละ 46.62 ของหุ้นที่ออกจาหน่ายแล้วทั้งหมดของชนัตถ์และลูก ส่งผลให้สัดส่วนการถือหุ้นของคุณสุนงค์ในชนัตถ์และลูกเกินร้อยละ 30 ของจำนวนสิทธิออกเสียงทั้งหมด ชนัตถ์และลูกจึงมีสถานะเป็นนิติบุคคลตามมาตรา 258 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม) แต่การซื้อหุ้นดังกล่าวไม่เข้าหลักเกณฑ์ที่นางสุนงค์ต้องมีหน้าที่ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ของบริษัทตามหลักเกณฑ์การได้มาซึ่งอำนาจควบคุมอย่างมีนัยสาคัญในนิติบุคคลที่เป็นผู้ถือหุ้นของกิจการอยู่แล้ว (Chain Principle) ภายใต้กฎหมายหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องแต่อย่างใด โดยคุณสุนงค์ได้รายงานการได้มาซึ่งนิติบุคคลตามมาตรา 258 ตามแบบ 246-2 ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว การเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการถือหุ้นในชนัตถ์และลูก ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทดังกล่าว ไม่มีผลกระทบต่อนโยบายการดำเนินธุรกิจ โครงสร้างการบริหารงานและการจัดการของบริษัทแต่อย่างใด 
|