TISCO ประกาศเข้าร่วมโครงการ JUMP+ ของตลาดหลักทรัพย์ฯ อย่างเป็นทางการ ตอกย้ำการขับเคลื่อนองค์กรสู่อนาคตที่ยั่งยืน ด้วยแนวคิดการพัฒนาใน 3 มิติ ครอบคลุมด้าน Business , Governance และ Climate Action เพื่อยกระดับศักยภาพการแข่งขัน ตอกย้ำความโปร่งใสของธรรมาภิบาล และ ขับเคลื่อนธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคง ในภาวะความผันผวนของเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ พร้อมสร้างคุณค่าแก่ผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง นายศักดิ์ชัย พีชะพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TISCO เปิดเผยว่า กลุ่มทิสโก้ เข้าร่วมโครงการ JUMP+ ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการสำคัญที่มุ่งสนับสนุนการยกระดับศักยภาพของบริษัทจดทะเบียน และส่งเสริมการสร้างมูลค่าอย่างยั่งยืนให้กับระบบตลาดทุนไทย โดยการเข้าร่วมครั้งนี้สะท้อนเจตนารมณ์ในการขับเคลื่อนการเติบโตอย่างมีคุณภาพ โปร่งใส และ มั่นคง เพื่อผู้ถือหุ้น และ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน โดยมีรายละเอียดดังนี้ -กลุ่มทิสโก้ยึดแนวคิด “ธุรกิจสร้างคุณค่า วัฒนาสู่สังคม” เป็นหัวใจหลักของการพัฒนาองค์กร พร้อมกำหนดกรอบการดำเนินงานผ่านโครงการ JUMP+ ในสามมิติสำคัญ ได้แก่ ด้านธุรกิจ (Business Growth Plan) ด้านธรรมาภิบาล (Governance Plan) และ ด้านสิ่งแวดล้อม (Climate Action) ซึ่งเป็นรากฐานของการเติบโตอย่างยั่งยืน -ด้านธุรกิจ กลุ่มทิสโก้กำหนดทิศทางเชิงกลยุทธ์ที่เน้นการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาเป็นกลไกขับเคลื่อนการพัฒนาองค์กร ทั้งในมิติของการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และ คุณภาพการให้บริการลูกค้า พร้อมตั้งเป้าอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเฉลี่ย (ROAE) ภายในปี 2571 ให้อยู่ในระดับ 15–17% อย่างต่อเนื่อง และ สม่ำเสมอ -แผนกลยุทธ์แรก มุ่งเน้นการใช้ AI เพื่อเพิ่มความแม่นยำ รวดเร็ว และ สม่ำเสมอในการดูแลลูกค้า ยกตัวอย่าง “พี่รู้ดี AI Virtual Coach” ระบบผู้ช่วยอัจฉริยะที่ช่วยให้พนักงานสามารถให้คำแนะนำและให้บริการลูกค้าได้ตรงจุด และ มีมาตรฐานเดียวกันทุกสาขาทั่วประเทศ ทั้งในส่วนของธนาคาร และสมหวัง เงินสั่งได้ -ส่วนแผนกลยุทธ์ที่สอง คือ การนำ AI มาเชื่อมโยงเข้ากับทุกมิติของการบริหารความมั่งคั่ง โดยผสานกับความเชี่ยวชาญของที่ปรึกษาทางการเงินเข้ากับแพลตฟอร์ม TISCO My Goal, My Wealth และ My Fund เพื่อมอบประสบการณ์การวางแผนการเงินที่ตอบโจทย์เฉพาะบุคคล และ เสริมความพร้อมด้านการวางแผนเกษียณแก่ลูกค้าทั้งกลุ่มการเงินทิสโก้ ในการตอบโจทย์สังคมผู้สูงวัย ซึ่งเป็น Mega Trend ของไทย -ด้านธรรมาภิบาล มุ่งยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลกิจการอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างความโปร่งใสและตรวจสอบได้ โดยตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนกรรมการอิสระให้เกินกว่า 50% ของคณะกรรมการบริษัทภายในปี 2569 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์กำกับดูแลในปัจจุบันที่กำหนดให้มีกรรมการอิสระไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของจำนวนกรรมการทั้งหมด -พร้อมขยายมาตรการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชันไปยังคู่ค้าสำคัญมากขึ้น ตลอดจนเตรียมนำกรอบความรับผิดชอบด้านปัญญาประดิษฐ์ (Responsible AI Reporting Framework) มาใช้ในการกำกับดูแล ประเมินความถูกต้องและโปร่งใส สะท้อนความตั้งใจของกลุ่มทิสโก้ในการเสริมสร้างธรรมาภิบาลที่เข้มแข็ง และ ยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการองค์กรให้สอดคล้องแนวปฏิบัติที่ดีในระดับสากล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในระยะยาวแก่ผู้ถือหุ้น นักลงทุน และ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย -ด้านสิ่งแวดล้อม ยังคงมุ่งเสริมสร้างประสิทธิภาพการใช้พลังงานและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างต่อเนื่อง ผ่านการขยายการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ในสาขาธนาคารและสาขาสมหวัง เงินสั่งได้ เพื่อเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนภายในองค์กร รวมถึงการปรับเปลี่ยนรถยนต์ใช้น้ำมันภายในองค์กรเป็นรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เพื่อลดการปล่อยคาร์บอนในระยะยาว -โดยดำเนินการควบคู่กับมิติในด้านธุรกิจด้วยการส่งเสริมสินเชื่อสีเขียว (Green Financing) และ ควบคุมการให้สินเชื่อที่อาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม รวมถึงโครงการปลูกป่าที่ร่วมกับชุมชนเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ทั้งหมดนี้เพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรม "การเข้าร่วมโครงการ JUMP+ ไม่เพียงช่วยยกระดับแนวทางการพัฒนาองค์กรของทิสโก้เท่านั้น หากยังสะท้อนความมุ่งมั่นของบริษัทในการเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับคุณภาพตลาดทุนไทย พร้อมสร้างคุณค่าให้แก่ผู้ถือหุ้น ลูกค้า พนักงาน และ สังคมอย่างยั่งยืน ภายใต้หลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และ การดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบ และ เป็นธรรม" |