หุ้นไทย - ราคาทองดิ่งหนัก รับสงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อ ฉุดน้ำมันพุ่ง - ตลาดกังวลรอบดอกเบี้ยขาลง

รูป หุ้นไทย - ราคาทองดิ่งหนัก รับสงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อ ฉุดน้ำมันพุ่ง - ตลาดกังวลรอบดอกเบี้ยขาลง

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -23 มี.ค. 69 10:37 น.

 

ตลาดหุ้น - ราคาทองในประเทศ กอดคอปรับตัวลงแรง หลังสงครามตะวันออกกกลางมีแนวโน้มยืดเยื้อต่อไป กดดันราคาน้ำมันดิบกลับมาพุ่งยืนเหนือ 110 ดอลารร์/บาร์เรล ท่ามกลางความกังวล ธนาคารกลางทั่วโลกอาจปรับขึ้นดอกเบี้ยตามแนวโน้มเงินเฟ้อ

 

ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงแรง 31.73 จุด ทำดัชนีอยูุ่ที่ 1,401.26 จุด มูลค่าการซื้อขาย 15,231 ล้านบาท

 

- หุ้นกดดันดัชนี DELTA ฉุดดัชนีกว่า 12 จุด ADVANC - GULF - AOT - PTT

 

- ฝ่ายวิจัย บล.ฟินันเซีย ไซรัส คาด SET Index ปรับตัวลงตามตลาดหุ้นภูมิภาคและบรรยากาศการลงทุนที่เป็นลบ มีแนวรับหลักโซน 1,405-1,385 จุด ถัดลงมาที่ 1,360 จุด

 

- ปัจจัยกดดันยังคงเป็นสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางที่ยังไม่มีท่าทีผ่อนคลายลง โดยสหรัฐฯขู่โจมตีโรงไฟฟ้าอิหร่านหากยังไม่กลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซ

 

- อิหร่านแถลงจะตอบโต้โจมตีแหล่งพลังงานในตะวันออกกลาง หากสหรัฐฯดำเนินการดังกล่าว หนุนให้ราคาน้ำมันดิบแกว่งตัวขึ้นโดย Brent กลับมายืนเหนือ US$110 ต่อบาร์เรล

 

- ตลาดกังวลนโยบายการเงินของธนาคารกลางต่างๆ ที่อาจพลิกกลับมาตึงตัวขึ้นตามแนวโน้มเงินเฟ้อที่จะพุ่งขึ้นตามราคาพลังงาน

 

- ล่าสุด US10Y Bond Yield พุ่งขึ้นแตะ 4.4% สูงสุดนับตั้งแต่เดือน ส.ค. 2025 โดยจะเริ่มเห็นผลกระทบต่อเศรษฐกิจในเดือน มี.ค. และจะชัดเจนมากขึ้นใน 2Q26

 

- หากสถานการณ์สงครามยืดเยื้อ ซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อสินทรัพย์เสี่ยงหากเกิดภาวะ Stagflation

 

- ปัจจัยในประเทศคาดเริ่มเห็นความชัดเจนขึ้นของโผครม.อนุทิน 2 ในสัปดาห์นี้ เบื้องต้นเตรียมแถลงนโยบายต่อสภาฯช่วงวันที่ 7-9 เม.ย.

 

- จับตาช่วงหลังสงกรานต์ว่าจะเห็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และการเปลี่ยนแปลงจากแผนเดิมอย่างไรบ้าง จากสถานการณ์พลังงานที่เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยยะ

 

- ยังเน้นเก็งกำไรในกลุ่มพลังงานต้นน้ำและพักเงินในกลุ่ม Consumer Staple และ Defensive Play ที่ถูกกระทบจำกัดมากกว่าจากเงินเฟ้อและราคาพลังงานสูง

 

กลยุทธ์

- เน้นลงทุนในหุ้นที่มีกระทบจำกัดต่อความเสี่ยงราคาน้ำมันและเงินเฟ้อจากผลของสงคราม

 

ด้านราคาทองคำในประเทศ ตามประกาศสมาคมค้าทองคำ เมื่อเวลา 10.18 น. ราคาทองคำเปลี่ยนแปลงเป็นครั้งที่ 14 ราคาทองคำปรับลดลง 2,150 บาท

 

- ราคาทองคำแท่ง รับซื้อ 68,100 บาท ขายออก 68,300 บาท ส่วนทองรูปพรรณ รับซื้อ 66,734.32 บาท ขายออก 69,100 บาท

 

- บทวิเคราะห์ฮั่วเซ่งเฮง มองราคาทองโลกมีการปรับตัวลง จากการที่ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ยังคงทรงตัวที่ระดับ 99.54 หน่วย อีกทั้งบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปี ได้ปรับตัวขึ้นในวันเดียวกัน สู่ระดับ 4.38% จาก 4.27% สืบเนื่องมาจากราคาน้ำมันดิบ Brent ได้ปรับตัวขึ้นถึง 10% ในช่วงวันที่ 16-20 มี.ค. จาก 97.86 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เป็น 107.66 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

 

- ตลาด CME FedWatch ได้เริ่มคาดการณ์ถึง 6.2% ว่าเฟดอาจขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมในครั้งถัดไป

 

- เจ้าหน้าที่ซาอุฯ เปิดเผยว่า ขณะนี้ผู้ซื้อน้ำมันจากเอเชียบางรายได้ซื้อน้ำมันในราคา 125 ดอลลาร์/บาร์เรลแล้ว และคาดว่าราคาน้ำมันจะแตะระดับ 150 ดอลลาร์ในช่วงต้นเดือนเมษายน

 

- มีการคาดการณ์ว่าหากสงครามลากยาวถึงปลายเดือนเม.ษ. อาจทำให้ราคาน้ำมันพุ่งแตะ 165-180 ดอลลาร์ / บาร์เรล

 

- ตลาดยังคงจับตาท่าทีสหรัฐฯ – NATO หลังปธน.ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ โพสต์ข้อความบน Truth Social เมื่อวันศุกร์โดยระบุว่า NATO คือกลุ่มที่ไม่มีประสิทธิภาพ หากไม่มีสหรัฐฯ

 

- ทรัมป์แสดงความไม่พอใจที่ NATO ไม่ให้ความร่วมมือในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ

 

- กองทุน SPDR ขายทองคำ 14.57 ตัน ในสัปดาห์ก่อน รวมสุทธิ 1,056.99 ตัน

 

วิเคราะห์ราคาทอง

- ทองโลกมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านบริเวณ 4,450 และ 4,500 ดอลลาร์ และอาจมีการย่อตัวลงอีกครั้งในภายหลัง

 

- หากทองโลกหลุดแนวรับถัดไปที่ 4,230 ดอลลาร์ ลงไป ทองโลกอาจปรับฐานลงต่อเนื่องอีกครั้ง

 



Editing by

จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช

จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช

ผู้ช่วยบรรณาธิการข่าว สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย