| บล.กรุงศรี |
| หุ้น | ราคาพื้นฐาน(บาท) | คำแนะนำ/ประเด็นที่สำคัญ |
| GULF | 70 | ผลบวกภาษีสหรัฐฯที่เปลี่ยนแปลง หนุนประเทศเกิดใหม่และบวกต่อ GULF i.) จิตวิทยาบวกเงินบาทแข็งค่าเช้านี้ 31.0-31.1 บาท ii.) FDI น่าจะลงทุน Data Center เร่งขึ้น หลังภาพภาษีสหรัฐฯเปลี่ยนคลาย Risk ฝั่งประเทศเกิดใหม่ ไทยมีความพร้อมดึงเม็ดเงินสูงสุด |
| AMATA | 26 | i.) เป็นกลุ่มตลาดกังวลสูงสุดจากผลกระทบสหรัฐฯใช้กฎหมายฉุกเฉิน (IEEPA) กำหนดภาษีเท่าเทียม (Reciprocal Tariff) ทำให้ศาลสั่งยกเลิก คาดหนุนตลาดมองบวกมากสุด ii.) FDI น่าจะลงทุน Data Center เร่งขึ้น หลังภาพภาษีสหรัฐฯเปลี่ยนคลาย Risk ฝั่งประเทศเกิดใหม่ ไทยมีความพร้อมดึงเม็ดเงินสูงสุด |
| ITC | 20 | i.) ภาพภาษีสหรัฐฯเปลี่ยนคลาย Risk หุ้นส่งออก โดยเฉพาะกลุ่มที่มียอดส่งออกไปสหรัฐฯสูงในส่วน ITC (50% ของยอดขาย) ที่ภาระลดลงจากเดิม นอกจากนี้ ii.) เชิงเปรียบเทียบกับชาติอื่นที่ภาษีลงมาเท่ากัน จะช่วยศักยภาพแข่งขันเชิงเปรียบเทียบ |
| บล.ฟินันเซีย ไซรัส |
| หุ้น | ราคาพื้นฐาน(บาท) | คำแนะนำ/ประเด็นที่สำคัญ |
| MTC | 46 | แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 46 บาท แนวโน้มปี 2026 ยังเป็นบวก ผู้บริหารยังตั้งเป้าการเติบโตของสินเชื่อที่ 10-15% y-y ซึ่งแม้จะมีความท้าทาย แต่จะเน้นสินเชื่อที่ Ticket Size ขนาดเล็กซึ่งเก็บหนี้ได้ดีกว่า ขณะที่ Cost of Fund คาดทยอยปรับลงจากหุ้นกู้ชุดใหม่ที่ต้นทุนต่ำลงมา รวมถึง Coverage Ratio ที่สูงขึ้นมีแนวโน้มจะทำให้ได้รับการปรับเพิ่ม Credit Rating ในอนาคต |
| บล.พาย |
| หุ้น | ราคาพื้นฐาน(บาท) | คำแนะนำ/ประเด็นที่สำคัญ |
| BCH | 12.5 | มองว่ากำไรสุทธิปี 2025 จะเติบโตอยู่ที่ 1.2 หมื่นล้านบาท (+9% YoY) หนุนจาก 1) จำนวนผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ไม่มีผลประทบต่อผลประกอบการปี ด้วยเพียงเลื่อนจากช่วงฤดูกาลสูงสุดเดิมในไตรมาส 3 มาเป็นช่วงไตรมาส 4 ทั้งนี้ คาดหนุนรายได้ใน 4Q25 เติบโต YoY จากฐานต่ำ |
| CBG | 58 | ตลาดในตปท.มีทิศทางดีขึ้น เมียนมาทยอยผลิตเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทำการตลาดได้มากขึ้น กัมพูชารับจ้างผลิต OEM ช่วยจำกัด ตลาดต่างประเทศมีโอกาสเติบโตผ่านโมเดล OEM ขายหัวเชื้อมากขึ้น ลุ้นกลับเข้าตลาดจีนอีกครั้งผ่านผู้ผลิตที่มีโครงข่ายกระจายสินค้า ส่วนตลาดในประเทศยังคงได้ส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง |
| บล.เคจีไอ |
| หุ้น | ราคาพื้นฐาน(บาท) | คำแนะนำ/ประเด็นที่สำคัญ |
| SCGP | 23.3 | ประเมิน Sentiment บวกจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯใหม่ ล่าสุดสหรัฐฯปรับอัตราภาษีนำเข้าทั่วโลกลงมาที่ 15% (จาก Reciprocal tariff เดิม) ทำให้กลับเป็นบวกต่อภาพรวมเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียโดยเฉพาะจีน ซึ่งจะเป็นบวกต่ออุปสงค์สินค้าของ SCGP* ขณะที่ฝ่ายวิจยัฯ คาดแนวโน้มกำไร 1Q69 จะฟื้นตัว QoQ ต่อเนื่อง ... คาดกำไรปีนี้ฟื้น +28%YoY 3) Valuation ไม่แพง Forward PE 18.6 เท่า (-1.5 SD) ขณะที่คาดกำไรพลิกกลับมาโต YoY |
| TU | 13.52 | ประเมินแนวโน้มกำไรผ่านจุดต่ำสุดเราประเมินผลการดำเนินงาน 1Q69 เริ่มฟื้นตัวจากการทยอยปรับราคาสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับภาษีนำเข้าของสหรัฐฯขึ้น (หนุนอัตรากำไรขั้นต้นฟื้น) และล่าสุดอัตราภาษีสหรัฐฯลดลงเป็น 15% (เดิม 19%) คาดจะหนุนการเร่งนำเข้าสินค้านอกจากนี้เราประเมินผลการดำเนินงานของ บ.ลูก ITC (อาหารสตัว์เลี้ยง) และ TFM (อาหารสัตว์) จะโตเด่นหนุน |
| LH | 4.7 | แนวโน้มกำไรฟื้นตัว+ รับ Sentiment บวกความเชื่อมั่นผู้บริโภคฟื้นฝ่ายวิจยัฯ คาดกำไร 4Q68 ฟื้นตัว +15% QoQ และคาดกำไรปี2569 –70 จะฟื้นตัว +21% CAGR (2568-70) จากทั้งธุรกิจอสังหาฯและรายได้ค่าเช่าพื้นที่ค้าปลีกที่คาดจะฟื้น ตามความเชื่อมั่นผู้บริโภค รวมทั้งการฟื้นตัวของตลาดหุ้น (Wealth คนไทยเพิ่ม) ขณะที่เราประเมินนโยบายปรับเกณฑ์วีซ่า Long stay รองรับผู้สูงอายุต่างชาติพักอาศัยในไทย จะเป็นอุปสงค์ใหม่ต่อภาคอสังหาริมทรัพย์ไทย |
| บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) |
| หุ้น | ราคาพื้นฐาน(บาท) | คำแนะนำ/ประเด็นที่สำคัญ |
| DELTA | 239 | Delta มีกำไรจากการดำเนินงานปกติ 7.18 พันล้านบาท (+250% yoy, +12% qoq) ใน 4Q25 เราคาดว่าแผนใช้งบลงทุนสูงในปี 2026 ของ hyperscaler รายใหญ่ของสหรัฐ น่าจะทำให้ยอดขาย/กำไรปกติต่อหุ้นของ Delta เพิ่มขึ้นก้าวกระโดดถึง 28% yoy/61% yoy ในปี FY26 ตามลำดับ |
| TU | 12.8 | ศาลสูงสุดของสหรัฐฯ มีคำตัดสินยกเลิกมาตรการภาษีทั่วโลกของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ และ ทรัมป์ได้ใช้มาตรา 122 ขึ้นภาษีทั่วโลกเป็น 15% (ซึ่งเดิมไทยได้ 19%) สัดส่วนส่งออกไปสหรัฐฯ ของ TU ราว 18% |
| บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส |
| หุ้น | ราคาพื้นฐาน(บาท) | คำแนะนำ/ประเด็นที่สำคัญ |
| MINT | 36.5 | ยังมีโมเมนตัมดีต่อใน 1Q26F ข้อมูล on-the-book ชี้ว่า 1Q26F RevPAR ในตลาดหลักยังเติบโตแข็งแกร่ง คาดการณ์กำไรหลักในปี 2026F-2027F ขยายตัว +9% และ +6% ตามลำดับ ด้าน Valuation ยังน่าสนใจ โดยมี EV/EBITDA ปีนี้ต่ำที่ 4.7 เท่า, P/BV ที่ 1.5 เท่า (Mean-1.2SD) และมีปัจจัยกระตุ้นจากการทำ REIT IPO และ Food IPO คงคา แนะนำ ซื้อ ให้ราคาเป้าหมาย 36.50 บาท |
| บล.ยูโอบีเคย์เฮียน |
| หุ้น | ราคาพื้นฐาน(บาท) | คำแนะนำ/ประเด็นที่สำคัญ |
| BCH | 13 | ราคาหุ้นยัง Laggard ซื้อขายด้วย valustion ที่เพียง 21.85x PER (จากเฉลี่ย 25-30x) และรับปัจจัยลบไปพอสมควรแล้ว ตัดขาดทุน 10.90 บาท |
| SCGP | 23 | กลุ่มบรรจุภัณฑ์ยังได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก และต้นทุนการผลิตที่ยังอยู่ในระดับต่ำ ตัดขาดทุน 20.50 บาท |
| DUSIT | 13 | คาดผลประกอบการไตรมา 4 ออกมาดี ปีนี้ฟื้นตัวและมีกำไรจากการโอน Dusit Residence ขณะที่การเปลี่ยนแปลงกรรมการผู้มำอำนาจลงนาม ยืนยันถึงการที่คุณชนินทธ์ โทณวณิก มีอำนาจเด็ดขาดในธุรกิจ ดีต่อการบริหาร ตัดขาดทุน 11.40 บาท |
| HENG | 1.15 | มีโอกาสถูกเก็งกำไรฟื้นตัวตามกลุ่มการเงิน ราปัจจุบันซื้อขาย 0.77x PBV ตัดขาดทุน 0.99 บาท |
| บล.ไอร่า |
| หุ้น | ราคาพื้นฐาน(บาท) | คำแนะนำ/ประเด็นที่สำคัญ |
| ORCL06 | 2.10 / 2.60 | “ORCL06” ในเชิงกลยุทธ์ เรามองการอ่อนตัวลงของ Oracle Corp. เป็นจุดที่น่าสนใจเราคาดว่าราคาอ่อนตัวลงรับรู้ประเด็นการระดมทุนไปบ้างแล้ว โดย Oracle ประกาศแผนระดมทุนที่ชัดเจน (CY26 Finance Plan) ระดมทุนราว 4.5-5.0 หมื่นล้านดอลลาร์ เพื่อลงทุนขยายโครงสร้างพื้นฐาน ผ่านการออกหุ้นกู้และเพิ่มทุน 50/50 ต่ำกว่าที่ตลาดเคยคาดการณ์ไว้ คาดจะสร้างความชัดเจนในการเดินหน้าลงทุน Data Center เพื่อเปลี่ยนยอดจอง (Backlog) ให้กลายเป็นรายได้ในปี FY27-FY30 ขณะที่การปรับตัวลงของราคาหุ้นในช่วงที่ผ่านมาได้กดดัน Fwd PE จากเคยเทรดที่ระดับ 40-45x+/- ลงมาเหลือที่ระดับ 20x+/- ซึ่งเรามองเป็นระดับที่น่าสนใจเมื่อเทียบกับโอกาสในการเติบโต |