“เอกนิติ” ไฟเขียวคาร์บอนเครดิต - สินทรัพย์ดิจิทัล เป็นสินค้าอ้างอิงในตลาดอนุพันธ์ หวังดึงดูดนลท.

รูป “เอกนิติ” ไฟเขียวคาร์บอนเครดิต - สินทรัพย์ดิจิทัล เป็นสินค้าอ้างอิงในตลาดอนุพันธ์ หวังดึงดูดนลท.

efinAI


 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -11 ก.พ. 69 15:50 น.

 

“เอกนิติ” จับมือ ก.ล.ต. เดินหน้ายกระดับเศรษฐกิจสีเขียว ส่งคาร์บอนเครดิตเป็นสินค้าอ้างอิงในตลาดอนุพันธ์ หวังดึงดูดนักลงทุน



ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ตลาดอนุพันธ์ทั่วโลกไม่ได้จำกัดอยู่แค่สินค้าแบบเดิม แต่พัฒนาไปสู่สินทรัพย์ใหม่ ๆ ที่สะท้อนโลกเศรษฐกิจจริง และ ความเสี่ยงรูปแบบใหม่ ตั้งแต่คาร์บอนไปจนถึงสินทรัพย์ดิจิทัล ขณะที่ประเทศไทยกำลังก้าวสู่ยุคเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและเศรษฐกิจดิจิทัล การมีเครื่องมือบริหารความเสี่ยงและผลิตภัณฑ์ที่ตอบรับโอกาสทางเศรษฐกิจรูปแบบใหม่จึงเป็น โครงสร้างพื้นฐานทางการเงินที่สำคัญ กระทรวงการคลังจึงร่วมกับ ก.ล.ต. ยกระดับกรอบสินค้าและตัวแปรอ้างอิงให้ทันสากล โปร่งใส และ คุ้มครองผู้ลงทุน เพื่อให้ประเทศไทยแข่งขันได้ และ เติบโตอย่างยั่งยืน

 

ภายใต้หลักการปรับปรุงครั้งนี้ กระทรวงการคลัง และ ก.ล.ต. เห็นพ้องในการยกระดับ TFEX ให้รองรับผลิตภัณฑ์สำคัญของอนาคต

 

1.ยกระดับ “คาร์บอนเครดิต” จากเดิมเป็นตัวแปรอ้างอิง ให้เป็น “สินค้าอ้างอิงที่สามารถส่งมอบได้” เพื่อรองรับการซื้อขายได้ทั้งแบบส่งมอบจริง และ ชำระราคาเป็นส่วนต่าง (cash settlement) ทำให้ “คาร์บอน” ขยับจากแนวคิดเชิงนโยบายไปสู่กลไกตลาดที่ใช้งานได้จริง

 

2. เพิ่ม “สิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Allowance)” และ “ใบรับรองพลังงานหมุนเวียน (REC)” เป็นสินค้าอ้างอิง เพื่อหนุนการมุ่งสู่ Net Zero และ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างเป็นระบบ



3. เพิ่ม “สินทรัพย์ดิจิทัล (คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัล)” เป็นสินค้าอ้างอิง เพื่อให้การกำกับดูแลธุรกิจที่เกี่ยวข้องครอบคลุม รองรับการลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศตามการเติบโตของตลาด

 

4. เพิ่มดัชนีบนตัวแปรอ้างอิง (FX, อัตราดอกเบี้ย, ค่าระวาง) และ ดัชนีบนสินค้าอ้างอิง เพื่อให้ครอบคลุมดัชนีที่เกี่ยวข้องครบถ้วน และ สะท้อนสภาพตลาดได้ดียิ่งขึ้น

 

5. ปรับปรุงขอบเขตสินค้าอ้างอิงบางรายการให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น (เช่น กลุ่มผลิตภัณฑ์จากการกลั่นน้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติ หรือ ปิโตรเคมี) เพื่อสอดคล้องกับโครงสร้างสินค้าในตลาดจริง

 

  

อย่างไรก็ตาม การปรับปรุงดังกล่าวจะช่วยให้ศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้หลากหลาย สอดคล้องมาตรฐานสากล และ ความต้องการของผู้ลงทุน ขณะเดียวกัน ก.ล.ต. จะสามารถติดตาม ตรวจสอบ และ กำกับดูแลศูนย์ซื้อขายและผู้ประกอบธุรกิจ รวมถึงกำหนดรายละเอียดแบบ และ ข้อความของสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (contract specification) ได้เหมาะสม เพื่อลดความเสี่ยง และ ผลกระทบต่อผู้ลงทุน และ ตลาดทุนโดยรวม

 

กระทรวงการคลังย้ำว่า การสนับสนุน ก.ล.ต. ในครั้งนี้ คือ การสร้างความแข็งแกร่งให้ตลาดอนุพันธ์ไทยเดินหน้าไปพร้อมโลกการลงทุนยุคใหม่ โดยสร้างสมดุลระหว่างนวัตกรรมทางการเงินกับการคุ้มครองผู้ลงทุน เพื่อให้ TFEX เป็นกลไกสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว และ เศรษฐกิจดิจิทัลได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

 

 

 

 



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Editing by

กรณัช พลอยสวาท

กรณัช พลอยสวาท

ผู้สื่อข่าวอาวุโส สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย