(เพิ่มเติม) SCC กำไรปี 68 พุ่ง 122% แตะ 1.4 หมื่นลบ. ปันผลอีก 2.50 บ./หุ้น หนุนทั้งปีจ่ายรวม 5 บ./หุ้น

รูป (เพิ่มเติม) SCC กำไรปี 68 พุ่ง 122% แตะ 1.4 หมื่นลบ. ปันผลอีก 2.50 บ./หุ้น หนุนทั้งปีจ่ายรวม 5 บ./หุ้น

efinAI


 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -28 ม.ค. 69 20:14 น.

 

เพิ่มเติม : ข้อมูลเงินปันผล เป็น ปันผล อีก 2.50 บาท/หุ้น กำหนด วันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล(XD) 1 เม.ย. 69 และจ่ายปันผลวันที่ 21 เม.ย.69 ส่งผลให้ทั้งปี 68 ปันผลรวมเป็น 5 บาท/หุ้น 

 

SCC เผย ปี 68 กำไรสุทธิ 14,075 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 122 % พร้อมตุนกระแสเงินสดจากการดำเนินงานปกติไม่รวมรายการพิเศษ 55,012 ล้านบาท สะท้อนฐานะการเงินแข็งแกร่ง แม้เผชิญเศรษฐกิจโลก-ไทยผันผวน ประกาศจ่ายเงินปันผลอีก 2.50 บาทต่อหุ้น รวมทั้งปีจ่าย 5 บาท/หุ้น ส่งสัญญาณเชิงบวกต่อทิศทางธุรกิจปี 69

 

บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC รายงานผลการดำเนินงานสำหรับปี 2568 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทใหญ่ 14,075 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีกำไร 6,341 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 121.96%

 

เอสซีจี ระบุ ปี 2568 กระแสเงินสดจากการดำเนินงานปกติ ที่ไม่รวมรายการพิเศษ (Adjusted EBITDA) 55,012 ล้านบาท แข็งแกร่งกว่าปี 2567 คิดเป็น 6% ขณะที่หนี้ลดลง 14,845 ล้านบาทจากปีก่อน แม้เศรษฐกิจโลกและไทยท้าทายกว่าเดิม เงินบาทแข็งค่าขึ้น 2.4 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ หรือ 7% จากปีก่อน และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์รุนแรง แต่เอสซีจียังเดินหน้าเข้มข้นด้วยวินัยการเงิน เข้มแข็งด้วยการเพิ่มขีดความสามารถทั่วองค์กร เสริมแกร่งโดยรุกธุรกิจเติบโตระยะยาว

โดยคณะกรรมการมีมติปันผลเป็นเงินสดอีก 2.50 บาท/หุ้น กำหนด วันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล(XD) 1 เม.ย. 69 และจ่ายปันผลวันที่ 21 เม.ย.69 รวมทั้งปี 68 เป็นปันผล 5.0 บาท/หุ้น รวมเป็นเงิน 6,000 ล้านบาท เพื่อดูแลผู้ถือหุ้นต่อเนื่อง มั่นใจปี 2569 องค์กรแข็งแรง เอาอยู่พร้อมสู้ทุกความท้าทาย

 

 


ผลประกอบการปี 2568 มุ่งเน้นการปรับโครงสร้างธุรกิจควบคู่กับการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเร่งเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน โดยใช้ AI & Robotics ช่วยลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน สร้างการเติบโตให้องค์กรในระยะยาว ขณะเดียวกันยังพัฒนาและขยายตลาดสินค้า - บริการที่มีมูลค่าเพิ่มสูง (HVA) สินค้ากรีน อาทิ ปูนคาร์บอนต่ำ และสินค้าคุณภาพดี ราคาคุ้มค่า (SVP)

 

สำหรับผลจากมาตรการรักษาวินัยทางการเงินอย่างเข้มข้นในปี 2568 ได้แก่ 1.) บริหารจัดการเงินทุนหมุนเวียนลดลง 10,535 ล้านบาท 2.) ปรับโครงสร้างการดำเนินงาน หยุดธุรกิจไม่ทำกำไร และประหยัดค่าใช้จ่าย ได้รวมกว่า 4,300 ล้านบาทต่อปี 3.) ควบคุมเงินลงทุน (CAPEX) เน้นเฉพาะโครงการที่มีผลตอบแทนสูงและเร็วได้ตามแผน 30,737 ล้านบาท ทั้งหมดนี้ ส่งผลให้หนี้สินสุทธิลดลง 14,845 ล้านบาท อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA อยู่ที่ 5.5 เท่า จากเดิม 6.3 เท่า สถานะทางการเงินมั่นคงและแข็งแกร่ง โดยมีเงินสดคงเหลือ ณ สิ้นปี 52,447 ล้านบาท

 

ปี 2568 เอสซีจียังสามารถสร้างการเติบโตของปริมาณการขายในทุกธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง แต่ความท้าทายของเศรษฐกิจโลกและไทย ส่งผลให้เอสซีจีมีรายได้จากการขาย 496,925 ล้านบาท EBITDA 51,249 ล้านบาท และกำไรสำหรับปี 14,075 ล้านบาท ซึ่งรวมค่าใช้จ่ายการปรับโครงสร้างการดำเนินงานและธุรกิจและรายการพิเศษ และการขาดทุนจากการปรับมูลค่าสินค้าคงเหลือของเอสซีจีซี ทั้งนี้ หากไม่รวมรายการดังกล่าว Adjusted EBITDA ของปีจะอยู่ที่ 55,012 ล้านบาท และกำไรสำหรับปีเมื่อไม่รวมรายการดังกล่าวจะอยู่ที่ 4,962 ล้านบาท

 

เมื่อพิจารณากระแสเงินสดฯ ที่แข็งแกร่ง คณะกรรมการบริษัทฯ จึงมีมติให้เสนอที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นเพื่ออนุมัติการจ่ายเงินปันผลประจำปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 5.0 บาท (จ่ายงวดนี้ 2.50 บ./หุ้น และระหว่างกาลเดือนเมื่อ ส.ค.68 ไปแล้ว 2.50 บ./หุ้น )รวมเป็นเงิน 6,000 ล้านบาท คิดเป็น 43% ของกำไรสำหรับปี 2568 ซึ่งคณะกรรมการบริษัทฯ มีความเห็นว่าเป็นอัตราเงินปันผลที่เหมาะสม เพื่อมุ่งดูแลผู้ถือหุ้นให้ได้รับผลตอบแทนการลงทุนอย่างต่อเนื่อง

 

เอสซีจี มั่นใจว่าปี 2569 จะยังสามารถเดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งทางการเงิน ควบคู่การสร้างขีดความสามารถทางการแข่งขันในทุกธุรกิจได้ต่อเนื่อง แม้สภาพแวดล้อมทางธุรกิจจะท้าทายยิ่งขึ้น

 



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Editing by

สุรเมธี มณีสุโข

สุรเมธี มณีสุโข

บรรรณาธิการข่าว สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย