คาดเงินบาทวันนี้แข็งค่า 30.90-31.20 บ./ดอลลาร์ หลัง `ทรัมป์` เล็งหาแผนอื่นเก็บภาษีนำเข้า

รูป คาดเงินบาทวันนี้แข็งค่า 30.90-31.20 บ./ดอลลาร์ หลัง `ทรัมป์` เล็งหาแผนอื่นเก็บภาษีนำเข้า

efinAI


 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -26 ก.พ. 69 9:52: น.

 


นักค้าเงินคาดค่าเงินบาทวันนี้ขยับกรอบ 30.90-31.20 บาท/ดอลลาร์ แม้อ่อนค่าลงช่วงสั้นหลัง กนง.ลดดอกเบี้ย 0.25% แต่กลับมาแข็งค่าอีกครั้งหลัง "ทรัมป์" กล่าวว่าจะใช้วิธีอื่นในการเก็บภาษีนำเข้า


กลุ่มงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 30.90-31.20 บาท/ดอลลาร์

 

- เงินบาทอ่อนค่าลงวานนี้หลัง กนง. ลดดอกเบี้ย 0.25% ลงมาที่ 1.00% โดยกล่าวว่า การลดครั้งนี้น่าจะเพียงพอต่อแนวโน้มเศรษฐกิจในระยะข้างหน้าที่อ่อนแอและโตต่ำกว่าศักยภาพ ด้าน Bond yields ปรับลดตามลงมา

 

- อย่างไรก็ดี บาทกลับมาแข็งค่าขึ้นช่วงข้ามคืน ตามดัชนีเงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าลง ด้านทรัมป์กล่าวว่าจะใช้วิธีอื่นในการเก็บภาษีนำเข้า

 

- นายกฯ ญี่ปุ่นได้แต่งตั้งกรรมการบอร์ดของธนาคารกลางญี่ปุ่น 2 คน ซึ่งถูกมองว่ามีแนวโน้มลดดอกเบี้ยได้เร็วและมากขึ้น

 

 

 

- ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 31.07 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าจากราคาปิดตลาดเมื่อวานที่ระดับ 31.10 บาท/ดอลลาร์ 

 

- เงินดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก โดยตลาดจับตามาตรการภาษีของสหรัฐฯ รวมถึงการเจรจานิวเคลียร์รอบที่ 3 ระหว่างคณะผู้แทนของอิหร่านและสหรัฐ มีกำหนดจัดขึ้นในวันนี้

 

-ทั้งนี้โฆษกทำเนียบขาวกล่าวว่า รัฐบาลสหรัฐเตรียมการปรับขึ้นภาษีศุลกากร สู่ระดับ 15% จากปัจจุบันที่ระดับ 10% แต่ยังไม่มีกำหนดการบังคับใช้ โดยจะขึ้นอยู่กับคำสั่งเปลี่ยนแปลงจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

 

-ด้านนายเจมีสัน กรีเออร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) กล่าวว่า สหรัฐจะเรียกเก็บภาษีศุลกากรสำหรับบางประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 15% หรือสูงกว่านั้น จากอัตรา 10% ที่เพิ่งประกาศใช้ โดยไม่ได้ระบุว่าประเทศคู่ค้ารายใดจะถูกเก็บภาษีเพิ่มเติม

 

- เมื่อวานนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ได้เสร็จสิ้นการแถลงนโยบายประจำปีต่อสภาคองเกรสและถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ที่ทรัมป์สาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ สมัยที่สอง โดยทรัมป์ได้พูดถึงหลายประเด็น ตั้งแต่เงินเฟ้อ ตลาดหุ้น การยุติโครงการด้านความหลากหลายความเท่าเทียม และการมีส่วนร่วม (DEI) ไปจนถึงประเด็นการเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย และนิวเคลียร์อิหร่าน

 

- คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติ 4 ต่อ 2 เสียง ให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ต่อปี จาก 1.25% เป็น 1.00% ต่อปี โดยให้มีผลทันที ซึ่งมติสวนทางกับที่ตลาดคาด โดยคณะกรรมการฯ ประเมินว่า เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 4/68 ขยายตัวสูงกว่าที่ประเมินไว้ แต่ยังมีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าศักยภาพ จากปัญหาเชิงโครงสร้าง และการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น ขณะที่อัตราเงินเฟ้อในระยะข้างหน้า มีความเสี่ยงด้านต่ำเพิ่มขึ้นจากที่ประเมินไว้เดิม

 

หลังคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติลดอัตราดอกเบี้ย ส่งผลให้ค่าเงินบาทในขณะนั้นมีการปรับตัวอ่อนค่าเล็กน้อย แต่ยังคงเคลื่อนไหวผันผวนในกรอบ และเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับสกุลเงินส่วนใหญ่ในภูมิภาค

 

-สำหรับปัจจัยที่ต้องติดตามในช่วงนี้ คือ ทิศทางเงินทุนต่างชาติที่ไหลเข้าไทย รวมถึงความเคลื่อนไหวของราคาทองคำในตลาดโลก โดยล่าสุดเช้านี้ราคาทองคำตลาดโลก อยู่ที่ระดับ 5,183 ดอลลาร์ต่อออนซ์

 

สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ เมื่อวานนี้นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทย 2,324.09 ล้านบาท และซื้อสุทธิพันธบัตรไทย 541 ล้านบาท 

 

- กรอบค่าเงินวันนี้และกลยุทธ์แนะนำ
USD/THB 30.90- 31.20
แนะนำ ทยอยซื้อที่ 30.90/ขาย 31.20

-EUR/THB 36.50 - 37.00
แนะนำ ซื้อ 36.50 /ขาย 37.00

-JPY/THB 0.1970 - 0.2020
แนะนำ ซื้อ 0.1970 / ขาย 0.2020

-GBP/THB 41.90 - 42.40

- AUD/THB 21.90 - 22.40

 



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Editing by

สุรเมธี มณีสุโข

สุรเมธี มณีสุโข

บรรรณาธิการข่าว สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย