TISCO แนะ 3 ธีมลงทุนรับมือสงครามตะวันออกกลาง ชูพลังงาน-ทองคำ-เฮลธ์แคร์ คาดหุ้นโลกฟื้นใน 3–6 เดือน

รูป TISCO แนะ 3 ธีมลงทุนรับมือสงครามตะวันออกกลาง ชูพลังงาน-ทองคำ-เฮลธ์แคร์ คาดหุ้นโลกฟื้นใน 3–6 เดือน

efinAI


 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -6 มี.ค. 69 11:31 น.

 

TISCO แนะนักลงทุนกระจายพอร์ต 3 ธีม รับมือสงครามตะวันออกกลาง ชูพลังงาน-ทอง-เฮลธ์แคร์ พร้อมมองหุ้นโลกมีโอกาสฟื้นใน 3–6 เดือน

 

นายณัฐกฤติ เหล่าทวีทรัพย์ CFP® Head of Wealth Advisory ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางจะสร้างความผันผวนในระยะสั้นต่อภาพรวมการลงทุน เพราะการศึกษาเหตุการณ์สงครามและความไม่สงบในต่างประเทศนับตั้งแต่ปี 1939 หรือสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา พบว่าตลาดหุ้นมักฟื้นตัวในช่วง 3 – 6 เดือนหลังเหตุการณ์ 

 

 

สถิติสำคัญของตลาดหุ้นในช่วงสงคราม

 

-ดัชนี S&P 500 ปรับตัวลงเฉลี่ย -8.6%

 

-ใช้เวลาประมาณ 16 วัน ในการปรับลงสู่จุดต่ำสุด

 

-ตลาดหุ้นมักฟื้นตัวกลับมาในช่วง ประมาณ 3 เดือน

 

3 ธีมลงทุนรับมือสงครามโลก

 

1.หุ้นได้ประโยชน์จากความขัดแย้ง (Geopolitical Play)

 

กลุ่มที่มักได้รับแรงหนุนจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ได้แก่

 

-เทคโนโลยีป้องกันประเทศ (Defense)

 

-พลังงาน

 

-ทองคำ

 

-โดยสถิติย้อนหลังตั้งแต่ปี 1990 ดัชนี S&P500 Aerospace & Defense ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 15% ภายใน 6 เดือน หลังเกิดความขัดแย้ง

 

-เนื่องจากหลายประเทศมีแนวโน้มเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหม ขณะที่สินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำได้รับความสนใจมากขึ้น

 

2.หุ้นเสถียรภาพสูง รับมือเศรษฐกิจผันผวน (Resilience Play)

 

กลุ่มธุรกิจที่มีความทนทานต่อภาวะเศรษฐกิจ ได้แก่

 

-กลุ่ม Healthcare

 

-กลุ่ม Utilities

 

-จุดเด่นของหุ้นกลุ่มนี้ ความต้องการสินค้าไม่ผันผวนตามเศรษฐกิจ รายได้มีความสม่ำเสมอ สามารถปรับราคาสินค้าตามเงินเฟ้อได้

 

-จึงช่วยให้พอร์ตลงทุนมี เสถียรภาพมากขึ้น หากสถานการณ์สงครามยืดเยื้อ

 

3.หุ้นรอฟื้นตัวหลังสถานการณ์คลี่คลาย (Recovery Play)

 

กลุ่มที่มักถูกกดดันในช่วงสงคราม แต่มีโอกาสฟื้นตัวแรง ได้แก่

 

-ตลาดหุ้นเอเชีย

 

-หุ้นไทย

 

-หุ้นจีน

 

-หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี

 

-เนื่องจาก หลายประเทศในเอเชียพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลาง ราคาพลังงานที่สูงขึ้นอาจกดดันเศรษฐกิจระยะสั้น

 

-อย่างไรก็ตาม พื้นฐานเศรษฐกิจเอเชียยังแข็งแกร่ง การปรับฐานของตลาดทำให้ Valuation น่าสนใจมากขึ้น

“วิกฤตคือโอกาสเสมอ หากนักลงทุนสามารถกระจายการลงทุนอย่างเหมาะสม พอร์ตการลงทุนจะสามารถรับแรงกระแทกจากความผันผวน และยังสร้างโอกาสในการเติบโตได้เมื่อสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ”นายณัฐกฤติกล่าว

 

มุมมองราคาน้ำมันโลก

 

ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ (TISCO ESU) ประเมินว่า

 

-โอกาสที่ราคาน้ำมันจะทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล “ค่อนข้างต่ำ”

 

เงื่อนไขที่ต้องเกิดขึ้น คือ

 

-การปิดเส้นทางเดินเรือ ช่องแคบฮอร์มุซ

 

-ต่อเนื่องมากกว่า 2–3 สัปดาห์

 

-ซึ่งมีความเป็นไปได้ไม่มาก เนื่องจากหลายฝ่ายพยายามรักษาเส้นทางขนส่งพลังงานให้ดำเนินต่อไปได้

 

-ระยะสั้นราคาน้ำมันอาจผันผวนสูง

 

-หากสถานการณ์คลี่คลาย มีโอกาสเกิดแรงขายทำกำไร

 

“ทิสโก้ ประเมินว่าโอกาสที่ราคาน้ำมันจะพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ฯ ต่อบาร์เรล เกิดขึ้นได้ยาก เนื่องจากต้องเกิดเหตุการณ์หยุดชะงักของการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซต่อเนื่องยาวนานกว่า 2–3 สัปดาห์ ซึ่งถือว่ามีความเป็นไปได้ต่ำ เพราะหลายฝ่ายพยายามผลักดันให้เส้นทางเดินเรือกลับมาดำเนินการได้ตามปกติ อีกทั้งความรุนแรงของการโจมตียังมีแนวโน้มลดลงหลังผ่านช่วงแรก โดยในระยะสั้นราคาน้ำมันอาจผันผวนสูงแต่หากสถานการณ์คลี่คลายมีโอกาสเกิดแรงขายทำกำไรจนราคาปรับฐานลงได้”นายณัฐกฤติกล่าว

มุมมองระยะยาวราคาน้ำมันยังเป็นขาขึ้น

 

TISCO ESU มองว่า แนวโน้มระยะยาวราคาน้ำมันยังมีโอกาสปรับขึ้นจากปัจจัยโครงสร้างสำคัญ ได้แก่

 

-กำลังการผลิตส่วนเกินของ OPEC ลดลง

 

-กำลังผลิตกระจุกตัวใน ซาอุดีอาระเบีย และ UAE

 

-ความต้องการพลังงานโลกเพิ่มขึ้นตามเศรษฐกิจโลก

 

-ส่งผลให้ราคาน้ำมันมีแนวโน้ม ทยอยปรับขึ้นในระยะยาว แม้จะมีความผันผวนจากภูมิรัฐศาสตร์เป็นระยะ


 

 



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Editing by

ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์

ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์

หัวหน้าข่าว สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย