| ส่องราคาเป้าหมาย หุ้นพลังงาน ทั้งน้ำมัน -โรงกลั่น - ปิโตรฯ ใครยังมีอัพไซด์เท่าไหร่ หลังเจอข่าวราคาดีเซลหน้าโรงกลั่นลดเป็น 5 บ./ลิตร บริษัท หลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยในบทวิเคราะห์รายวัน ถึงกรณี คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (EPPO) มีมติปรับลดราคา ณ โรงกลั่น (ex-refinery price) สำหรับน้ำมันดีเซล B7 และ B20 จากเดิม 2.00 บาท/ลิตร เป็น 5.00 บาท/ลิตร ในช่วง 24 เม.ย.–9 พ.ค. 2569 และจะปรับลดเหลือ 3.00 บาท/ลิตร ในช่วง 10–19 พ.ค. 2569 นั้น จะส่งผลกระทบ ต่อหุ้นกลุ่มโรงกลั่น พร้อมกับราคาเป้าหมายและอัพไซด์ของหุ้นกลุ่มพลังงาน และปิโตรเคมี โดยมีรายละเอียดดังนี้ การแทรกแซงราคาหน้าโรงกลั่นรอบที่ 1 และ 2 -การแทรกแซงราคาหน้าโรงกลั่น (Ex-refinery) รอบที่ 1 และ 2 มีรายละเอียด ดังนี้ รอบที่ 1 (7–9 เมษายน 2026): ลดราคาน้ำมันดีเซลหน้าโรงกลั่น 2.00 บาท/ลิตร ในการประชุมของ EPPO เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2026 ซึ่งเป็นการประชุมครั้งแรกภายใต้การเป็นประธานของรัฐมนตรีพลังงานคนใหม่ คณะกรรมการมีมติให้กำหนดส่วนลดราคาหน้าโรงกลั่น 2.00 บาท/ลิตร สำหรับน้ำมันดีเซล B0, B7 และ B20 โดยคำสั่งดังกล่าวได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 8 เมษายน และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 9 เมษายน ถึง 9 พฤษภาคม 2026 นับเป็นครั้งแรกที่มีการใช้ พ.ร.บ.ปิโตรเลียมฉุกเฉิน ปี 1973 เพื่อกำหนดค่าการกลั่นโดยตรง รอบที่ 2 (23 เมษายน 2026): โครงสร้าง 2 ระยะ - ลดราคาน้ำมันดีเซลหน้าโรงกลั่น 5 บาท/ลิตร และ 3 บาท/ลิตร ในการประชุม EPPO ครั้งที่สองเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2026 คณะกรรมการมีมติยกเลิกคำสั่งเดิมวันที่ 8 เมษายน และแทนที่ด้วยมาตรการที่เข้มข้นขึ้นแบบ 2 ระยะ โดยประกาศโดยรัฐมนตรีพลังงานภายหลังการประชุมทั้งน้ำมัน ระยะที่ 1 (24 เมษายน – 9 พฤษภาคม 2026): ลดราคาดีเซลหน้าโรงกลั่น 5.00 บาท/ลิตร สำหรับดีเซล, ดีเซล B7 และ B20 ครอบคลุมโรงกลั่นในประเทศทั้ง 6 แห่ง ระยะที่ 2 (10 พฤษภาคม – 19 พฤษภาคม 2026): ปรับลดราคาดีเซลหน้าโรงกลั่น 3.00 บาท/ลิตร ซึ่งจะมีการประชุม กบง. เพื่อพิจารณาอีกครั้ง ผลกระทบต่อกลุ่มโรงกลั่น: โรงกลั่นทั้งหมดจะได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญจากการลดราคาหน้าโรงกลั่นดีเซลในช่วงเดือนเมษายน–พฤษภาคม 2026 ที่ 2.0-5.0 บาท/ลิตร โดยคาดว่าจะกระทบกำไรสุทธิประมาณการปี FY26F มากกว่า 50% ทั้งนี้ BCP จะได้รับผลกระทบมากที่สุดในเชิงมูลค่า ส่วน PTTGC ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด เนื่องจากธุรกิจหลักคือปิโตรเคมี (polyolefins) โดยรวม คาดว่ากำไร 2Q26F ของกลุ่มโรงกลั่นไทยมีความเสี่ยงขาลงประมาณ 1.4–2.8 พันล้านบาท หรือคิดเป็น downside 16%–58% จากประมาณการกำไรปี FY26F ผลกระทบของการลดราคาก่อนถึงโรงกลั่นต่อโรงกลั่นต่างๆ | รายละเอียด | BCP | IRPC* | PTTGC* | SPRC | TOP* | | กำลังการกลั่น (mbd) | 0.294 | 0.21 | 0.145 | 0.175 | 0.275 | | ปริมาณการผลิตดีเซล (ล้านลิตรต่อวัน) | 20.1 | 16 | 12.4 | 10.3 | 16.2 | | ผลกระทบ (Impact) | | | | | | | รอบที่ 1: 2.0 บาท/ลิตร (9-23 เม.ย.) | -603 | -480.8 | -373.5 | -308.9 | -485.3 | | รอบที่ 2 | | | | | | | ระยะ A: 5.0 บาท/ลิตร (24 เม.ย. - 9 พ.ค.) | -1,608.10 | -1,282.20 | -996 | -823.6 | -1,294.30 | | ระยะ B: 3.0 บาท/ลิตร (10 - 19 พ.ค.) | -603 | -480.8 | -373.5 | -308.9 | -485.3 | | ผลกระทบรวม (ล้านบาท) | -2,814.10 | -2,243.80 | -1,743.00 | -1,441.30 | -2,265.00 | | % ต่อประมาณการกำไรสุทธิปี FY26F | -37% | -23% | -16% | -48% | -8% | สำหรับราคาเป้าหมาย ของหุ้นกลุ่มพลังงาน และอัพไซด์จาก ดีบีเอส วิคเคอร์ส มีดังนี้ ที่มา : Company, DBSVTH |