สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 26 ก.พ.69 ชื่อโบรก | คำแนะนำ | ราคาเป้าหมาย (บาท) | บล.ทรีนีตี้ | ซื้อ | 29.20 | บล.กรุงศรี | ซื้อ | 29.00 | บล.ทิสโก้ | ซื้อ | 25.20 | บล.บัวหลวง | ซื้อ | 25.00 | บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส | ซื้อ | 25.00 | บล.เอเซีย พลัส | ซื้อ | 25.00 | บล.เคจีไอ | ซื้อ | 24.50 | สรุปปัจจัยบวก+ การจ่ายเงินปันผลที่สูงเกินคาด: ประกาศจ่ายเงินปันผล 0.65 บาท (ปันผลปกติ 0.40 + ปันผลพิเศษ 0.25) คิดเป็น Yield ประมาณ 3% ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนราคาหุ้นในระยะสั้น (บล.บัวหลวง, บล.ทิสโก้, บล.ทรีนีตี้, บล.กรุงศรี, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส, บล.เคจีไอ)
+ รายได้จากผู้ป่วยต่างชาติเติบโตแข็งแกร่ง: หากไม่รวมกัมพูชา รายได้ต่างชาติโตถึง 10-11% YoY นำโดยกลุ่มเมียนมา กาตาร์ และอเมริกา (บล.ทิสโก้, บล.ทรีนีตี้, บล.เอเซีย พลัส)
+ พื้นฐานแข็งแกร่งและมีความได้เปรียบทางการแข่งขัน: เป็นเครือข่ายโรงพยาบาลที่ใหญ่ที่สุดในไทย มี Synergy ในเครือข่ายและกลุ่มลูกค้ากระจายตัว ช่วยลดความผันผวนของรายได้ (บล.กรุงศรี, บล.เคจีไอ)
+ แนวโน้มกำไรปี 2569 ยังเติบโต: คาดกำไรปกติโต 6-7% YoY จากการฟื้นตัวของรายได้และจำนวนผู้ป่วยต่างชาติที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง (บล.ทรีนีตี้, บล.กรุงศรี, บล.เคจีไอ)
+ การฟื้นตัวในระยะสั้น (1Q26): คาดผลประกอบการฟื้นตัวจากไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) เนื่องจากไม่มีรายการพิเศษขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นใน 4Q25 (บล.บัวหลวง, บล.ทิสโก้, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส)
+ สถิติการดำเนินงานปรับตัวดีขึ้น: อัตราการครองเตียงเพิ่มขึ้นจาก 62% เป็น 64% ในช่วง 4Q25 และรายได้ในส่วน Wellness เริ่มส่งสัญญาณบวก (บล.ทิสโก้)
สรุปปัจจัยลบ- กำไรสุทธิ 4Q25 ต่ำกว่าคาดจากรายการพิเศษ: มีการบันทึกค่าใช้จ่ายพิเศษรวมประมาณ 339-416 ล้านบาท เช่น ผลกระทบน้ำท่วมหาดใหญ่, สำรองโครงการรักษาพยาบาลตลอดชีพ และการตัดจำหน่ายสินทรัพย์ (บล.บัวหลวง, บล.ทิสโก้, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส, บล.เอเซีย พลัส, บล.เคจีไอ)
- อัตรากำไร (Margin) ลดลง: อัตรากำไรขั้นต้นและ EBITDA Margin ลดลงจากค่าเสื่อมราคาโรงพยาบาลใหม่ และค่าใช้จ่าย SG&A ที่สูงขึ้น (บล.ทิสโก้, บล.ทรีนีตี้, บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส, บล.เอเซีย พลัส, บล.เคจีไอ)
- รายได้จากกัมพูชาหดตัวรุนแรง: รายได้ผู้ป่วยกัมพูชาลดลงถึง 72% YoY หลังจบโครงการความร่วมมือในช่วงก่อนหน้า (บล.ทิสโก้, บล.เอเซีย พลัส)
- ปัจจัยกดดันใน 1Q26: คาดกำไรอาจลดลง YoY จากฐานที่สูงในปีที่แล้ว และผลกระทบจากช่วงเดือนรอมฎอนที่กระทบกลุ่มผู้ป่วยตะวันออกกลาง (บล.บัวหลวง, บล.ทิสโก้, บล.ทรีนีตี้, บล.เอเซีย พลัส)
- ความเสี่ยงภายนอก: ความเสี่ยงจากโรคระบาดใหม่, ปัญหาการเมืองไทย และเหตุการณ์ไม่สงบ (บล.เคจีไอ)

|